“ถ้าคิดว่าการร้องไห้จะทำให้ฉันปล่อยเธอไปละก็... บอกไว้ก่อนเลยว่านั่นเป็นความคิดที่ตื้นเขินที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้นชิดใบหู พิมรดาสะดุ้งเฮือก ร่างบางที่ยังคงสั่นสะท้านจากความเร่าร้อนเมื่อคืนค่อยๆ ขยับหนีจากอ้อมกอดที่เปรียบดั่งกรงขัง แต่ยังไม่ทันที่แผ่นหลังจะขยับออกจากความอบอุ่นของแผงอกแกร่ง ฝ่ามือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นคอของเธอ บีบเค้นเบาๆ ทว่าเด็ดขาด บังคับให้เธอนอนหงายเผชิญหน้ากับดวงตาคมปลาบของภคินที่มองลงมาอย่างพิจารณา
กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายคนนี้ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด พิมรดาพยายามเม้มริมฝีปากที่บวมช้ำจากการตรากตรำรักตลอดทั้งคืน พยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งความเจ็บปวด ความอัปยศ และแรงสั่นไหวที่เขาเป็นคนปลุกปั่นมันขึ้นมาเองกับมือ
“เฮียคิน... ปล่อยพิมเถอะค่ะ พิมไม่อยากเป็นของเล่นของใคร” เธอเค้นเสียงที่สั่นพร่าออกมา ทั้งที่รู้ว่ามันไร้ความหมาย
ภคินกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้มีความปรานี แต่มันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ยังไม่มอดดับ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งสันแตะสัมผัสผิวแก้มเนียนอย่างหยามเหยียด แต่แฝงไปด้วยความโหยหาที่ยากจะปฏิเสธ
“ของเล่นงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะไล้นิ้วโป้งกร้านไปตามริมฝีปากล่างของเธออย่างอ้อยอิ่ง “คนอย่างฉันไม่เคยเสียเวลาเล่นกับของเล่น... ถ้าเป็นของฉัน ก็ต้องเป็น ‘กรรมสิทธิ์’ ที่ฉันจะจัดการยังไงก็ได้ ไม่ว่าจะบดขยี้ให้แหลกคามือ หรือจะปรนเปรอให้แทบขาดใจตาย... เธอเลือกไม่ได้หรอกพิมรดา”
เขาขยับกายขึ้นคร่อมร่างบางไว้ บดเบียดความแข็งแกร่งให้เธอรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่ตื่นตัวขึ้นอีกครั้งเพียงแค่ได้สัมผัสเธอ พิมรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปหมดสิ้น มือเล็กพยายามยันอกแกร่งไว้ แต่ความแตกต่างของพละกำลังมันช่างมหาศาลจนน่าสมเพช
“พิมเป็นคน... ไม่ใช่สิ่งของ” เธอประกาศกร้าว แม้หยดน้ำตาจะเอ่อคลอหน่วยตา
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าเธอมีความเป็นคนมากกว่าเครื่องระบายความใคร่” ภคินกดจูบหนักๆ ลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ฝังรอยแดงช้ำลงไปราวกับจะตีตราจองให้โลกทั้งใบรับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร “ถ้าเธออยากมีศักดิ์ศรีนัก ก็จำไว้ว่าศักดิ์ศรีของเธอตอนนี้มันขึ้นอยู่กับว่าฉันจะ ‘พอใจ’ มากแค่ไหน เข้าใจไหม... เด็กดี”
ความวาบหวามปนเปไปกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ผ้าห่มผืนบาง เขากำลังเล่นกับความรู้สึกของเธออย่างช่ำชอง เหมือนพยัคฆ์ที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อก่อนจะตะปบกลืนกิน
“อย่า... เฮียคิน... อย่าทำแบบนี้”
“ทำแบบไหน? แบบที่ทำให้เธอครางชื่อฉันจนเสียงแหบแห้งเมื่อคืนน่ะเหรอ?” เขาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าอกแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวเนื้อจนพิมรดาต้องหลับตาแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอเกลียดที่ร่างกายของตัวเองทรยศ... เกลียดที่มันสั่นไหวตอบสนองสัมผัสของเขาอย่างน่ารังเกียจ
“พิมเกลียดเฮีย” เธอเค้นเสียงบอกพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา
ภคินนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบและอันตรายจนน่าขนลุก “เกลียดสิ... เกลียดให้มากเท่าที่เธอจะทำได้ เพราะทุกครั้งที่เธอเกลียด ฉันจะทำให้เธอหลงใหลจนลืมหายใจ... ลืมไปเลยว่าเคยเป็นใคร มาจากไหน และเคยโง่เง่าไปรักใครก่อนหน้าฉัน”
เขาเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น บังคับให้รับรสจูบที่ดุดันและเร่าร้อนราวกับจะสูบเอาวิญญาณไปจากร่าง เขาจูบจนเธอแทบขาดใจ ลากไล้ปลายลิ้นไปตามความนุ่มหวาน ลุกลามไปจนถึงส่วนลึกที่สุดของความรู้สึก จนพิมรดาต้องเผลอแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว
ในขณะที่เปลวไฟแห่งเสน่หาในห้องนอนกำลังลุกโชนจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้กลายเป็นจุณ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงและไร้มารยาท ทำเอาภคินหยุดชะงักดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดจัดที่ถูกขัดจังหวะ
“นายคะ! มาดามซูเฟยมาค่ะ... เธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับนายเรื่อง ‘หนี้ก้อนโต’ ของพี่ชายคนสวยคนนี้!”
พิมรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อของพี่ชาย และความหมายแฝงจากลูกน้องที่หน้าห้อง ใบหน้าของเธอกลายเป็นซีดเผือดในพริบตา ความสุขสมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความกังวลใจที่เกาะกินหัวใจ
ภคินผละออกจากตัวเธอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เขาจัดเสื้อคลุมอาบน้ำอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหันมามองคนบนเตียงที่กำลังสั่นระริกด้วยความกลัว
“ดูเหมือนว่า ‘ภาคภูมิ’ จะทำเรื่องแสบเอาไว้มากกว่าที่ฉันคิดนะพิมรดา” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยคำขู่ที่ชวนให้ใจเสีย “แต่งตัวซะ แล้วออกไปพบกับแขกคนสำคัญของฉัน... ถ้าอยากให้พี่ชายเธอมีชีวิตรอดไปจนถึงเย็นนี้ ก็ทำตัวให้สมกับที่เป็น ‘ของรักของหวง’ ของฉันให้ดีที่สุด”
ภคินก้าวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความดาร์กที่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวพิมรดา เธอนั่งนิ่งค้างอยู่บนเตียง มือที่สั่นเทาสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น ทว่าก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงแหลมสูงของมาดามซูเฟยที่ดังลอดเข้ามาก็ทำเอาหัวใจของเธอกระตุกวูบ
“คินคะ... หนี้ก้อนนี้พิมรดาจ่ายด้วย ‘ตัว’ ไม่พอหรอกนะคะ ถ้าคุณอยากได้ชีวิตพี่ชายเธอคืน คุณต้องยอมยก ‘คาสิโนฝั่งตะวันออก’ ให้ฉัน... คุณจะเลือกอะไรคะ ระหว่างผู้หญิงที่เพิ่งได้มาใหม่ กับอำนาจที่คุณสร้างมาทั้งชีวิต?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันมืดมิดและเร่าร้อนของเฮียคินและหนูพิมมาด้วยกันนะคะ จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 15
รุ่งอรุณแห่งพันธะสวาท
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!