หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 10

บททดสอบความอดทน

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
ความเงียบงันในยามวิกาลของคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย สำหรับพิมรดาแล้ว ความเงียบคือเสียงฝีเท้าของเงาดำที่พร้อมจะตะปบเหยื่อทุกเมื่อ เปลือกตาที่ปิดลงเพียงชั่วครู่เมื่อคืนยังคงทิ้งรสสัมผัสอันดิบเถื่อนและแววตาดุดันของภคินไว้บนผิวเนื้อ คำพูดทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะผละตัวออกไปราวกับประกาศิตที่คอยกรีดแทะความมั่น The ดิ่งลึกลงในห้วงความคิดจนเธอต้องลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาที่สั่นเทา “ตื่นมาเจอเรื่องสนุกแน่... เด็กน้อยของฉัน” คำประกาศนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นคำสั่งประหารชีวิตทางจิตวิทยาที่เขากำลังสนุกสนานกับการเฝ้ามองเธอดิ้นรน พิมรดากวาดสายตาสำรวจห้องนอนกว้างขวางที่ถูกเนรมิตให้เป็นกรงทองคำขาว ลวดลายแกะสลักบนบานหน้าต่างบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างเบามือที่สุด ลมยามดึกโชยปะทะเข้ากับผิวแก้มที่ซีดเผือด เธอกลั้นหายใจเมื่อบานกระจกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู เบื้องล่างคือสวนกุหลาบยุโรปที่ทอดยาวสลับกับลานกรวดสีเทา—หนทางเดียวที่จะนำไปสู่กำแพงสูงลิบลิ่วซึ่งมีลวดหนามและระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดคือกำแพงใจที่บอกว่าเธอจะยอมตกเป็นทาสสวาทของซาตานตนนี้ไม่ได้เด็ดขาด หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มตัดสินใจถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งไว้บนพรม ก่อนจะก้าวขาเรียวขึ้นไปเหยียบขอบหน้าต่าง ลมเย็นยะเยือกบาดลึกถึงกระดูกดำ ขณะที่ปลายนิ้วเกาะขอบระเบียงปูนปั้นแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ทุกย่างก้าวของการปีนป่ายผ่านระเบียงชั้นสองลงสู่กันสาดด้านล่างเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ความกลัวที่จะต้องตกอยู่ใต้ร่างหนาของภคินนั้นมีอำนาจมากกว่าความตาย *ตุบ!* ร่างระหงทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้านุ่มอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก พิมรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอกวาดสายตามองไปรอบบริเวณอย่างหวาดระแวง ความมืดมิดของรัตติกาลช่วยพรางตา แต่ประสาทสัมผัสของเธอกลับทำงานอย่างเต็มพิกัด ทว่า... ความหวังอันน้อยนิดกลับต้องพังทลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... คิดจะไปเดินชมสวนรับลมที่ไหนหรือครับ... เอ๊ย... ที่ไหนหรือคะ คุณพิมรดา” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นจากความมืดใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของบอดี้ชายชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขาทำให้เลือดในกายของพิมรดาเย็นเฉียบลงทันที พิมรดาสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบของตัวคฤหาสน์ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อหันไปมองรอบด้าน เธอก็เพิ่งตระหนักได้ว่าทุกมุมมืดของคฤหาสน์หลังนี้มีเงาร่างของลูกน้องภคินยืนประจำการอยู่ราวกับหมากบนกระดานที่ถูกจัดวางไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ว่าเธอจะก้าวไปทางไหน สายตาคมกริบนับสิบก็ยังคงจับจ้องมาที่เธอเสมอ “หลีกทางให้ฉัน...” พิมรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อปกปิดความสั่นเทาในน้ำเสียง “ฉันแค่อยากออกไปสูดอากาศข้างนอก” “อากาศข้างในห้องของเฮียคินน่าจะอบอุ่นและเร่าร้อนกว่าข้างนอกตั้งเยอะนะครับ... เอ่อ... ตั้งเยอะนะคะ” บอดี้การ์ดหนุ่มยิ้มหยัน ขยับตัวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม “แล้วอีกอย่าง... นายใหญ่สั่งไว้ชัดเจนว่าห้ามให้ ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ เดินเพ่นพ่านอย่างไร้จุดหมายโดยเด็ดขาด” คำว่า ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ บาดลึกเข้ากลางใจจนพิมรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวและอับอายพุ่งพล่านขึ้นมาจนหยาดน้ำตาคลอหน่วย แต่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ “ฉันไม่ใช่ของเล่นของใครทั้งนั้น!” เธอกัดฟันกรอด เชิดหน้าขึ้นสู้แม้เรียวขาจะแทบพยุงร่างไว้ไม่ไหว “งั้นก็คงต้องไปบอกนายใหญ่ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ” ยังไม่ทันที่บอดี้การ์ดหนุ่มจะได้เอ่ยประโยคถัดไป แสงไฟจากรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ก็สาดส่องตัดผ่านความมืด ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางทรงอำนาจ ภคินปัดเสื้อแจ็คเก็ตเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุร้าย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ลูกน้องทุกคนโค้งศีรษะลงด้วยความเคารพยำเกรง ขณะที่พิมรดารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเธอไว้จนแน่น ภคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกรวดดังชัดเจนในความเงียบ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายกลิ่นเฉพาะตัวลอยมาแตะจมูก ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังสั่นสะท้อนราวกับลูกนกตกน้ำ เขายื่นมือหนาออกไปเชยคางมนขึ้นบังคับให้เอบสบตา ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างถือดี “หนีเก่งนี่...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มจนพิมรดาต้องหลับตาลงหนีความเร่าร้อนอันตรายนั้น “แต่เสียดาย... ที่กรงของฉันมันกว้างและลึกเกินกว่าที่เด็กดื้ออย่างเธอจะปีนป่ายออกไปได้พ้น” พิมรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและแรงดึงดูดที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่พ่ายแพ้ให้กับมัน “ปล่อยฉันนะ...” เธอกระซิบเสียงสั่น ภคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาคมกริบพินิจพิจารณาเรือนร่างอรชรที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากน้ำค้างยามดึก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากนุ่ม พลกระซิบคำสั่งที่ทำให้วิญญาณเธอกระเจิง “กลับเข้าห้องไปกับฉัน... แล้วเราค่อยมาคุยกันว่า ‘บทลงโทษ’ สำหรับเด็กที่คิดหนี ควรเริ่มต้นจากตรงไหนดี” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเกมรักอันร้อนแรงนี้นะคะ ---
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%