"ถ้ายังคิดจะยืนค้างท่านี้ต่อ เลขาฯ ของคุณคงต้องจ้างช่างมาเปลี่ยนวงกบประตูเพราะคิดว่าเราสองคนสิงร่างกันไปแล้วนะคะ ท่านประธาน"
เสียงกระซิบติดตลกของคีย์ดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมพอจะดึงสติของธันวาให้หลุดออกจากภวังค์สีชมพูที่เกือบจะทำให้เขาเผลอข้ามเส้นระหว่างเจ้านายกับเด็กฝึกงาน ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว—แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกลบเกลื่อนมันด้วยการแสร้งกระแอมไอมือทุบโต๊ะทำงานเบาๆ
ธันวาผละตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว กิริยาท่าทางที่ปกติมักจะสุขุมเยือกเย็นกลับดูเก้ๆ กังๆ ไปชั่วขณะ แต่นั่นก็กินเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่หน้ากากความเผด็จการจะถูกสวมกลับเข้าไปอย่างแนบเนียน
"แค่มองเอกสารใกล้เกินไป... ถอยออกไปได้แล้วคีย์ นายทำให้ห้องทำงานฉันมันแคบจนหายใจไม่ออก" ธันวาเอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความวูบไหวในอกด้วยการสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น มือหนาคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดพรึบโดยไม่ได้มองตัวอักษรเลยสักตัว
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความสนุกสนาน เด็กหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือเขินอายจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนอีกฝ่าย ตรงกันข้าม เขากลับค่อยๆ จัดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ปฏิริยาที่นิ่งเกินคาดทำให้ธันวาต้องลอบมองผ่านหางตาด้วยความหมั่นไส้ระคนฉุนเฉียว
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศอึมครึมและชวนกระอักกระอ่วนก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้องทำงานกว้าง เมื่อร่างของ 'พิมพ์ชนก' เลขาฯ สาวสวยพ่วงตำแหน่งคนที่อยู่เคียงข้างงานบริหารของธันวามานานหลายปี ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าซีดเผือด
ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเฉียบคมและมั่นใจ ตอนนี้กลับสั่นระริก เธอมองเจ้านายหนุ่มสลับกับเด็กฝึกงานที่ยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความหวาดกลัวและผิดหวัยฉายชัดขึ้นบนใบหน้า
"ท่านประธานคะ... ดิฉัน... ดิฉันรบกวนเวลาการทำงานหรือเปล่าคะ" พิมพ์ชนกเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย พยายามควบคุมมันให้ราบเรียบที่สุดแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาที่พิมพ์ชนกใช้มองคีย์ มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่าและความไม่ไว้วางใจ ซึ่งเขาเกลียดนัก
"มีอะไรก็ว่ามาพิมพ์ชนก อย่ามายืนอ้ำอึ้งในเวลาทำงานของฉัน" ธันวาตัดบทเสียงห้วน ใบหน้ากลับมาถมึงทึงไร้ความปรานีตามสไตล์เจ้านายจอมโหด
พิมพ์ชนกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยื่นแท็บเล็ตในมือมาวางบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "เรื่องกำหนดการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นเวลาสองโมงตรงค่ะ... แล้วก็..." เธอลอบกลืนก้อนสะอื้นในคอ "มีแขกคนสำคัญมารอพบคุณอยู่ที่ห้องรับรองพิเศษด้านล่างค่ะท่านประธาน"
คีย์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ สังเกตเห็นความผิดปกติในน้ำเสียงและท่าทางของเลขาฯ สาวได้อย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย 'แขกคนสำคัญ' ที่ทำให้ผู้หญิงที่สุขุมอย่างพิมพ์ชนกถึงกับหน้าถอดสีและมือสั่นได้ขนาดนี้... คงไม่ใช่ระดับลูกค้าธรรมดาแน่
"ใคร?" ธันวาเอถามสั้นๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจอแท็บเล็ต
"คุณ... คุณธนาธร กับ... คนคุ้นเคยเก่าของคุณค่ะ" พิมพ์ชนกตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับไม่กล้าเอמהคำหลังออกมาให้เต็มเสียง
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมอยู่แล้ว กลับดิ่งวูบลงไปอีกขั้นราวกับติดลบ ทันทีที่คำว่า 'คนคุ้นเคยเก่า' ลอยเข้าûมาปะทะโสทประสาท ธันวาชะงักกึก ปากกาในมือร่วงลงกระทบพื้นโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคมกราบความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาในชั่วพริบตา กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่กำลังแผดเผาอยู่เบื้องหลังดวงูคู่นั้น
คีย์หันไปมองสบตากับธันวา ความเงียบงันที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ดาร์กและอันตรายแผ่ออกมาจากร่างสูง ท่าทางของธันวาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อครู่ จากประธานหนุ่มปากร้ายแต่ขี้เขิน กลับกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ออกไปก่อนคีย์" ธันวาเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ ลอดไรฟัน ราวกับพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังจะระเบิด
"ทำไมผมต้องไปล่ะครับ ในเมื่อผมเป็นผู้ช่วยโปรเจกต์นี้ แขกคนสำคัญของคุณ... เกี่ยวข้องกับงานที่เรากำลังทำอยู่หรือเปล่า?" คีย์เลิกคิ้วถามอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากมีความท้าทายเจืออยู่จางๆ ความอยากรู้อยากเห็นในอดีตของธันวาเริ่มทำงาน
"ฉันบอกให้ออกไป!" ธันวาตวาดลั่นห้องเป็นครั้งแรก แรงกดดันจากความโกรธทำให้พิมพ์ชนกถึงกับผถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ แต่ไม่ใช่กับคีย์ เด็กหนุ่มยังคงยืนหยัดนิ่งสนิท จ้องมองใบหน้าบึ้งตึงของคนเป็นเจ้านายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ผมไม่ไปครับ ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนแบบนี้... บอกผมมาเถอะน่า ธันวา ว่าใครกันแน่ที่ทำให้ประธานผู้ยิ่งใหญ่เสียอาการได้ขนาดนี้... แฟนเก่าของคุณเหรอครับ?"
คำถามยั่วประสาทที่หลุดออกมาจากปากของคีย์ ทำให้ธันวาถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปชนกับผนังด้านหลังเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่เด็กฝึกงานตัวแสบด้วยความเหลืออด คลื่นความหึงหวงและหงุดหงิดตีรวนปะปนกับความลับในอดีตที่เขาไม่อยากขุดคุ้ยขึ้นมาอีก
ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยวาจาเฉือดเฉือนอะไรออกไปเพื่อตอบโต้เด็กตรงหน้า ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต
ร่างโปร่งของชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายสะดุดตา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับเป็นนัยน์ตาพราวระยับที่มองตรงมายังธันวาด้วยความคุ้นเคยเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะธันวา... นายยังอารมณ์ร้อนไม่เปลี่ยนเลยสินะ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของพิมพ์ชนก และสายตาที่หรี่แคบลงของคีย์ที่กำลังพิจารณานผู้มาใหม่หัวจรดเท้า
ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่จ้องมองผู้ชายคนนั้น
คีย์กวาดสายตามองสถานการณ์ตรงหน้า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเงียบเชียบ เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... พายุลูกใหญ่กำลังจะซัดถล่มเข้ามาในชีวิตของพวกเขาแล้วจริงๆ
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "หมอกไม้ไผ่" ด้วยนะคะ รี้ดที่รัก!
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 11
รอยร้าวเริ่มต้น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!