ก๊อก ๆ เสียงเคาะกระจกรถเบา ๆ สามครั้งดึงสติคีย์กลับมาจากห้วงความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัว ประโยคปริศนาจากปากคนคนนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... คุณหนูตัวปลอม”* มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่คือหอกแหลมที่จ้วงแทงเข้ามาตรงจุดเปราะบางที่สุดในชีวิตของเขา
คีย์สะบัดหัวแรง ๆ ไล่ความหวาดระแวงออกไป ก่อนจะเลื่อนกระจกimลงครึ่งหนึ่ง ปะทะกับสายตาดุคมกริบของธันวาที่ยืนกอดอกรออยู่ท่ามกลางลานจอดรถใต้คอนโดฯ หรู ใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง
“ลงมาค่ะคุณเลขาฯ หรือต้องให้ผมอุ้มลงไปเองถึงจะขยับ”
น้ำเสียงห้วนจัดเจือความหงุดหงิดตามแบบฉบับของประธานหนุ่มจอมเผด็จการดังขึ้นทันทีที่กระจกลงสุด คีย์ส่งเสียง ‘ชิ’ ในลำคอเบา ๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะผลักประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้า
“คุณธันวาว่างมากหรือไงคะ ถึงมารอรับส่งผมทุกเช้าเย็นแบบนี้ งานการที่บริษัทไม่มีทำรึไง หรือว่าตำแหน่งซีอีโอกำลังจะเจ๊งจนต้องมาขับรถรับจ้างเสริมรายได้” คีย์สวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากเก่งไม่เคยเป็นรองใคร แม้ในอกข้างซ้ายตอนนี้จะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนกจากเรื่องเมื่อครู่ก็ตาม
ธันวาไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวรวดเร็วจนคีย์ต้องผถายหลังไปชนกับตัวรถอย่างไร้ทางเลี่ยง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน ฝ่ามือหนายื่นไปทาบกระจกรถด้านหลังของคีย์ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอาณาเขตของตัวเองโดยสมบูรณ์
“ปากเก่งแบบนี้... แสดงว่าเรื่องที่ผมส่งคนไปเช็คประวัติเมื่อวาน ยังไม่ทำให้คุณสำเหนียกสินะว่าใครคือนายจ้าง” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนลมหายใจอุ่นปัดป้ายอยู่ข้างแก้มใส สายตาคมกวาดสำรวจใบหน้าของคีย์อย่างละเอียดถี่ถ้วน จนกระทั่งมาสะดุดอยู่ที่ร่องรอยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “แล้วทำไมหน้าซีด? ใครทำอะไรคุณ”
คำถามนั้นห้วนจัด แต่แฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คีย์ชะงักไปนิด ดวงตากลมโตไหววับชั่วขณะก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ไอร้อนจากกายแกร่งที่แนบชิดทำให้สติที่รวบรวมไว้แทบกระเจิง
“ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ! ถอยไปเลยนะ คนมองกันหมดแล้ว” คีย์ดันอกแกร่งออกเบา ๆ แต่มีหรือที่แรงแมวอย่างเขาจะสู้แรงหมีควายของประธานหนุ่มได้ ธันวาไม่เพียงไม่ขยับ แต่กลับโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
“มองให้มองไปสิ ผัวเมียยืนคุยกัน ใครจะทำไม”
“ใครผัวคุณคะ! พูดจา”
“ก็คุณไง” ธันวาตัดบทหน้าตาเฉย มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาคีย์อยากจะยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าผ้าใบไว้บนหน้าหล่อ ๆ นั่นเสียให้เข็ด “เมื่อคืนคุณฝันถึงผมทั้งคืน จำไม่ได้หรือไงตอนละเมอเรียกชื่อ...”
“หยุดเลยนะ! ผมไม่เคยละเมอเพ้อพกอะไรแบบนั้นเด็ดขาด!” คีย์เถียงเสียงหลง ใบงดงามขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนหูร้อนผ่าว ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้หาเรื่องมาปั่นป่วนหัวใจเขาได้ตลอดเวลาจริง ๆ
ทว่าท่าทางฮึดฮัดต่อปากต่อคำไม่ยอมแพ้นั้น กลับทำให้ธันวาจ้องมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความกวนประสาทเมื่อครู่จางหายหลงเหลือเพียงประกายความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา ฝ่ามือที่เคยทาบกระจกเปลี่ยนมาเลื่อนขึ้นสัมผัสกรอบหน้าเนียนแผ่วเบา นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเผลอไผล
สัมผัสอ่อนโยนที่นาน ๆ ครั้งจะหลุดออกมาจากคนปากร้าย ทำให้คีย์นิ่งงัดไปโดยปริยาย หัวใจที่เต้นรัวเพราะความโกรธเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนเป็นเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด สายตาคมกริบของธันวาที่มองมา เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่อציบ แต่มันร้อนแรงเสียจนคีย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“คีย์...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับหลุดออกมาจากห้วงความคิดคำนึงที่เจ้าตัวพยายามอดกลั้นมานาน “บางที... ผมก็เกลียดที่คุณทำให้ผมรู้สึกเสียศูนย์ได้ขนาดนี้”
คีย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ ประโยคนั้น... มันหมายความว่าอะไร? หรือว่าธันวาจะ...
“คุณ... หมายความว่า...”
*“คุณเลขาฯ ครับ! มีพัสดุด่วนส่งถึงคุณคีย์ครับ!”*
เสียงตะโกนแทรกขึ้นมาจากพนักงานส่งของที่เดินถือกล่องพัสดุกล่องใหญ่เข้ามาใกล้ ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ขณะที่คีย์รีบผละออกจากอ้อมแขนแกร่งทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำ
คีย์รับกล่องพัสดุกल่องนั้นมาด้วยมือสั่นเทา แกะเทปกาวออกอย่างลวก ๆ ท่ามกลางสายตาไม่สบอารมณ์ของธันวาที่ยืนกอดอกมองอยู่ข้าง ๆ
และทันทีที่เปิดฝากล่องออก... รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ก็ค้างเติ่ง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
ภายในกล่องนั้น ไม่มีอะไรเลย... นอกจาก ‘รูปถ่าย’ นับสิบใบที่ถูกโปรยไว้ บนโต๊ะทำงานที่บ้านของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน และภาพถ่ายล่าสุดของ ‘แม่’ ที่กำลังเดินซื้อของอยู่ในซอยแคบ ๆ แถวบ้านเกิด พร้อมกับกระดาษโน้ตสีแดงสดที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ
*“ของขวัญต้อนรับการกลับมา... ลูกชายตัวปลอมของตระกูลอัครเดชาโชติ”*
คีย์หน้าซีดเผือด มือที่ถือกล่องสั่นเทารุนแรงจนกล่องเกือบหลุดมือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความลับที่เขาปกปิดมาตลอดชีวิต... พังทลายลงแล้วในวินาทีนี้!
ธันวาที่สังเกตเห็นความผิดปกติรีบก้าวเข้ามาคว้ากล่องพัสดุกल่องนั้นไปดู กวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษโน้ตเพียงเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือกก็แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงทันที บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
ดึงสติกลับมาไม่ทันไร ธันวาก็จับข้อมือคีย์ไว้แน่น ลากให้ก้าวตามไปที่รถอย่างไร้ความปรานี ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นสีจัดด้วยความโกรธกริ้วที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
“ขึ้นรถ!” ธันวาออกคำสั่งเสียงเข้ม เฉียบขาด และเด็ดขาดจนไม่อาจปฏิเสธได้
“แต่ว่าแม่ผม...!” คีย์สะอื้นฮัก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต ความเข้มแข็งที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่า
ธันวาหยุดชะงัก หันกลับมามองคนตัวเล็กที่กำลังสั่นเทาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยว เขาเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาที่ปริ่มขอบตาคีย์ออกแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวาบ
“ไม่ต้องกลัว... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนของผมทั้งนั้น... แม้กระทั่งเงาของมันเอง!”
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความคลั่งรักในตอนนี้นะคะ*
เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก•ตอนที่ 25
ความในใจที่ถูกซ่อน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ อย่า(เพิ่ง)เลิกคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!