เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นดินปืนและควันสีเทาคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องกระจกนิรภัยชั้นบนสุดของคาสิโนหรู แสงไฟนีออนกระพริบไหววูบวาบก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องสลับไปมา บรรยากาศภายในห้องที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเกมอำนาจอันตึงเครียด พลิกผันกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในชั่วพริบตา
"หมอบลง พิม!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับแรงกระชากอันดุดันจากท่อนแขนแข็งแกร่งของ ภคิน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าโถมทับร่างบางของพิมรดาลงกับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไม่ลังเล เสียงกระสุนปืนเจาะทะลุกระจกกันกระสุนดัง *เพล้ง!* เศษแก้วระยิบระยับร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปรายท่ามกลางความโกลาหล
พิมรดาสะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่กักขังเธอไว้ในกรงทองลอยแตะจมูก ท่ามกลางความตายที่เฉียดฉิวไปเพียงคืบ ภคินไม่ได้สนใจความปลอดภัยของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขากลับใช้ร่างกายกำยำของตนเองปกป้องเธอไว้อย่างมิดชิด สองแขนแกร่งโอบกอดร่างของเธอแนบอกแน่น ราวกับจะหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกันหากมีคมกระสุนพุ่งทะลุเข้ามา
"เฮีย... เลือด..." พิมรดาอุทานเสียงสั่นเครือ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงหยาดของเหลวสีแดงอุ่นที่ไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มบริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายของเขา
ภคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดจากการถูกกระสุนถากผ่านเนื้อผ้าไม่ได้ทำให้เขาใส่ใจเท่ากับความปลอดภัยของหญิงสาวใต้ร่าง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าหันกลับไปมองซากประตูที่ถูกพังด้วยระเบิดแรงดันต่ำ พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำไม่ต่ำกว่าห้าคนที่สวมหน้ากากอนามัยและถือปืนกลออโตเมติกก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา
"พวกมันตาถึงดีนี่ที่กล้ามาเหยียบถ้ำเสือ" เสียงหัวeาะในลำคอของภคินช่างเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงปืน เขากวาดสายตาคมกลาตันมองกลุ่มอริเก่าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี 'กลุ่มมาเฟียรัสเซียสายของวลาดิเมียร์' ที่คงแค้นฝังหุ่นเรื่องสัมปทานคาสิโนเมื่อปีก่อน
"ซ่อนอยู่ตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม ฉันจะเผาทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง"
คำสั่งเด็ดขาดกระซิบชิดริมหูของพิมรดา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยอำนาจมืดอันดิบเถื่อนที่ไม่อนุญาตให้เธอปฏิเสธ ภคินผละกายออกช้าๆ คว้าปืนพกสั้นเก็บเสียงบาเร็ตต์สีดำสนิทขึ้นมาจากข้อเท้าอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาในยามนี้เปลี่ยนเป็นนักล่าเลือดเย็นที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้เป็นชิ้นๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังสนั่นติดต่อกันสามครั้ง ร่างของบอดี้การ์ดฝ่ายตรงข้ามที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรกทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้สุ้มเสียง ภคินเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเสือดาว แม้จะมีบาดแผลที่หัวไหล่แต่ความดุดันและแม่นยำของเขากลับเพิ่มทวีคูณ ความเดือดดาลที่พวกมันบังอาจมารบกวนเวลาความเป็นส่วนตัว—และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้หญิงของเขาตกอยู่ในอันตราย—ทำให้ความปรานีถูกลบเลือนไปจากจิตใจของเจ้าพ่อหนุ่มจนหมดสิ้น
พิมรดานั่งคุดคู้หลบอยู่หลังมุมโต๊ะทำงานหินอ่อน มือเรียวสั่นเทาปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป ภาพความรุนแรงตรงหน้าสะท้อนอยู่ในหน่วยตาใสแจ๋ว หัวใจเธอบีบรัดอย่างรุนแรง ความรู้สึกเกลียดชังความป่าเถื่อนของเขาตีคู่มากับความหวาดกลัว แต่ลึกๆ ในมุมมืดของความรู้สึก เงามืดที่ปกป้องเธอจากคมกระสุนเมื่อครู่กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
*เขาเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเธอ... ทำไมกัน? ผู้ชายที่โหดเหี้ยมคนนี้เนี่ยนะ*
เวลาผ่านไปชั่วกัปชั่วkald เสียงปืนเงียบลง พร้อมๆ กับร่างไร้ลมหายใจของกลุ่มมือสังหารที่นอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้องทำงานหรู กลิ่นควันปืนคละคลุ้งจนแสบจมูก ภคินยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อเชิ้ตสีเข้มชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ แต่เขากลับไม่สนใจร่องรอยบาดแผลนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาคมกวาดมองรอบห้องก่อนจะสาวเท้าย่างสามขุมตรงมายังที่ซ่อนของพิมรดา
ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนายื่นเข้ามาประคองใบหน้ารูปไข่ให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยคราบน้ำตาที่เปื้อนข้างแก้มเนียนอย่างเบามืออย่างไม่น่าเชื่อ
"ปลอดภัยแล้ว... มันจบแล้ว พิม" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาผ่อนความกระด้างลงเล็กน้อย แต่ยังคงความทรงอำนาจและระอุอุ่นด้วยแรงปรารถนาที่ยังค้างคา
"เฮียเจ็บ..." พิมรดาเอ่ยเสียงสั่น พลางใช้สายตาสำรวจบาดแผลที่หัวไหล่ของเขา เลือดสีเข้มยังคงไหลซึมไม่หยุด
"เป็นห่วงฉันหรือไง?" ภคินยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ แววตาคมกริบทอประกายวับวามราวกับสัตว์ป่าที่กำลังพึงพอใจในเหยื่อ "ปากแข็งนักนะ แต่ตาสวยๆ คู่นี้ฟ้องหมดเปลือกเลยว่าเธอกลัวฉันจะเป็นอะไรไป"
"ฉันไม่ได้ห่วง... ฉันแค่กลัวว่าถ้าเฮียตายไป ใครจะใช้หนี้แทนฉันล่ะคะ" เธอยังคงรักษาสนามอารมณ์ เชิดหน้าขึ้นเถียงทั้งที่เสียงสั่นพร่า พยายามปกป้องศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ภายใต้เงื้อมมือเขา
ภคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มสุกปลั่ง กลิ่นอายเลือดและควันปืนไม่ได้ทำให้เสน่ห์อันดิบเถื่อนของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดทางเพศที่ระอุอุ่นจนแทบหลอมละลาย
"ปากดีแบบนี้... สงสัยต้องให้รางวัลซะหน่อยแล้ว"
ยังไม่ทันที่พิมรดาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธ ภคินก็ใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบจูบลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในค่ำคืนนี้ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่ผสมผสานความโล่งใจและอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย บดขยี้เรียวปากเธอจนบวมเจ่อ แต่พิมรดากลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน ร่างกายอ่อนยวบยาบอยู่ใต้พันธนาการอันแข็งแกร่งของเขา ราวกับเทียนไขที่ถูกไฟแผดเผาจนละลาย
ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นควันปืน เกมรักสีเทาระหว่างมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลกับเชลยสาวผู้ดื้อรั้นกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้เป็นฝีมือของใครตัวจริง หรือเบื้องหลังจะมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่มากกว่านั้น...
และก่อนที่ลมหายใจของทั้งคู่จะขาดห้วงไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานที่พังเสียหาย—
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวเนี้ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกริบมองภาพคนทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชเวทนาแกมเยาะเย้ย
"ว้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานซะแล้วสิครับ เฮียคิน... หรือควรจะเรียกว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญดีล่ะ?"
จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวความรักอันดุดันเร่าร้อนนี้นะคะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 25
แผนลอบสังหาร
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!