"ถ้าคิดจะเอาเรื่องโง่ๆ นี้ไปแลกกับเศษเงินของตระกูลวรโชติ ฉันแนะนำให้คุณกัดลิ้นตัวเองตายตั้งแต่ตรงนี้ซะดีกว่าค่ะคุณชาย... หรือจะให้ฉันช่วยสงเคราะห์?"
น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นทันทีที่เงาร่างของบุคคลปริศนาทาบทับลงมา คีย์ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว ดวงตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว รอยยิ้มเยาะหยันที่แต้มอยู่บนมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด กลับกัน... มันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวคีย์ให้ตื่นตัวขึ้นต่างหาก
"โอ๊ะ... ปากเก่งใช้ได้ สมกับที่เป็นลูกรักก้นกุฏิของคุณธันวาเขาล่ะนะ"
ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับปะทะเข้ากับปลายจมูก นัยน์ตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทาย ปรเมศวร์ ทายาทรองของตระกูลคู่แข่งทางธุรกิจกำลังสนุกกับการได้เห็นลูกน้องคนสนิทของธันวาตกอยู่ในมุมอับ—หรือที่จริงแล้ว... เขาคิดว่าคีย์กำลังจนมุมอยู่จริงๆ
คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากวาดมองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ท่าทีนิ่งสงบเกินวัยทำให้ปรเมศวร์หรี่ตามองด้วยความระแวงขึ้นมาเล็กน้อย
"ถ้ามีเวลาว่างมาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น สู้เอาสมองอันน้อยนิดไปคิดวิธีพัฒนาโปรเจกต์ที่กำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่าของตัวเองดีกว่าไหมคะคุณชายเมศร์ หรือกลัวว่าถ้าเปิดงบไตรมาสหน้าแล้วหุ้นจะดิ่งลงเหว จนต้องมานั่งขอทานชาวบ้านเขาถึงที่นี่"
เปรี้ยง!
คำพูดเชือดเฉือนที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่งแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำเอาปรเมศวร์หน้าชาวาบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แข็งค้างไปในทันที มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
"ปากดีนักนะ! ระวังเถอะ... ความลับเน่าๆ ของเจ้านายคุณแตกเมื่อไหร่ คุณนั่นแหละที่จะเป็นหมาข้างถนนตัวแรกที่ถูกเขากำจัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย!" ปรเมศวร์ขู่ลอดไรฟันด้วยความโมโหที่ถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางวงล้อมความเงียบ
"งั้นเหรอคะ..." คีย์ก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงแค่คืบ กดสายตามองต่ำลงเล็กน้อยด้วยอำนาจที่ล้นปรี่จนคนตัวสูงกว่ายังต้องเผลอถอยหลัง "แต่ก่อนจะถึงตาฉัน... ฉันว่าคุณเก็บแรงไว้รับมือกับคุณธันวาตอนที่เขารู้ว่าคุณกล้าเอาเท้าสกปรกๆ ก้าวเข้ามาเหยียบตึกนี้ดีกว่านะคะ ระวังตัวด้วยล่ะ... เพราะคนอย่างคุณธันวา เขี้ยวเล็บไม่ได้มีไว้แค่ประดับตัวหรอกค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ก่อนที่ปรเมศวร์จะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาว
กริ๊บ... กริ๊บ... กริ๊บ...
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่น่าแปลกที่ทุกย่างก้าวกลับกดดันให้บรรยากาศโดยรอบลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ปรเมศวร์หน้าถอดสีลงในพริบตาเดียว ขณะที่คีย์ยังคงรักษา100% composure ของตัวเองไว้ได้อย่าง The Professional แต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวด้วยเหตุผลอื่น... เหตุผลที่ชื่อว่า 'ธันวา'
ร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มปรากฏขึ้นที่มุมทางเดิน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าดวงตาคู่คมกริบกลับดาร์กสนิทจนน่ากลัว รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับมัจจุราชที่เพิ่งเดินออกมาจากขุมนรก
ธันวาปราบตามองปรเมศวร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างบางของคีย์ที่ยืนอยู่ใกล้กับผู้บุกรุกเกินความจำเป็น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่ถูกกระตุ้นโดยไม่รู้ตัว
"ดูเหมือนว่าตระกูลศิวะวรกุลจะว่างงานมากสินะ ถึงได้ส่งหมาลอบกัดมาเดินป้วนเปี้ยนแถวห้องทำงานของคนอื่นเขา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว แรงกดดันมหาศาลถูกโยนใส่ปรเมศวร์เต็มๆ จนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉัน... ฉันแค่มารu... มาคุยธุระกับคุณคีย์เขานิดหน่อยเท่านั้นแหละธันวา นายจะอะไรนักหนา" ปรเมศวร์พยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยการเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เสียงจะสั่นพร่าไปเล็กน้อยก็ตาม
"ธุระ?" ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะต่ำในลำคอชวนให้ขนลุกเกรียว "งั้นก็เชิญกลับไปสะสางธุระของนายที่บริษัทซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้หุ้นบริษัทของพ่อแกเหลือศูนย์ภายในสามนาทีนี้... ไสหัวไป!"
ประโยคสุดท้ายไม่ได้ตะโกน แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ทำให้ปรเมศวร์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เจ้าตัวรีบสาวเท้าเดินหนีออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง
คีย์ยืนนิ่ง มองแผ่นหลังของคนที่เพิ่งเดินจากไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่คมของเจ้านายหนุ่มที่ยืนจ้องตนเองเขม็งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
บรรยากาศระหว่างเขาสองคนตอนนี้อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปลกประหลาด ธันวาไม่พูดอะไรสักคำ เจ้าตัวก้าวเข้ามาประชิดตัวคีย์อย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มต้องผถะหลังไปชนกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
ตึง!
มือหนาข้างหนึ่งยันกระจกไว้เหนือศีรษะของคีย์ เป็นการกักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของตัวเองโดยสมบูรณ์ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของคีย์ทำงานหนักขึ้นไปอีก
"คุณธันวา... ถอยไปหน่อยค่ะ ฉันหายใจไม่สะดวก" คีย์พยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แผ่นหลังจะแนบสนิทติดกระจกจนไม่มีทางหนีแล้วก็ตาม
"ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหูกลิ่นอายความหึงหวงคุกกรุ่นอยู่ในทุกพยางค์ ธันวาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มเนียน "ยืนคุยกันกระหนุงกระหนิง ตั้งอกตั้งใจฟังมันพูดซะขนาดนั้น... ชอบผู้ชายสไตล์นั้นหรือไง หึ?"
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตกว่า ปากเก่งๆ เริ่มทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ตีรวนขึ้นมาในอก
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ หรือว่าคุณธันวา... กำลังหึงฉันอยู่?" ประโยคหยั่งเชิงถูกพ่นออกไปพร้อมรอยยิ้มท้าทายที่มุมปาก
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาสนิทคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วด้วยความหมั่นไส้ระคนอยากเอาชนะ แทนที่จะปฏิเสธ ร่างสูงกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกจนระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส
"ถ้าใช่แล้วจะทำไม..." ธันวาครางเสียงต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม "ปากดีนักนะคีย์... ไหนลองพูดคำเดิมให้ฉันฟังใกล้ๆ อีกทีซิ ว่าฉันกำลังเป็นอะไรอยู่กันแน่?"
หัวใจของคีย์กระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปในพริบตาเดียวเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิดติดกัน...
และในเสี้ยววินาทีที่สติของคีย์กำลังจะขาดผึ่ง ประตูห้องทำงานด้านในก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงรายงานตื่นตระหนกของเลขาหน้าห้องที่ดังทะลุเข้ามา!
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ข้อมูลลับโปรเจกต์หลักถูกแฮกออกไปจากระบบเซิร์ฟเวอร์แล้วค่ะ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ "หมอกไม้ไผ่" เสมอนะคะ!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 23
ทฤษฎีคนปากแข็ง
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!