รอยยิ้มฉาบยาพิษและน้ำเสียงเย้ยหยันที่ดังแทรกเข้ามากลางบรรยากาศอันตึงเครียด ทำให้ลมหายใจของพิมรดาราวกับถูกกระชากให้ขาดห้วง ดวงตาคู่คมของมาดามซูเฟยภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดัง หรี่มองภาพหญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เคียงข้างร่างสูงใหญ่ของภคิน รอยยิ้มมุมปากของเจ้าแม่วงการคาสิโนและเครือข่ายมืดชาวฮ่องกงรายนี้ ช่างกรีดลึกและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของ *'เจ้าพ่อคาสิโน'*-กับเด็กกะโปโลคนนี้เข้าซะแล้วสิคะ... เฮียคิน?"
คำทักทายนั้นไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการประกาศสงครามประสาทที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพิมรดาให้จมดิน ภคินไม่แม้แต่จะชายตามองแขกผู้มาเยือนอย่างเสียมารยาท ร่างหนากลับขยับเข้าประชิดแผ่นหลังบางของพิมรดามากขึ้น มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามธุรกิจสีเทา เอื้อมมาโอบรอบเอวคอดกอดกระชับไว้แน่น ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าผู้หญิงอีกคนที่พยายามจะเข้ามามีอำนาจเหนือเขา
"รู้ตัวก็ดีค่ะ... ว่ากำลังทำตัวเสียมารยาท" เสียงทุ้มต่ำดาร์กและเย็นเยียบของภคินดังลอดไรฟัน ร่างกายของเขาร้อนระอุแผ่ซ่านไอร้อนทะลักผ่านเนื้อผ้าจนพิมรดารู้สึกหายใจไม่ออก สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีตวัดมองมาดามซูเฟยด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "และที่นี่... ห้องทำงานส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่ใครนึกจะพรวดพราดเข้ามาก็ได้"
ซูเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหลมสูงและบาดหู นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวรัศมีอำนาจมืดของเจ้าถิ่น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับตีเข้าจมูกจนพิมรดาต้องเมินหน้าหนีด้วยความอึดอัด ซูเฟยปรายตามองสภาพยับเยินของพิมรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยแดงจางๆ ตรงซอกคอขาวผ่องที่เกิดจากการขบเม้มของภคินเมื่อครู่ ไม่เล็ดลอดสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นไปได้เลย
"เด็กนี่... มีดีอะไรนักหนากันคะ ถึงทำให้เฮียคินต้องยอมเสียเวลามาคลอเคลียด้วย ทั้งๆ ที่กองเอกสารฟอกเงินล็อตใหญ่จากมาเก๊ากำลังรอให้เฮียเซ็นอนุมัติอยู่แท้ๆ" ซูเฟยจงใจเน้นเสียงเยาะเย้ย "หรือว่า... บนเตียงมันเด็ดจนลืมโลกไปเลยล่ะคะ?"
คำพูดที่จาบจ้วงและไร้ซึ่งมารยาททำให้พิมรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวและความอับAอายพุ่งพล่านขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของโลกมืดใบนี้ เป็นแค่ 'ของเล่นราคาถูก' ที่ใช้ขัดดอกหนี้สินมหาศาลที่พี่ชายตัวแสบก่อเอาไว้
ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดและเน่าเฟะผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างห้ามไม่อยู่...
พิมรดายังจำคืนวันที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขังห้องเช่าคับแคบได้ดี วันที่ร่างไร้วิญญาณของแม่ทรุดโทรมลงไปพร้อมกับหนี้สินก้อนโตที่ภาคภูมิ—พี่ชายแท้ๆ ของเธอ—ได้เอาโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของครอบครัวไปจำนองกับบ่อนเถื่อนเพื่อนำเงินไปปรนเปรอผู้หญิงและผลาญกับโต๊ะพนันบาคาร่า ภาคภูมิไม่ใช่แค่พี่ชาย แต่เขาคือ 'มะเร็งร้าย' ที่กัดกินอนาคตของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
*'พิม... ช่วยพี่ด้วย ถ้าน้องไม่ช่วย พี่ตายแน่ๆ พวกมันจะตัดนิ้วพี่!'*
เสียงร้องไห้คร่ำครวญและอ้อนวอนของภาคภูมิในคืนที่เขาหอบสังขารสะביกสะบอมมาหาเธอก่อนจะหนีหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งภาระหนี้สินหลักสิบ миллион ไว้บนบ่าของเด็กสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเรียนจบ เธอยังจำความรู้สึกของการถูกหักหลัง ความเย็นชาในแววตาของพี่ชายที่โยนความรับผิดชอบทั้งหมดมาให้เธอรับเคราะห์แทนอย่างเลือดเย็น เขากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตของเธอไปเดิมพันในวงพนัน แล้วทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ป่ากระหายเลือดอย่างภคินอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้!
น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาเงียบๆ ที่หางตา พิมรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความแค้นเคืองต่อโชคชะตาและพี่ชายตัวแสบทำให้เธอตัวสั่นสะท้าน
"ออกไปซะ ซูเฟย" ภคินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ความอดทนของเขาหมดลงแล้ว เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างบางในอ้อมแขน แววตาของเจ้าพ่อคาสิโนแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและอันตรายจนซูเฟยต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนกับเธอ... ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องหิ้วปีกเธอโยนลงไปจากชั้นสิบห้านี้"
"เฮียใจร้ายเสมอกับฉันเลยนะคะ..." ซูเฟยแค่นยิ้มหยัน ปรายตามองพิมรดาด้วยแววตาสمเพชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินนินทาออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น
ปัง!
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานหรูอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับยิ่งอึดอัดและร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม ภคินไม่ปล่อยให้พิมรดาจมอยู่กับความเศร้าสร้อยและเงาอดีตอันเน่าเฟะ ร่างหนาตวัดแขนรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น จนแผ่นอกกว้างแผ่นซ่านกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าใต้ชุดคลุม
"คิดถึงมันอยู่หรือไง..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวที่ยังหลงเหลือรอยจุมพิตของเขา "คิดถึงไอ้พี่ชายสารเลวที่เอาเธอมาเร่ขายให้ฉัน... หรือว่าเธอกำลังคิดว่าตัวเองน่าสงสารซะเต็มประดา?"
พิมรดาหันขวับกลับมา เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยฉายแววพยศดื้อรั้นที่ทำให้ภคินยิ่งปรารถนาจะบดขยี้ให้แหลกคาอก
"ใช่! ฉันมันน่าสมเพช!" พิมรดากรีดเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตา "ฉันเกลียดมัน! เกลียดพี่ชายตัวเองที่มันเหยียบยยำชีวิตฉัน! และฉันก็เกลียดคุณ... เกลียดคุณที่สุดที่ทำตัวเหมือนสัตว์ป่าคอยซ้ำเติมคนไม่มีทางสู้!"
คำพูดตัดพ้อที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพยศ ทำให้แววตาของภคินวาบแสงด้วยความเร่าร้อนดิบเถื่อน มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ มือหนาข้างหนึ่งคว้าต้นคอระหงไว้มั่น บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"เกลียดฉันเหรอคะ... หึ" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของมาเฟียหนุ่มช่างน่ากลัวและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน "งั้นก็จำใส่สมองเอาไว้ให้ดี... ว่าต่อให้โลกใบนี้จะเกลียดเธอ หรือไอ้พี่ชายสารเลวของเธอจะทิ้งเธอลงนรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็ไม่มีวันหนีพ้นไปจากเงื้อมมือของฉันคนนี้ได้หรอก พิมรดา..."
ร่างสูงก้มลงประกบเรียวปากหนาเข้ากับกลีบปากนุ่มที่สั่นระริกทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว สัมผัสรุนแรง ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบ ริมฝีปากหยักบดขยี้เรียวปากบางอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ความโกรธ ความแค้น และความเร่าร้อนหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้จูบที่แสนจะดุเดือดจนพิมรดาร่างอ่อนระทวย แทบจะหมดแรงยืน
มือหนาเริ่มลูบไล้สอดเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุมอาบน้ำ สัมผัสผิวเนียนนุ่มราวน้ำนมที่สั่นสะท้านใต้ปลายนิ้วหยาบกร้าน ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง พิมรดาพยายามจะทุบตีประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับถูกสูบหายไปกับรสจูบอันเร่าร้อนและทรงพลังของเขา
ภคินผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความมืดสลัวของราตรี ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววพ่ายแพ้ราบคาบ
"คืนนี้... เธอต้องชดใช้ให้สาสมกับการที่บังอาจกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน..."
เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ก่อนจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว มุ่งตรงไปยังเตียงนอนคิงไซส์กลางห้อง โดยไม่สนใจเสียงทุบตีประท้วงที่เบาหวิวรากับลูกแมวของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย...
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ร่างของพิมรดากำลังจะถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดของความสัมพันธ์ เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
*“เฮียคินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของเราที่เฝ้าโกดังสินค้าฝั่งท่าเรือรายงานว่า มีชายแปลกหน้าแอบอล่นเข้าไป และคนๆ นั้น... อ้างว่าเป็น ‘เจ้าหนี้ตัวจริง’ ที่ถือสัญญากู้ยืมเงินลับของพี่ชายนางเอกครับ!”*
ดวงตาคมกริบของภคินชะงักกึกทันที ร่างหนาหยุดการกระทำทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที ความเร่าร้อนเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยียบของข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับ ขณะที่พิมรดาร่างชาวาบไปทั้งตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำว่า 'เจ้าหนี้ตัวจริง'
—หรือว่า... หายนะที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนไปด้วยกันนะคะ... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
จูบแรกยามสายัณห์
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 8
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!