"ว้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานซะแล้วสิ... หรือควรจะเรียกว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญดีล่ะ?"
เสียงแหลมสูงที่เจือแววเยาะเย้ยของมาดามซูเฟยดังแหวกลงมากลางความเงียบงันในห้องรับรองพิเศษ ภายใต้แสงไฟสลัวสีอำพันที่สะท้อนเงาร่างอ้อนแอ้นในชุดกี่เพ้าผ่าข้างสูงจนเห็นต้นขาเนียน
พิมรดาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่กำลังแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งของภคินรีบผละออกตามสัญชาตญาณ ทว่าข้อมือเล็กกลับถูกมือหนาของเจ้าพ่อมาเฟียคว้าตรึงเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
ภคินไม่แม้แต่จะชายตามองแขกผู้มาเยือน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นยังคงจ้องลึกลงมาในดวงตาของหญิงสาว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนบังร่างบางของเธอไว้มิดชิด ราวกับประกาศกร้าวกลายๆ ว่าผู้หญิงคนนี้คืออาณาเขตส่วนตัวที่ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้อง
"รู้ตัวก็ดี... ว่าเธอเป็นแค่แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็น ไร้ซึ่งความเกรงใจต่อสตรีทรงอิทธิพลจากแผ่นดินใหญ่แม้แต่น้อย ภคินค่อยๆ หันกลับไปมองซูเฟย ช้าๆ ทว่าเต็มไปด้วยรังสีสังหารแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ รอยแผลเป็นยาวที่พาดผ่านตั้งแต่หัวไหล่ลามจนถึงแผ่นหลังด้านซ้ายใต้ร่มผ้าซาตินราคาแพงที่ขาดวิ่น ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูดิบเถื่อนและอันตรายถึงขีดสุด
แผลนั้น... แลกมาด้วยกระสุนนัดที่เกือบปลิดชีพเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน จากฝีมือของกลุ่มอิทธิพลคู่แข่งที่ซูเฟยอาจจะมีส่วนรู้เห็น
"แหม... เฮียคินใจร้ายกับฉันจังเลยนะคะ ทั้งที่ฉันอุส่าห์หวังดีมาเยี่ยมเยียนหลังจากได้ข่าวว่าเฮียได้รับบาดเจ็บสาหัส... อ๊ะ ดูท่าทางบาดแผลนั้นจะยังไม่หายดีสินะคะ เลิกลั่กเชียว"
ซูเฟยแย้มยิ้มพราย ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบเลือดจางๆ บนเสื้อเชิ้ตสีขาวของภคินด้วยความสมเพชและระคนสนใจ ก่อนจะปรายตามองพิมรดาที่ยืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลัง
"ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
ภคินเอ่ยคำรามต่ำในลำคอ มือหนายังคงบีบกระชับข้อมือพิมรดาแน่นขึ้นเพื่อถ่ายทอดความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านในอก ร่างกายของเขาร้อนระอุ ไม่ใช่เพราะพิษบาดแผล แต่เป็นเพราะไฟสวาทที่กำลังคุกรุ่นและถูกขัดขวางอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ซูเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ "ระวังตัวไว้เถอะค่ะเฮีย... ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้ อาจจะไม่ได้เชื่องอย่างที่คิดหรอกนะคะ ระวังจะโดนแว้งกัดเอาเข้าสักวัน"
สิ้นเสียงนั้น หญิงสาวชาวจีนก็สะบัดหน้าพรืดเดินจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์ ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง
ปึง!
เสียงประตูปิดลงสนิท ภคินผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมดุหันกลับมามองเชลยสาวในกำมือทันที พิมรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดจากเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในAuraรอบตัวเขา
"ยืนบื้ออยู่ทำไม... มานี่!"
ภคินไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว กระชากร่างบางให้เดินตามเข้ามาในห้องพักส่วนตัวด้านในที่เชื่อมต่อกัน ร่างของพิมรดากระแทเข้ากับแผงอกแกร่งเต็มแรง กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ และน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกจนเธอต้องหลับตาลง
"เฮีย... เจ็บนะคะ" พิมรดาประท้วงเสียงเบา เมื่อมือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีแดงฉานน่ากลัวพาดผ่านกล้ามเนื้ออกลามไปถึงแผ่นหลังด้านซ้าย เลิฟซึมซาบจากรอยกระสุนถากและรอยมีดกรีดในอดีต ย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของโลกที่เขาต้องเผชิญ
ภคินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเล็กน้อยเนื่องจากการขยับตัวไปกระทบกับบาดแผลสดที่ยังสมานตัวไม่สนิท รอยแผลนั้นเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร
พิมรดายืนนิ่งมองภาพตรงหน้า แววตาแข็งกร้าวในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางเบาที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก... ความสงสาร? หรือความเห็นอกเห็นใจ?
ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ น่ากลัว และเหี้ยมเกรียมคนนี้ แท้จริงแล้วก็มีเนื้อหนังมังสาที่สามารถฉีกขาดและเจ็บปวดได้เช่นเดียวกับมนุษย์เดินดินทั่วไป
"มองอะไร... สมเพชฉันว่างั้น?"
ภคินเงยหน้าขึ้นสบตา เสียงของเขาแหบพร่าและเจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย
"พิมไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อยค่ะ..."
หญิงสาวถอนหายใจยาว ตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพรมเบื้องหน้าเขา ดวงตากลมโตมองสำรวจบาดแผลน่ากลัวนั้นใกล้ๆ มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลบนโต๊ะกระจกมาวางไว้ใกล้ตัว
"อย่ามาทำเป็นใจดีกับฉันหน่อยเลย พิมรดา..." ภคินแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก พยายามจะดึงตัวหนีด้วยความถือดี แต่มือบางกลับไวhibernationกว่า คว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"อยู่นิ่งๆ สิคะ! ถ้าไม่อยากให้แผลมันปริและติดเชื้อตายไปซะก่อน..."
น้ำเสียงของพิมรดาจริงจังและเด็ดเดี่ยวจนภคินชะงักไป ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่กล้าออกคำสั่งกับเขาเป็นครั้งแรก โดยที่เธอไม่ได้มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยในแววตานั้น
พิมรดาใช้สำลีก้อนชุบน้ำเกลือล้างแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกสัมผัสที่ปลายนิ้วแตะลงบนผิวเนื้อรอบๆ รอยแผลเป็นนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเขาจะเจ็บปวด
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ภคินก้มมองเรือนร่างอรชรที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้งในอก ความดิบเถื่อนและพายุอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำเมื่อครู่ คล้ายถูกปัดเป่าให้สงบลงด้วยปลายนิ้วอันแสนนุ่มนวลคู่นี้
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเธอซึมซับเข้าสู่ประสาทสัมผัส ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบที่ต่างออกไป... ไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นความโหยหา
"อื้อ..."
พิมรดาครางประท้วงในลำคอเบาๆ เมื่อจู่ๆ มือหนาที่เคยถูกปล่อยเป็นอิสระ กลับเคลื่อนมาแตะที่ท้ายทอยของเธอ รั้งร่างบางให้ขยับเข้าไปใกล้เรือนร่างแกร่งขึ้นอีก จนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขา
"เฮีย... พิมกำลังทำแผลอยู่นะคะ" เธอเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตฉายแววขัดเคืองระคนหวาดหวั่นเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"แผลแค่นี้... ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ภคินใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา ดวงตาสีนิลกาฬคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยประกายปรารถนาที่ระอุอุ่นจนน่ากลัว
"แต่ถ้าไม่ได้สัมผัสเธอตอนนี้... ฉันอาจจะลงแดงตายจริงๆ ก็ได้"
ไม่รอให้หญิงสาวได้ทันเอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากหนาก็ก้มลงประกบจูบกลีบปากอิ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบครั้งนี้ไม่ได้ดิบเถื่อนรุนแรงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับลึกซึ้ง เร่าร้อน และแฝงไปด้วยความเว้าวอนอย่างน่าประหลาด จนพิมรดารู้สึกราวกับสติสัมปชัญญะทั้งหมดกำลังถูกหลอมละลาย มือบางที่ถือสำลีอยู่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรม ปลายเล็บจิกเข้าที่หัวไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ในขณะที่ริมฝีปากยังคงบดเคล้าคลอเคลียกันอย่างดูดดื่ม มือหนาของเจ้าพ่อมาเฟียก็เริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวบางอย่างย่ามใจ ดึงรั้งร่างเธอให้ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่งของเขาโดยสมบูรณ์ ท่ามกลางความมืดสลัวและกลิ่นอายของซาตานหนุ่มที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิทหน้าห้องที่ดังแทรกบรรยากาศหวานซึ้งขึ้นมาขัดจังหวะ
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... สายรายงานว่าพวกของมาดามซูเฟยกำลังส่งคนบุกเข้าล้อมโกดังสินค้าล็อตใหญ่ของเราทางใต้แล้วครับ!"
ภคินหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ดวงตาคมดุหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งอย่างฉับพลัน เขาสบถออกมาคำโตอย่างหัวเสีย ก่อนจะผละริมฝีปากออกจากพิมรดาช้าๆ
ทว่า... ก่อนที่ภคินจะลุกขึ้นยืนเพื่อจัดการกับปัญหาตรงหน้า มือหนากลับคว้าต้นคอระหงของหญิงสาวไว้ ดึงเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแนบชิดติดใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและเด็ดขาดจนขนลุกซู่
"รอฉันตรงนี้... อย่าคิดหนีเด็ดขาด เพราะถ้าเธอกล้าก้าวขาออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว... คืนนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งเองว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเกมรักอันตรายนี้ไปพร้อมกันนะคะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 26
แผลเป็นของมาเฟีย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!