เสียงกระแทกของถ้วยเซรามิกราคาแพงที่กระทบลงบนกระจกโต๊ะอาหารดัง *กริ๊ก* จนของเหลวสีอำพันข้างในกระฉูดขึ้นมาแตะขอบแก้ว เป็นสัญญาณเตือนภัยระยะประชิดที่ "คีย์" อ่านค่าความดันของคนตรงหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องวัด
บรรยากาศในห้องอาหารส่วนตัวของภัตตาคารหรูบนชั้นดาดฟ้าเวลานี้เย็นเยียบเสียจนแอร์ตัวยักษ์แทบไม่ต้องทำงาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยไอระอุความหงุดหงิดที่พวยพุ่งมาจากร่างสูงใหญ่ของ "ธันวา" ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้กำลังนั่งไขว่ห้างประสานมือมองตรงมาด้วยสายตานิดพิพากษา
คำถามคาดคั้นจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต
*“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้... คีย์... ว่านายไปเกี่ยวดองอะไรกับครอบครัวตระกูลอภิวัฒน์ไพศาล ทำไมพวกมันถึงยอมคุยกับเด็กฝึกงานปากดีอย่างนายได้... หรือว่าที่จริงแล้ว... นายคือคนที่ส่งคนเข้ามาแทรกซึมบริษัทฉันตั้งแต่แรกกันแน่?”*
คีย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หยิบผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาดขึ้นมาซับมุมปากช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับบทสนทนาตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่การสอบสวนข้อหาจารกรรมข้อมูลบริษัท
"ท่านประธานคิดว่าผมเก่งขนาดส่งคนไปปั่นหัวบอร์ดบริหารระดับนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวเหรอครับ... อ๊ะ ขอโทษที ลืมไปว่าผมพูดผิดไปหน่อย" คีย์จงใจเว้นจังหวะ ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "ผมหมายถึง... ท่านประธานคงประเมินความสามารถของเด็กฝึกงานกระจอกๆ คนนี้สูงเกินไปหน่อยกระมังครับ ถึงได้หวาดระแวงผมซะขนาดนี้"
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ คีย์!" ธันวาตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นจนน่ากลัว เขาโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ฉันไม่ได้เล่นสนุก นายก็รู้ว่าตระกูลอภิวัฒน์ไพศาลกำลังฮุบหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเราอยู่ แล้วจู่ๆ ลูกชายคนเล็กของตระกูลนั้นก็โผล่หัวมาเซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับเด็กฝึกงานอย่างนาย... นายจะอธิบายความบังเอิญบ้าๆ นี่ว่ายังไง หืม?"
"แล้วทำไมท่านประธานไม่คิดล่ะครับว่า... บางทีผมอาจจะเสน่ห์แรงกว่าที่ท่านคิด" คีย์สบตาอีกฝ่ายกลับอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวนแต่น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน "คนเราจะคบหากับใคร มันต้องดูที่ความสามารถและเคมีที่เข้ากัน ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาชาติAมาเกี่ยวข้องเลยนี่ครับ หรือว่า..."
เด็กหนุ่มแกล้งลากเสียงยาว โน้มตัวข้ามโต๊ะอาหารเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะจมูก
"...ท่านประธานกำลังหึงผมอยู่กันแน่?"
ธันวาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อใบหน้าคมคายของเด็กฝึกงานยื่นเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความปั่นป่วนแปลกประหลาดที่เขาเกลียดนักหนา เพราะมันควบคุมไม่ได้
"หึง? นายเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ หน้าไม่อาย!" ธันวาผถะถอยหลังเล็กน้อยเพื่อดึงระยะห่าง ทว่าใบหูขึ้นสีแดงจัดที่ลามเลียลงมาถึงลำคอหนานั้น ไม่สามารถรอดพ้นสายตาคมกริบของคีย์ไปได้เลย
"ปากแข็งจังนะครับ ระวังเถอะ... ปากแข็งมากๆ สักวันหัวใจจะอ่อนยวบจนตามผมไม่ทันนะ" คีย์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม ยกแก้วน้ำขึ้นจิบราวกับผู้ชนะในเกมนี้
ธันวาขบกรามแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำให้เด็กนี่ต้อนจนมุมอีกแล้ว ทั้งที่ตั้งใจจะมาเค้นเอาความจริงให้รู้เรื่อง แต่ทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหยอกเย้าเล่นสนุกกับความรู้สึกเขาได้หน้าตาเฉยแบบนี้
"เลิกเล่นลิ้นแล้วตอบคำถามฉันมาให้ชัดเจน คีย์" ธันวาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเย็นชาและจริงจังอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในใจ "นายเป็นใครกันแน่... ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมถึงต้องมาสมัครเป็นเด็กฝึกงานในตำแหน่งต่ำต้อยแบบนั้น ทั้งที่โปรไฟล์และการเจรจาต่อรองของนายมันระดับมืออาชีพชัดๆ"
คีย์หุบยิ้มลง แววตาพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เด็กหนุ่มทอดสายออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากลำโพงที่มุมห้อง
"ถ้าผมบอกความจริง..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความขี้เล่นเช่นเมื่อครู่ "ท่านประธานจะรับมือไหวเหรอครับ?"
"หมายความว่ายังไง?" ธันวาหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักธุรกิจเตือนภัยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตราย
"ความลับก็คือ..." คีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "ผมไม่ได้เข้ามาเพื่อทำลายบริษัทของคุณหรอกครับ... แต่ผมเข้ามา เพื่อจะเปลี่ยน 'สถานะ' ของคุณต่างหากล่ะ"
หัวใจของธันวาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะกับคำพูดกำกวมที่ชวนให้หัวใจวุ่นวาย นัยน์ตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางอุณหภูมิความร้อนแรงที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบละลายน้ำแข็งในแก้ว
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องอาหารดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูบานหรูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของแขกที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินيس
"ขอโทษที่รบกวนเวลาดินเนอร์นะครับ... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมารับ 'น้องชาย' กลับบ้านด้วยกันซะหน่อย"
ธันวากำหมัดแน่นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา ขณะที่คีย์กลับเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ แล้วคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้ประธานหนุ่มอยากจะคว้าจานอาหารปาใส่หน้าคนพูดเสียเดี๋ยวนี้
"อ้าว... พี่ชายตัวดีมาพอดีเลยสินะครับ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบพริกสิบเม็ดนี้นะคะ!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 9
มื้อค่ำสุดป่วน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!