หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 13

ค่ำคืนแห่งพายุฝน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง “คลิก... คลิก...” สะท้อนก้องกราบไปทั่วโถงรับแขกโอ่อ่าของคฤหาสน์ ภคินยังไม่ทันได้ขยับกายเพื่อรับมือกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ เสียงฟ้าร้องคำรามครืนใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยก พร้อมกับที่กระแสไฟฟ้าทั่วทั้งคฤหาสน์ตัดขาดพรึบ ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา มีเพียงแสงวาบสีขาวของสายฟ้าที่ฟาดผ่านกระจกบาน “วร้าย!” เสียงอุทานอย่างตกใจกลัวของมาดามซูเฟยดังขึ้น พร้อมกับเสียงวัตถุกระทบพื้นจากการสะดุด แต่ในความมืดอันน่าอึดอัดนั้น ภคินกลับไม่ได้สนใจแขกผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย สัญชาตญาณดิบเถื่อนของเจ้าพ่อมาเฟียพุ่งตรงไปยังทิศทางของมุมห้องรับแขกที่ร่างระหงของพิมรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ “เฮีย...” เสียงหวานเอ่ยสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวต่อเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นติดๆ กัน พิมรดาเกลียดพายุฝนที่สุดในชีวิต และความมืดมิดกะทันหันนี้ก็ดึงเธอดิ่งลงสู่หลุมดำแห่งความหวatระแวง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก มือเล็กปัดป่ายหาที่ยึดเหนี่ยวตามสัญชาตญาณ และก่อนที่เธอจะได้กรีดร้องออกมา หมับ! อ้อมแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กก็รวบรัดเอวบางเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษผสมโคโลญจน์ราคาแพงและบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่คุ้นเคย “ตัวสั่นเป็นลูกนกเลยนะ... เด็กดื้อ” “เฮียคิน... พิมกลัว...” พิมรดาซบหน้าลงกับแผงอกกว้างอย่างไร้การป้องกัน ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกความมืดและเสียงฟ้าร้องบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เธอกอดเอวสอบของเขาแน่น ฝังเล็บลงกับเนื้อผ้าสูตรเนื้อดีอย่างลืมตัว ในขณะเดียวกัน ที่กลางโถงใหญ่ มาดามซูเฟยที่เพิ่งตั้งหลักได้ในความมืดและแสงวาบจากฟ้าแลบ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตวัดหงุดหงิดระคนเย้ายวน “ภคิน! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมไฟถึงดับ แล้วคุณมัวทำอะไรอยู่ตรงนั้น...” “หุบปากซูเฟย!” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของภคินดังขึ้น ทรงอำนาจและเยียบเย็นจนมาดามซูเฟยชะงักกึก “ถ้าไม่อยากตายคาความมืด ก็ไสหัวไปรอที่ห้องรับรองชั้นล่างซะ อย่าเสือกเดินพล่านในอาณาเขตของฉันเวลานี้” “คุณ...!” ซูเฟยเม้มปากแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากความมืด เธอก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำได้แต่สะบัดหน้าหนีและก้าวเดินออกไปตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด เมื่อเสียงฝีเท้าของซูเฟยลับหายไป ภคินก็อุ้มรวบพิมรดาขึ้นแนบอกโดยที่เรียวขาเนียนเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ รีบคล้องคอเขาแน่น ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย กึก... เสียงประตูห้องนอนส่วนตัวของเขาถูกปิดล็อกลงด้วยกลอนอัตโนมัติที่ยังมีสำรองไฟฉุกเฉินส่องสว่างเรื่อเรืองสีส้มสลัว ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนคิงไซส์กว้าง แต่มือหนากลับไม่ยอมปล่อยให้เธอหนี ภคินทาบทับร่างหนาลงไปทันที กักขังเธอไว้ใต้ร่างด้วยความหิวกระหายที่ถูกปลุกเร้าจากบรรยากาศอันเร้าใจ “ปล่อยพิมนะเฮีย... แฮก... ฟ้ามันร้อง...” พิมรดากล่าวเสียงสั่น หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อแผงอกเปลือยเปล่าใต้ร่มผ้าของเขาแนบชิดกับยอดอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา “กลัวเสียงฟ้าผ่าเหรอ หืม...” ภคินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้ว นวล มือหนาบีบเค้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างถือวิสาสะ “แต่ดูเหมือนเธอกำลังเรียกร้องอย่างอื่นมากกว่านะ พิมรดา” “เปล่าสักหน่อย... อื้อ!” คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน หนักหน่วง และเอาแต่ใจ ปลุกเร้าสัญชาตญาณการตอบสนองที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด ภคินบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปโกยตักตวงความหวานล้ำภายใน ปลุกเร้าไฟสวาทที่กำลังโหมกระหน่ำยิ่งกว่าพายุฝนด้านนอก เรียวลิ้นเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน มือหนาลูบไล้ขึ้นไปใต้ร่มผ้าสัมผัสผิวเนียนนุ่มราวน้ำนม ความเย็นเยียบจากอากาศภายนอกถูกเผาลาญจนมอดไหม้ด้วยอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น “อื้อ... เฮียคิน... เจ็บ...” พิมรดากลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วร้อนรุ่มของเขาเกี่ยวสายเสื้อและปลดเปลื้องมันออกอย่างไร้ความปราณี เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ ภคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มคมกริบจ้องมองเรือนร่างอรชรภายใต้แสงสลัว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาดิบเถื่อนที่ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป “เธอทำให้ฉันคลั่ง พิม... เธอทำให้ฉันต้องลงโทษเด็กดื้อที่ชอบลองดี” เสียงกระซิบแหบพร่าเคล้าเสียงฟ้าคำรามด้านนอก กลายเป็นสัญญาณเริ่มต้นของบทเพลงรักอันเร่าร้อนที่ไร้ซึ่งการปรานี ภคินก้มลงครอบครองยอดอกสีหวานด้วยความหิวกระหาย ปลายลิ้นร้อนตวัดหยอกเย้าจนหญิงสาวแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายบิดเร้า สองมือจิกทึ้งเส้นผมหนาของเขาด้วยความทรมานและสุขสมในเวลาเดียวกัน “ฮือ... เฮีย... อย่าแกล้งพิม...” “ฉันไม่ได้แกล้ง... ฉันกำลังทำให้เธอจำต่างหาก ว่าใครคือเจ้าของเรือนร่างนี้” ริมฝีปากร้อนเลื่อนต่ำลงมาตามลำคอระหง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มประทับตราความเป็นเจ้าของ มือหนาลูบไล้เรียวขาเรียวยาว แหวกว่ายเข้าไปสัมผัสความเปียกชื้นที่ปริ่มล้นด้วยแรงปรารถนา พิมรดาสะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสจุดอ่อนไหว เธอครางฮือในลำคอ สะโพกผายยกขึ้นรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยสัญชาตญาณ ศักดิ์ศรีที่เคยแข็งกร้าวหลอมละลายสิ้นในกำมือของมาerหนุ่ม “อ่า... เปียกชุ่มขนาดนี้ ยังปากแข็งอยู่อีกเหรอ” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ภคินแทรกกายเข้าสู่กึ่งกลางความอ่อนนุ่ม ความใหญ่โตมโหฬารที่แผ่ซ่านความร้อนรุ่มทำให้พิมรดาเบิกตากว้าง หายใจติดขัด ความเจ็บแปลบปนความคับแน่นทำให้เธอต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างจนเป็นรอยเลือดซิบ “เฮีย... เจ็บ... พิมเจ็บ...” “ผ่อนคลาย, คนดี... มองหน้าฉัน” ภคินประคองใบหน้าหวานให้สบตา ก้มลงจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าอย่างอ่อนโยนขัดกับความดิบเถื่อนของร่างกายท่อนล่าง “รับฉันเข้ามา... พิม” สะโพกสอบเริ่มขยับขับเคลื่อน แรงกระแทกกระทั้นเนิบนาบในตอนแรกค่อยๆ เพิ่มจังหวะความเร็วและรุนแรงขึ้นตามเพลิงสวาทที่ลุกโชน เสียงเนื้อกระทบกันดังแข่งกับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำนอกหน้าต่าง คฤหาสน์หลังใหญ่สั่นสะเทือนด้วยพายุภายนอก แต่ภายในห้องนอนนี้ พายุแห่งเสน่หาดิบเถื่อนกลับรุนแรงและร้อนระอุยิ่งกว่าหลายเท่า พิมรดาหวีดร้องครางกระσิม ร่างกายถูกพาขึ้นสู่จุดสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ทางหนี สติสัมปชัญญะหลุดลอยหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและสัมผัสอันเร่าร้อนที่แผดเผาเธอจนมอดไหม้ ในขณะที่บทรักอันดุเดือดกำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแมกซ์ ท่ามกลางความมืดและเสียงพายุฝนฟ้าคะนอง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาอย่างไม่รู้กาลเทศะ “เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! มีคนแอบระเบิดห้องควบคุมระบบนิรภัยชั้นใต้ดิน และตอนนี้... มาดามซูเฟยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเอกสารลับล็อตใหญ่ที่สุดของคาสิโนครับ!” ภคินชะงักกึก นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะอันน่ากลัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดขึ้นมาทันที เขาก้มมองพิมรดาที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่ใต้ร่าง ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง “ดูเหมือนว่า... เราจะมีหนูสกปรกต้องกำจัดเพิ่มอีกตัวแล้วสินะ พิมรดา” -------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในห้วงเสน่หาอันมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%