หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 14

รอยร้าวในใจที่เริ่มประสาน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
เสียงคำรามก้องของฟ้าร้องด้านนอกเพดานกระจกนิรภัยไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแววตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อของภคินในวินาทีนี้... “ดูเหมือนว่า... เราจะมีหนูสกปรกต้องกำจัดเพิ่มอีกตัวแล้วสินะ พิมรดา” ประโยคทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกได้รูปของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มไม่ได้สร้างความสะพรึงกลัวให้แก่หญิงสาวเท่ากับการที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาค่อยๆ ไล้ปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ พิมรดากลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากพายุฝนกระหน่ำซัดสาดคฤหาสน์หรูริมผาแห่งนี้ หากแต่เป็นเพราะแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่กำลังกักขังเธอไว้ระหว่างพนักโซฟาหนังแท้กับแผงอกกำยำของเขา “ปล่อยฉันนะคะ... เฮียคิน” น้ำเสียงของเธอพยายามจะแข็งกร้าว แต่มันกลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนน่าสมเพชในความรู้สึกของตนเอง ศักดิ์ศรีที่เคยพยายามปกป้องมาตลอดหลายสัปดาห์กำลังถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียดลงทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขาแตะต้องผิวกาย “ปล่อยงั้นเหรอ?” ภคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดทับหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจเรือนร่างอ้อนแอ้นที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดนอนผ้าไหมเนื้อบางเบา ซึ่งเปียกชื้นจากละอองฝนและเหงื่อกาฬ ความเร่าร้อนจากอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์ก่อนหน้าทำให้แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด “เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิจะต่อรองอะไรกับฉันได้อีกเหรอ พิมรดา... ในเมื่อพี่ชายตัวดีของเธอเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายกับพวกมาดามซูเฟยแบบนั้น” ชื่อของหญิงสาวทรงอิทธิพลคู่แข่งทางธุรกิจทำให้พิมรดาชะงัก เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเกลียดชังระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ภาคภูมิ... พี่ชายแท้ๆ ที่ไม่เคยสร้างอะไรนอกจากหายนะ ทำไมเธอต้องมารับกรรมจากความโลภและความไร้สำนึกของเขาด้วย! “ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พี่ภาคทำ!” เธอตวาดกลับอย่างเหลืออด แม้ดวงตาคู่สวยจะรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งยามที่ร่างหนาขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจ “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงั้นเหรอ?” ภคินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะชนกับแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความเคร่งเครียดของบุหรี่ราคาแพงและแอลกอฮอล์จางๆ พัดเข้ามารุกรานประสาทสัมผัสของหญิงสาวจนเธอเผลอผ่อนลมหายใจออกทางปากอย่างติดขัด “ทุกบาททุกสตางค์ที่มันเอาไปผลาญในบ่อนของฉัน มันมาจากบัญชีชื่อเธอ... พิมรดา เธอคือผู้ค้ำประกันชีวิตของมัน จำไม่ได้หรือไงหึ?” มือหนาเลื่อนลงมาบีบปลายคางมนของเธอไว้ด้วยแรงพอประมาณบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงความดุดันและเด็ดขาดที่ไม่มีวันยอมพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหน รสสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านที่เคยผ่านการถืออาวุธและชี้เป็นชี้ตายคนอื่นสร้างความรู้สึกแปลกประหลาด มันทั้งเจ็บปวดและวาบหวามในคราวเดียวกันจนน่ารังเกียจ พิมรดาน้ำตาคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอับจนหนทาง เธอเกลียดผู้ชายคนนี้... เกลียดความเผด็จการ เกลียดแววตาทรงอำนาจที่มองเธอราวกับเป็นเพียงสิ่งของราคาแพงที่เขาจะทำลายหรือครอบครองเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ยิ่งเธอพยายามผลักไส หัวใจทรยศกลับยิ่งจดจำสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือคู่นี้ได้อย่างแม่นยำ “ถ้าเกลียดฉันนัก... ทำไมแววตาของเธอถึงไม่ได้บอกแบบนั้นล่ะ” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่เหนือกลีบปากทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก ก่อนที่เธอจะทันได้เอื้อนเอยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา ภคินก็ไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัวริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกถ้อยคำต่อต้านทันที! จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความรุนแรงดิบเถื่อนเช่นตอนแรกเริ่ม แต่มันคือการบดขยี้ที่ลึกซึ้ง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ ริมฝีปากหนาขบเม้มกลีบปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างช่ำชอง พิมรดาครางอือในลำคอ พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างตรึงท้ายทอยของเธอเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับหนีไปไหน ความใกล้ชิดในคืนพายุที่โหมกระหน่ำภายนอก ทำให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาลุกลามเข้ามาในความรู้สึกของเธออย่างช้าๆ รสจูบที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเสน่หาอันเร่าร้อนเริ่มบั่นทอนกำแพงความเกลียดชังในใจของพิมรดาให้พังทลายลงทีละน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ... มือเรียวที่เคยกำเสื้อผ้าของเขาไว้แน่นเพื่อดันตัวออก ค่อยๆ คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเกาะกุมลาดไหล่กว้างของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พลังงานบางอย่างระหว่างคนทั้งสองกำลังเปลี่ยนรูปไป ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างไร้เหตุผล ภคินรับรู้ได้ถึงความอ่อนยวบในอ้อมแขน รอยร้าวในหัวใจที่แข็งกระด้างของหญิงสาวกำลังสั่นคลอน และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจะทำลายมันให้สิ้นซาก เขาลากไล้ริมฝีปากลงมาตามลำคอระหงที่เต็มไปด้วยชีพจรเต้นระรัว ขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีุ่กเข้มเพื่อแสดงความเป็นเจ้า “เฮีย... อื้อ...” เสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมาจากเรียวปากบวมเจ่อ ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวชายหนุ่มให้พุ่งพล่านถึงขีดสุด ร่างสูงช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายโดยที่ริมฝีปากยังไม่ละจากซอกคอหอมหวาน พิมรดาผวาเฮือกด้วยความตกใจ แขนเรียวอัตโนมัติคล้องคอเขาไว้แน่นเพื่อความปลอดภัย ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมท่ามกลางแสงสลัวจากฟ้าแลบด้านนอก ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าระหว่างความเกลียดชังกับความเสน่หา สิ่งไหนกันแน่ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าในวินาทีนี้ ภคินวางร่างบางลงบนเตียงนอนนุ่มกว้างใจกลางห้องนอนใหญ่ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้เรือนร่างของทั้งสองทาบทับแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวใต้ร่างที่หอบหายใจสะท้าน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลที่ยากจะควบคุม จนกระทั่ง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะห้วงเวลาอันเร่าร้อน พร้อมกับเสียงรายงานตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง “นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มาดามซูเฟยส่งคนบุกเข้ามาที่เขตคาสิโน และ... และตอนนี้พวกมันกำลังตามหาตัวคุณพิมรดาครับ!” ร่างของภคินชะงักกึกทันที ดวงตาคมดุที่พDายามจะกลืนกินหญิงสาวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว เขากัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ก่อนจะก้มลงกระซิบเสียงต่ำด้วยความคาดโทษข้างใบหูของคนที่นอนหายใจหอบอยู่ใต้ร่าง “ดูเหมือนว่าหนูสกปรกตัวนี้... จะกล้าหาญเกินไปหน่อยแล้วสินะ” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%