เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานประธานบริษัทดังคลิก... เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงโปร่งของธันวาถูกดึงเข้ามุมอับสายตาหลังชั้นเอกสารสูงตระหง่าน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะต้นคอทำให้คีย์ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่ายไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่คนตัวโตกว่ากลับยกยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมยังจงใจเป่าลมเบาๆ ใส่ฝ่ามือของเขาจนต้องรีบชักมือหนีแทบไม่ทัน
"คุณนี่มัน..." คีย์ขยับริมฝีปากต่อว่าไร้เสียง ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังประตูห้องทำงานที่ตอนนี้มีเงาร่างของใครบางคนทาบทับอยู่ผ่านกระจกฝ้า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน สั้น ห้วน และเต็มไปด้วยความเร่งร้อน
"ท่านประธานครับ เอกสารงบประมาณไตรมาสนี้ ฝ่ายบัญชีส่งมาแก้รอบสุดท้ายแล้วครับ ให้ผมวางไว้บนโต๊ะเลยไหมครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังทะลุผ่านบานประตูกระจกเข้ามา ชัดเจนเสียจนหัวใจของเด็กหนุ่มหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ธันวายังคงยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากซอกคอของเขาไม่ถึงคืบ ไอความร้อนจากตัวประธานหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาจนแทบจะหลอมละลายสติสัมปชัญญะของคนตัวเล็กให้แหลกคาที่ มือหนาข้างหนึ่งไม่ได้ว่างเว้นจากการก่อกวน มันเลื่อนมาโอบเอวสอบของเขาไว้หลวมๆ ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
"วางไว้... ตรงนั้นแหละ" ธันวาเอ่ยตอบออกไป น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้พิรุธ ราวกับตัวเขานั่งทำงานอยู่หลังโต๊ะทำงานตามปกติ ไม่ใช่กำลังยืนเบียดเด็กฝึกงานคนโปรดจนแผ่นหลังแทบจะจมหายไปกับชั้นหนังสือ
"เอ่อ... คือว่า ผมขออนุญาตวางเอกสารแฟ้มสีแดงไว้บนโต๊ะนะครับ พอดีมีเรื่องต้องรีบเคลียร์ด่วน" เสียงภายนอกยังคงเอ่ยต่อ พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นตามมา
*กริ๊ก!*
คีย์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานทันที ร่างบางพยายามดันอกแกร่งให้ออกจากพื้นที่เสี่ยง แต่ธันวากลับไวกว่า มือใหญ่รวบเอวเขาเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแนบชิดสนิทไ้าระยะห่าง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของออกซิเจนในพื้นที่อับอากาศนี้
"ถ้าเข้ามาเห็น... คุณตายแน่" คีย์ขยับปากพูดไม่มีเสียง ใบงานร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูแดงก่ำ
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ผิดวิสัยประธานหนุ่มผู้รักความเนี๊ยบเป็นที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของคนตรงหน้า จนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่เจือความดื้อรั้น
"ก็ลองดู... ว่าใครจะตายก่อนกัน" ธันวาตอบกลับด้วยเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับลมหายใจ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้คีย์อยากจะยกเท้าขึ้นกระทืบเท้าอีกฝ่ายให้หายหมั่นไส้
แกร๊ก... บานประตูห้องทำงานเปิดอ้าออกกว้างพร้อมกับร่างของเลขานุการหนุ่มที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สายตาของอีกฝ่ายกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะชะงักฝีเท้าลงเมื่อพบว่าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไร้เงาของเจ้านายหนุ่ม
เลขานุการหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ กวาดสายตาสำรวจไปทั่วห้องอีกครั้งอย่างสงสัยใคร่รู้
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ธันวาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหันหลังให้ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบยิ่งกว่าเงา ร่างสูงดันคีย์ให้แนบสนิทไปกับผนังด้านในสุด ก่อนจะใช้เสื้อสูทตัวนอกของตนเองคลุมทับร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ทั้งหมด พร้อมกับที่เขาเองก็ก้าวออกมาทิ้งน้ำหนักยืนพิงชั้นหนังสือในท่าทางสบายๆ ราวกับเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำด้านใน
"มีอะไร" เสียงทุ้มดุดันเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ท่าทางนิ่งขรึมและเยือกเย็นกลับคืนสู่ร่างของประธานหนุ่มในเสี้ยววินาที
เลขานุการหนุ่มสะดุ้งสุดตัว รีบหันกลับมาโค้งตัวด้วยความตกใจ "อ๊ะ! ท่านประธาน... ผมแค่นเอาเอกสารงบประมาณมาวางไว้บนโต๊ะครับ ขอโทษที่ไม่ได้เคาะห้องให้ดีกว่านี้"
"วางไว้แล้วก็ออกไปได้" ธันวาโบกมือไล่นิ่งๆ สายตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้พิรุธ
"ครับ! ขอตัวก่อนครับ" เลขานุการรีบวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานตามคำสั่ง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังตามหลังเบาๆ
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง... แต่ทว่าหัวใจของคนที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
คีย์ค่อยๆ ดึงสูทตัวใหญ่ออกจากศีรษะ ใบหน้าหวานเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธปนความโล่งใจ ดวงตากลมโตค้อนขวับให้คนตัวสูงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้า
"คุณนี่มันบ้าชัดๆ!" คีย์กระซิบลอดไรฟันด้วยความโมโห "เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าเขาเดินมาหยิบเอกสารตรงนี้คุณจะทำยังไง!"
ธันวายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปากหยักลึก "ก็ไม่ได้ทำยังไง... แค่จะบอกเขาว่ารับเด็กฝึกงานเข้ามาช่วยงาน *พิเศษ* เพิ่มอีกคนก็เท่านั้นเอง"
"ประธานบ้าอำนาจ!" คีย์แยกเขี้ยวใส่ด้วยความหมั่นไส้ ขยับตัวจะเดินหนีออกไปจากมุมอับนี้ทันที แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจจะยอมปล่อยเหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ
มือหนาคว้าข้อแขนเรียวรั้งไว้ แล้วออกแรงดึงกลับเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งพอดิบพอดี ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่มีเสียงเคาะประตูหรือเงาร่างของใครมารบกวนอีกแล้ว
"ปล่อยเลยนะ ผมจะไปทำงาน" คีย์พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของคนตัวโตกว่าทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เลย
"ยังไม่เคลียร์เรื่องเมื่อกี้เลย..." ธันวาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "กล้าดียังไงมาสั่งให้ผมหยุด... หื้ม?"
คีย์ชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงและแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอีกฝ่าย ทว่าริมฝีปากยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ "ผมเป็นแค่เด็กฝึกงาน มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง ไม่ได้มีหน้าที่มาเล่นซ่อนหากับประธานบริษัทร้อยเล่ห์แบบคุณ"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ใช้นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของคนปากเก่งออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาคีย์ถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ
"งั้นเปลี่ยนหน้าที่มั้ยล่ะ..." ประธานหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกัน "มาเป็น... เจ้าของห้องคนนี้จริงๆ ดีกว่าไหม"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ คำพูดกำกวมและประกายในแววตาคู่นั้นทำเอาสติที่เคยมีกระเจิงหายไปในอากาศ ชั่วขณะหนึ่งคีย์เกือบจะเผลอเคลิ้มตามบรรยากาศอันตรายนี้เสียแล้ว หากไม่ใช่เพราะเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของตนเองดังขึ้นทำลายมนต์สะกดเสียก่อน
*ติ๊ด... ติ๊ด...*
คีย์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกจากตัวทันทีแล้วถอยหลังกรูดไปสองก้าว มือสั่นระริกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะหน้าถอดสีเมื่อเห็นข้อความจากหัวหน้าแผนกที่ตามตัวยิกๆ
"ผม... ผมต้องไปแล้ว" คีย์เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาคนตรง
ธันวายืนมองเด็กหนุ่มที่กำลังลนลานด้วยความเอ็นดูระคนเสียดาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปประชิดตัวในระยะประชิดอีกรอบอย่างรวดเร็ว
"จะรีบไปไหน..." ธันวากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู พร้อมกับยื่นมือไปฉวยแฟ้มเอกสารในมือของคีย์มาถือไว้เอง "ในเมื่อความลับของเรายังเคลียร์กันไม่จบ..."
ขณะที่คีย์กำลังจะอ้าปากเถียง ประตูห้องทำงานด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่มีสัญญาณเตือน พร้อมกับเสียงก้าวเท้าหนักๆ ที่เดินตรงเข้ามาอย่างเร่งร้อน พร้อมกับเสียงทคุ้มคุ้นหูของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้!
"ธันวา! แกอยู่ที่นี่ใช่ไหม ลูกชายตัวดี ทำไมฉันโทรหาไม่รับสาย..."
ร่างท้วมสง่างามของคุณหญิงมารศรีมารดาของธันวา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องทำงาน พร้อมกับสายตาที่กวาดมองตรงมายังมุมชั้นหนังสือ ที่ซึ่งลูกชายตัวดีกำลังยืนประชิดตัวเด็กฝึกงานหน้าตาคุ้นเคยในระยะห่างไม่ถึงคืบ!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ “หมอกไม้ไผ่” ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 20
ความลับในที่ทำงาน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!