น้ำเสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปากของแขกผู้มาเยือนคนนั้น ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานประธานบริษัทอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
ประโยคทักทายเมื่อครู่ยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ พร้อมกับคำว่า ‘ลูกชาย’ ที่กระแทกกระทั้นความรู้สึกของธันวาเข้าอย่างจัง ดวงตาคมกริบของท่านประธานหนุ่มหรี่แคบลง ประกายความหึงหวงและโทสะพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล แต่ก่อนที่ธันวาจะทันได้เปิดปากพ่นวาจาเชือดเฉือนใส่ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น คีย์ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานกลับขยับตัวก้าวออกไปหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลนลานอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาสุกใสคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ในสายตาของธันวา
"อ้าว... นึกว่าใครที่ไหน คุณอาภากรนี่เองครับ" คีย์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ลมอะไรหอบคนระดับประธานกรรมการบริหาร ‘ภากรกรุ๊ป’ ให้ลงทุนถ่อสังขารมาถึงบริษัทเล็กๆ ของผม... อ้อ, ของคุณธันวาเขาล่ะครับ"
อาภากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายตามวัยดูพึงพอใจระคนแปลกใจ "ไม่เจอแค่ไม่กี่เดือน เติบโตขึ้นเยอะนี่เจ้าคีย์ กล้าต่อปากต่อคำกับอาแล้วหรือ"
"เด็กมันก็ต้องโตตามอายุแหละครับ ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางคน ที่อายุเพิ่มขึ้นแต่พฤติกรรมกลับเด็กกว่าผมเสียอีก" คีย์ยิ้มหวานหยด แต่คำพูดเชือดเฉือนจนอาภากรถึงกับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
แต่คนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับทนดูละครฉากนี้ต่อไปไม่ไหว ธันวากระแทกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนแทบจะทำให้ห้องทำงานกว้างดูแคบลงไปถตาเห็น
"นี่มันอะไรกัน!" ธันวาตวาดกร้าว สายตาดุดันมองสลับระหว่างคีย์กับนักธุรกิจรุ่นพี่ "นายคีย์... อธิบายมาเดี๋ยวนี้ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แล้วทำไมเขาถึงเรียกนายว่าลูกชาย!"
คีย์หันไปมองคนตัวโตที่กำลังลมออกหูด้วยหางตา เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ราวกับกำลังเอือมระอากับความหัวร้อนของเจ้านายตัวเองเต็มทน
"คุณธันวาช่วยใจเย็นแล้วหุบปีกสักนาทีได้ไหมคะ เอ้ย... ได้ไหมครับ" คีย์เกือบเผลอหลุดคำลงท้ายตามสำนวนของหมอกไม้ไผ่ที่ติดอยู่ในหัว แต่วินาทีนั้นเขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องสรรพนามนัก "นี่คุณอาภากร เป็น... เอ่อ เป็นผู้มีพระคุณที่ผมเคารพรักเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง"
"ผู้มีพระคุณ?" ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของประธานหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ผู้มีพระคุณประเภทไหนกัน ที่ลงทุนตามมาหาถึงที่ทำงานแถมยังประกาศตัวว่าเป็น ‘พ่อ’ หลอกเด็กไปวันๆ แบบนี้!"
อาภากรหรี่ตาลงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ผู้บริหารรุ่นใหญ่ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับท่าทีหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับมองว่าเกมนี้ช่างน่าสนุกเสียยิ่งกว่าการเจรจาธุรกิจร้อยล้าน
"อ๋อ ที่แท้ก็หวงนี่เอง..." อาภากรลากเสียงยาว จงใจปรายตามองธันวาหัวจรดเท้า "ผมก็นึกว่าคุณธันวาจะเป็นแค่เจ้านายจอมเผด็จการที่ใช้งานเด็กในคาถาจนหัวหมุน เสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะอินกับสถานะ ‘เจ้านาย’ จนเกินเบอร์ขนาดนี้"
"ผมจะเป็นอะไรกับเขา มันก็เรื่องของผม!" ธันวาพุ่งเข้ามายืนขวางระหว่างอาภากรกับคีย์ ร่างสูงใหญ่บังเด็กหนุ่มไว้มิดชิดราวกับแม่ไก่หวงไข่ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของคีย์มากุมไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้เจ้าตัวปฏิเสธ "ส่วนนาย... เลิกทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉันได้แล้ว คีย์!"
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ แต่มือของธันวากลับเหนียวแน่นราวกับคีมเหล็ก ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนเด็กหนุ่มหมดความอดทน
"ปล่อยครับคุณธันวา!" คีย์ตuาดเสียงแข็ง ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าคนตัวสูงอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะ อยากจะจับจะลากผมไปไหนมาไหนตามใจชอบไม่ได้!"
"ฉันเป็นเจ้านาย นายมีหน้าที่ต้องเชื่อฟัง!" ธันวาเถียงกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความหึงหวงบดบังความนึกคิดจนหมดสิ้น เขารับไม่ได้กับการที่คีย์ไปสนิทสนมและให้ความสำคัญกับผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะไอ้แก่ท่าทางเจ้าเล่ห์คนนี้
"เจ้านายเหรอ? หึ..." คีย์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ประโยคต่อมาที่หลุดจากริมฝีปากบางเฉียบทำให้ธันวาถึงกับชะงักงัน "ถ้าพูดถึงเรื่องอำนาจในบริษัทนี้จริงๆ แล้ว... คุณแน่ใจเหรอครับว่าคุณเป็นคนสั่งผมได้?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที อาภากรที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่มุมห้องถึงกับยกยิ้มมุมปากอย่างรอคอยชมฉากเด็ด
ธันวานิ่งงังไปชั่วขณะ สมองที่เคยฉับไวในการประเมินธุรกิจกลับประมวลผลคำพูดของคีย์ช้าลงไปถนัดตา "นายหมายความว่ายังไง..."
คีย์ดึงข้อมือของตัวเองกลับมาจากการเกาะกุมได้อย่างง่ายดายในจังหวะที่ธันวากำลังเผลอ เด็กหนุ่มจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทอประกายระยับที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ก็หมายความว่า..." คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของประธานบริษัทอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับไขว่ห้างด้วยท่าทางที่ทรงอำนาจและเย่อหยิ่งเสียยิ่งกว่าตัวจริงอย่างธันวา
"ในเมื่อคุณอยากรู้นัก... ผมก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังแล้วล่ะมั้งครับ" คีย์กวาดสายตามองหน้าเจ้านายปากแข็งที่ยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปพยักเพยิดให้อาภากรที่เป็นเสมือนผู้ช่วยมือขวาในเงามืด "สวัสดีอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับคุณธันวา... ในฐานะที่ผมคือ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริง' ที่กุมชะตากรรมบริษัทของคุณไว้แปดสิบเปอร์เซ็นต์"
ธันวารู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลก ร่างสูงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อหูกตัวเอง
"นะ... นายพูดว่าอะไรนะ?"
คีย์ยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปหมุนปากกาบนโต๊ะเล่นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานหนุ่มผู้กำลังช็อกค้างด้วยแววตาท้าทาย
"ผมบอกว่า... ต่อไปนี้ คนที่จะต้องเป็นฝ่ายก้มหัวขอร้องให้ผมเลิกไล่คุณออก ก็คือ 'คุณ' ต่างหากล่ะครับ คุณธันวา"
ดวงตาคมของธันวาเบิกกว้างขึ้นอีกนิด ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอกับประโยคเผด็จศึกที่แทงใจดำเข้าอย่างจัง ขณะที่คีย์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพิพากษาขั้นเด็ดขาดเพื่อขยี้ความมั่นใจของประธานหนุ่มให้แหลقคามือ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมแฟ้มเอกสารลับในมือที่ทำให้ทั้งห้องต้องหยุดหายใจ
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นในตลาดของเรากำลังโดน..."
ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ หวังว่าจะฟินและสะใจกับความแสบของน้องคีย์กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 7
เมื่อแมวเลิกยอม
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!