หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 11

ถูกจับได้คาหนังคาเขา

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
รองเท้าผ้าใบราคาถูกที่พิมรดาสวมใส่เหยียบลงบนพื้นกรวดเสียงดังแผ่วเบา ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ เธอหอบหายใจถี่รัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องสั่งให้เธอก้าวไปข้างหน้าไม่หยุด ทว่าทันทีที่ฝ่ามือเรียวบางแตะลงบนรั้วเหล็กดัดเพื่อจะข้ามออกไปสู่โลกภายนอกนั้นเอง... "คิดว่าจะไปได้ไกลสักกี่น้ำ... พิมรดา" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารดังมาจากความมืดด้านหลัง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ร่างของพิมรดาแข็งทื่อ ความเย็นเฉียบแล่นปราดจากกระดูกสันหลังสู่ปลายเท้า เมื่อเงาตะคุ่มขนาดใหญ่ก้าวออกจากมุมตึก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของ 'ภคิน' ที่ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยความสมเพชและโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว "ปล่อยฉันไปเถอะเฮีย... ขอร้องล่ะ" เสียงหวานสั่นเครือจนเกือบเป็นเสียงสะอื้น เธอพยายามปีนรั้วต่อ แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว แรงมหาศาลจากฝ่ามือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขน ก่อนจะกระชากร่างเธอลงมาจนปลิวว่อนไปปะทะกับแผงอกแกร่งที่แข็งราวกับหินผา "ปล่อยเหรอ?" ภคินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมสันขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มเธอไว้จนอึดอัด "ในเมื่อกล้าลองดี คิดจะหนีออกจากกรงทองของฉัน ก็ต้องพร้อมรับผลที่ตามมาด้วยไม่ใช่หรือไง" พิมรดาพยายามดิ้นรน ขัดขืนด้วยทุกแรงที่มี แต่กลับถูกเขาต้อนจนแผ่นหลังบางแนบติดไปกับผนังคอนกรีตเย็นเยียบ ภคินใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงล้อม กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นไม้ป่าหรูหราของเขาทำให้เธอมึนหัวจนตั้งหลักไม่ได้ "พิมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องชดใช้ให้พี่ชายเฮีย... ไม่ใช่ชีวิตของพิม!" เธอตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "พี่ชายเธอขายเธอให้ฉันแล้ว พิมรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปากบาง น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและกดดัน "และหน้าที่ของสินค้าอย่างเธอ คือการปรนเปรอความใคร่ให้กับเจ้าของ ไม่ใช่พยายามวิ่งหาทางตายข้างนอกนั่น" ก่อนที่พิมรดาจะได้ทันตั้งตัว ภคินก็โน้มใบหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างดุดัน รสจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความแค้นเคืองและความต้องการที่พลุ่งพล่านราวกับลาวา เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ พิมรดาพยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่ฝ่ามือใหญ่กลับล็อกท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสที่ป่าเถื่อนและเร่าร้อนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาสำรวจโพรงปากหวานล้ำอย่างจาบจ้วง ภคินละเลียดชิมความหวานที่เขารู้สึกหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอช่างรุนแรงเสียจนลมหายใจขาดห้วง ร่างกายของพิมรดาที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟภายใต้สัมผัสที่ชำนาญและร้อนแรงของเขา "อื้อ... เฮีย..." เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในจุมพิตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มือหนาเลื่อนลงไปโอบรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความต้องการของชายหนุ่มเริ่มกดทับหน้าท้องแบนราบของเธอให้รู้สึกถึงพละกำลังอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงสแล็คตัวสวย เขายอมผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อยให้เธอได้หายใจ แต่สายตากลับจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการกระทำของเขาด้วยความหิวกระหาย "อย่าคิดจะหนีอีกเป็นครั้งที่สอง... เพราะคราวหน้า ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอมีแรงแม้แต่จะยืน" เขากวาดร่างบางขึ้นสู่อ้อมแขนด้วยท่าเจ้าสาว พิมรดาทำได้เพียงซบหน้าลงกับอกแกร่งด้วยความพ่ายแพ้ ภคินก้าวเท้าเดินมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งสอง ทว่าเมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่เข้าไป กลิ่นหอมฟุ้งของน้ำหอมราคาแพงก็แตะจมูก สตรีร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากลางห้องโถงคือ 'มาดามซูเฟย' หญิงสาวผู้มีดวงตาดั่งงูพิษ เธอคลี่ยิ้มเหยียดหยามมองมายังสภาพที่ดูไม่ได้ของพิมรดาในอ้อมแขนของภคิน "ดูเหมือนของเล่นชิ้นนี้จะเชื่องยากกว่าที่คิดนะคะ เฮียคิน..." ซูเฟยเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน ก้าวเดินด้วยท่วงท่าเย้ายวนเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าพวกเขา "หรือว่าที่ต้องกลับมา เพราะกลัวจะไม่มีใครดูแลจนขาดใจตายกันล่ะคะ?" ภคินหยุดกึก แววตาคมกริบฉายแววไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขาหันไปสบตามาดามซูเฟยด้วยรอยยิ้มเย็นชา "ธุระของฉัน... ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาวิจารณ์ กลับไปซะก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน" ซูเฟยหัวเราะร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าถือใบหรู แล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจกข้างโซฟาอย่างเชื่องช้า "ฉันไม่ได้มาเพื่อวิจารณ์ แต่มาเพื่อบอกว่าสิ่งที่เฮียกำลังถืออยู่ในมือน่ะ... มันไม่มีค่าอะไรหรอกถ้าหากเฮียรู้ความจริงว่า 'พี่ชาย' ของแม่นี่แอบติดต่อใครไว้บ้างในคาสิโนคืนนี้" ภคินชะงัก ร่างกายที่แข็งเกร็งของเขาเริ่มส่งสัญญาณอันตราย พิมรดาที่อยู่ในอ้อมแขนรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ต้นแขนจนแทบแตกสลาย เขาจ้องมองซูเฟยด้วยแววตาที่น่ากลัวกว่าเดิม "หมายความว่ายังไง" ภคินถามเสียงต่ำจนเกือบคำราม ซูเฟยเอียงคอเผยรอยยิ้มอาบยาพิษ "ก็หมายความว่าที่รัก... ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่หนี้ก้อนเดียวที่เฮียต้องจัดการ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ 'สงคราม' ที่ใครบางคนวางแผนจะทำลายเฮียให้ย่อยยับ... โดยมีน้องสาวคนสวยนี่แหละ เป็นเหยื่อล่อชั้นดี" พิมรดาเบิกตากว้าง เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เชลย... แต่เธอเป็นอะไรกันแน่ในหมากกระดานนี้? จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นของเกมรักนี้มาจนถึงตอนที่ 11 นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%