เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธงดังขึ้นแทรกความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานหนุ่ม ทว่าธันวาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขากำลังยืนคุมเชิงอยู่หน้าจออินโฟกราฟิกกราฟหุ้นที่ดิ่งฮวบลงราวกับดิ่งพสุธา พร้อมกับทีมประชาสัมพันธ์ที่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
“ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นในตลาดของเรากำลังโดน...”
เสียงของเลขาฯ หน้าห้องขาดห่วงไปเมื่อธันวาตวัดสายตาดุราวกับใบมีดกริบใส่ เป็นสัญญาณเตือนเด็ดขาดให้ทุกคนหุบปากแล้วถอยออกไปให้พ้นรัศมีระเบิด ทว่าในความโกลาหลระดับสิบตริกเทอร์นั้น ไม่มีใครทันสังเกตเห็นหน้าจอสมาร์ทโฟนราคาแพงของธันวาที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงาน—มันสว่างวาบขึ้นพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึก
คีย์ที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องและกำลังใช้สมองคำนวณความเป็นไปได้ของเกมหุ้นระลอกนี้ หันไปมองหน้าจอเครื่องนั้นโดยสัญชาตญาณ ปลายเล็บเรียวกดจิกเข้ากับต้นแขนตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นตัวเลขรหัสพื้นที่โทร. เข้ามาจากต่างประเทศ... เป็นรหัสที่เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเสียงหายใจของตัวเอง
*เบอร์ของคนที่บ้านตระกูลอภิวัฒน์ไพศาล*
ในสถานการณ์ที่บริษัทกำลังเผชิญวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่จากการโจมตีของทุนมืดปริศนา การติดต่อเข้ามาจากขั้วอำนาจเก่าฝั่งนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน คีย์กวาดตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ธันวากกำลังงגתอยู่กับการออกคำสั่งเสียงเข้มใส่หัวหน้าฝ่ายไอที ส่วนคนอื่นๆ ก็วิ่งวุ่นจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ไม่มีใครสนใจมุมอับสายตาตรงนี้
เขาตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของท่านประธานอย่างเงียบเชียบที่สุด สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วเอื้อมมือไปพลิกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่สัญญาณจะตัดสายไป นิ้วเรียวไวกว่าความคิด สไลด์ปุ่มรับสายแล้วแนบมันเข้ากับใบหูทันทีโดยไม่ลังเล
“ฉันสั่งให้แกหยุดเล่นเกมเด็กน้อยแล้วไ्सไสหัวกลับมาบ้านได้แล้วนะ ธันวา!”
เสียงปลายสายกร้าวและทรงอำนาจจนคีย์ต้องนิ่วหน้า มันไม่ใช่เสียงของบิดาธันวา แต่เป็นเสียงของ ‘คุณย่า’ หญิงเหล็กผู้กุมบังเหียนทั้งหมดของตระกูลใหญ่ ทว่าก่อนที่ปลายสายจะพ่นคำสั่งเสียดหูอันใดออกมาอีก คีย์กลับเลือกที่จะเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่จงใจดัดให้ต่ำลงเล็กน้อย
“ท่านประธานไม่ว่างรับสายหรอครับ... พอดีเขากشกำลังยุ่งอยู่กับการกู้ชีพบริษัทที่พวกคุณจงใจปล่อยให้มันเน่าหนอนอยู่รอมร่อ”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมปลายสายไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงตวาดด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวจะดังสวนกลับมาแทบจะทันที
“แกเป็นใคร! กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวแบบนี้กับฉัน ส่งสายให้ธันวาเดี๋ยวนี้!”
“ผมเป็นแค่ลูกน้องที่ท่านประธานจ้างมาแก้ปัญหาให้... และบอกไว้ตรงนี้เลยนะฃะครับ ว่าถ้าพวกคุณยังไม่หยุดส่งมือไม้เข้ามารังควานบริษัทนี้ ลุกลามถึงขั้นปล่อยข่าววงในทำลายหุ้นล่ะก็ ผมนี่แหละจะเป็นคนแฉเอกสารลับชุดที่ซ่อนอยู่ในเซฟชั้นสามสิบห้าให้สื่อทุกสำนักได้อ่านเอง” คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
“แก... แกเป็นใครกันแน่! กล้าดียังไงมาขู่ฉัน!”
“ผมก็แค่คนที่รู้จักสันดานคนบ้านนั้นดีกว่าที่พวกคุณคิดก็เท่านั้นเองครับ” คีย์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะนิ้วเรียวเตรียมกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
“เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งวาง!” ปลายสายร้องสั่งเสียงหลง ราวกับถูกจี้จุดอ่อนเข้าอย่างจัง “แกมีเอกสารนั่นจริงๆ งั้นเหรอ? แกต้องการอะไร พูดมา!”
“ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากคนใจร้ายอย่างพวกคุณหรอกครับ... แค่อยากเตือนไว้ว่า อย่าล้ำเส้นผมกับธันวาอีก”
คีย์กดตัดสายอย่างไร้ความลังเล หน้าจอโทรศัพท์มือถือดับลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง หัวใจในอกข้างซ้ายของเขากลับเต้นระรัวด้วยความหวาดเสียวปนสะใจ การเล่นกับไฟครั้งนี้มันอันตรายเกินไป หากธันมารู้เข้าว่าเขาแอบอفيมารับสายและเจรจากับคนฝั่งนั้นด้วยตัวเอง มีหวังคนปากร้ายใจร้อนคนนั้นคงได้สติหลุดและอาละวาดบ้านแตกแน่ๆ
ทว่า... ในจังหวะที่คีย์กำลังจะวางสมองถือเครื่องนั้นกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมบนโต๊ะ มือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ฉวยโทรศัพท์เครื่องนั้นไปจากมือเขาพร้อมกับรวบเอวบางเข้าหาแผงอกกว้างด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยระคนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก คีย์สะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบของธันวาที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ชิดติดแผ่นหลัง
ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มีแววตื่นตระหนกกับวิกฤตหุ้นตกอีกต่อไปแล้ว ทว่ามันกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโทสะและประกายความสงสัยที่น่ากลัวยิ่งกว่า
“กล้าดียังไง... ถึงแอบมารับโทรศัพท์แทนฉัน?”
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนคีย์ขนลุกซู่ ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้วเนียน แววตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาทนั้น
“วะ... ว่าไงครับท่านประธาน ปล่อยผมก่อนนะ หุ้นบริษัทกำลังร่วงไม่ใช่เหรอ มายืนกอดผมแบบนี้เดี๋ยวพนักงานก็เห็นหรอก” คีย์พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการเอ่ยปากแซวเสียงสั่น เลี่ยงที่จะสบตาโดยตรง
“พนักงานออกไปหมดแล้ว ตั้งแต่ฉันไล่ตะเพิดพวกมันออกไปเมื่อนาทีที่แล้ว” ธันวาพูดเสียงเย็นเยียบ นิ้วเรียวแกร่งบีบกระชับเอวบางให้ขยับเข้าไปแนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “และเรื่องบริษัท... ฉันเคลียร์จบหมดแล้วตั้งแต่ห้าวินาทีที่แล้ว แต่เรื่องของนาย... เรายังเคลียร์กันไม่จบ”
ธันวาเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอนและอันตรายในคราเดียวกัน
“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้... คีย์... ว่านายไปเกี่ยวดองอะไรกับครอบครัวตระกูลอภิวัฒน์ไพศาล ทำไมพวกมันถึงยอมคุยกับเด็กฝึกงานปากดีอย่างนายได้... หรือว่าที่จริงแล้ว... นายคือคนที่ส่งคนเข้ามาแทรกซึมบริษัทฉันตั้งแต่แรกกันแน่?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยแล้วค่ะ!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 8
ความลับที่ยังไม่เปิดเผย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!