เสียงปืนนัดแรกที่ดังสะท้อนมาจากโถงชั้นล่างไม่ได้ทำให้ผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะอาหารสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
ภคินยังคงใช้มีดเงินตัดชิ้นเนื้อสเต็กมีเดียมแรร์อย่างใจเย็น ไอความร้อนที่คุกรุ่นจากอาหารตรงหน้าดูจะน้อยกว่าอุณหภูมิความดุดันในแววตาคมกริบทรงอำนาจคู่นั้นเสียอีก ขณะที่พิมรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างเพรียวบางในชุดเดรสผ้าไหมสีเข้มสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเสียงเอะอะโวยวายและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"นายครับ... ทางด้านมาดามซูเฟย ส่งคนบุกเข้ามาล้อมคาสิโนชั้นล่างแล้วครับ พวกมันบอกว่าต้องการตัวผู้หญิงคนนี้!"
ลูกน้องคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าภคินกลับวางมีดลงบนจานอย่างเชื่องช้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตาบอดี้การ์ด ก่อนจะเบนสายตากลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"หึ... ดูเหมือนว่าของเล่นชิ้นใหม่ของฉัน จะเนื้อหอมเสียเหลือเกินนะคะ พิมรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น ภคินปรายตามองความวุ่นวายเบื้องล่างผ่านผนังกระจกนิรภัยใสก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ ซูเฟย... แม่นางพญาแห่งวงการมาเก๊าผู้กระหายอำนาจและไม่มีวันยอมปล่อยให้เขาได้อะไรไปโดยง่าย กล้าดียังไงถึงส่งสุนัขบ้ามาเห่าหอนถึงถิ่นของเขา
"ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วย..." พิมรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาภายใต้โต๊ะจะสั่นระริกจนแทบควบคุมไม่อยู่ "ปล่อยฉันไปเถอะค่ะเฮีย... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันตั้งแต่แรก"
"ปากเก่งนักนะ"
ภคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักมังกรจางๆ และมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล เขาก้าวเท้าช้าๆ อ้อมโต๊ะอาหารยาวมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
นิ้วแกร่งเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองหน้าเขา ดวงตาสีนิลคู่คมดارดุจพญาเหยี่ยวสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่พยายามซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง
"คิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยเหยื่อที่เดินเข้ามาหาถึงปากถ้ำให้ออกไปเป็นของคนอื่น... หืม?"
ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้กรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ พิมรดาเบือนหน้าหนีด้วยความถือดี ทว่าแรงบีบที่คางกลับเพิ่มมากขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"จำใส่สมองเอาไว้พิมรดา... ต่อให้ซูเฟยจะยกกองกำลังมาถล่มตึกนี้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ถ้าฉันยังไม่อนุญาต ต่อให้เป็นยมบาลหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... เพราะเธอเป็นสิทธิ์ขาดของฉันคนเดียวเท่านั้น!"
คำประกาศิตดิบเถื่อนทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ภายนอกถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาดเมื่อยามที่กลิ่นกายบุรุษเพศอันทรงเสน่ห์และดุดันโอบล้อมรอบกายเธอเอาไว้ ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดอยู่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น
"ถ้าอยากรอดออกไปจากที่นี่ทั้งเป็น... ก็จعلตัวเธอให้ฉันสิคะเด็กดี"
เขากระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นสะท้อนถึงแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะรวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วอุ้มเธอลอยขึ้นจากเก้าอี้อย่างง่ายดาย พิมรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวทุบลงบนลาดไหล่กว้างตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่แรงแค่นั้นมีหรือจะระคายเคืองเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่
"ปล่อยนะ! เฮียคิน! คนฉวยโอกาส... อื้อ!"
คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้องสิทธิ์ขาดอย่างไร้ข้อกังขา ทำให้สติสัมปชัญญะของพิมรดาแตกกระเจิงในพริบตา ร่างกายที่เคยขัดขืนเริ่มอ่อนยวบยาบลงไปตามแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้สะโพกมนภายใต้ชุดเดรสแนบเนื้ออย่างจาบจ้วงและเร่าร้อนถึงขีดสุด
ในขณะที่เสียงปืนและเสียงกระจกแตกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นล่าง ภายในห้องพักส่วนตัววีไอพีชั้นบนสุด ภคินกลับผลักร่างบางลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศที่ระอุอุ่นไปด้วยไฟสวาทที่กำลังลุกโชน เขาทาบทับเรือนร่างหนาหนักลงมาตรึงเธอไว้ใต้ร่าง แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองเรือนร่างอรชรที่กำลังหอบสะท้านด้วยความปรารถนาอย่างพึงพอใจ
"เฮียคะ... ข้างล่าง..." พิมรดาพยายามเปล่งเสียงท้วงติงด้วยสติที่เหลืออยู่น้อยนิด เมื่อนิ้วเรียวแกร่งของเขาเริ่มเกี่ยวรูดซิปชุดเดรสของเธอด้านหลังลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว
"ช่างหัวพวกมัน..."
เสียงกระซิบพร่าระคนแหบพร่าดังชิดริมหู ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะซุกไซร้ลงมาตามซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี สร้างรอยสวาทสีเข้มทับถมความหอมหวานจนหญิงสาวต้องแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่านวาบหวาม ร่างกายทั้งสองหลอมรวมกันด้วยแรงดึงดูดอันดิบเถื่อนท่ามกลางพายุความรุนแรงที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะเลื่อนต่ำลงมาครอบครองยอดอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าลูกไม้บางเบา เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของบอดี้การ์ดคนเดิมที่พังประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
"นายครับ! แย่แล้วครับ! มาดามซูเฟย... หลุดเข้ามาถึงหน้าลิฟต์วีไอพีแล้วครับ มันบอกว่าถ้าไม่ส่งตัวผู้หญิงคนนี้ออกมา มันจะระเบิดตึกทิ้งทั้งหลัง!"
ภคินหยุดชะงักการกระทำทันที ใบหน้าคมคายฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขากัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ก่อนจะผละตัวออกจากร่างของพิมรดาที่กำลังหอบหายใจโยนความเร่าร้อนทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไม่สบอารมณ์
ชายหนุ่มหยิบปืนพกสีดำสนิทออกจากสายคาดเอวขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก ดวงตาสีนิลคมกริบหันกลับมามองหญิงสาวที่นอนจัดเสื้อผ้าด้วยความตกใจอีกครั้ง
"อยู่แต่ในนี้... อย่าริอ่านออกไปไหนเด็ดขาด"
เขากระซิบเสียงเยียบเย็น ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้อง ทว่าประตูห้องยังไม่ทันปิดสนิทดี เสียงฝีเท้าของใครอีกคนหนึ่งก็แทรกตัวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกใส พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของ *'เจ้าพ่อคาสิโน'*-กับเด็กกะโปโลคนนี้เข้าซะแล้วสิคะ... เฮียคิน?"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 7
กลิ่นอายความดุดัน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!