"ถ้าแกกล้าพังประตูห้องฉันเข้ามา... เตรียมตัวเก็บศพกลับไปได้เลย!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เอ่ยลอดไรฟันออกมาไม่ได้ตะโกนก้อง แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความอึกทึกด้านนอกเงียบกริบลงไปในทันที ภคินไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างหนาที่ทาบทับอยู่เหนือเรือนร่างของหญิงสาวแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธระคนรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาอันเป็นส่วนตัวที่สุด
ปลายนิ้วแกร่งของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มยังคงเกลี่ยไล้อยู่บนพวงแก้มเนียนใสที่แดงระเรื่อด้วยพิษสวาท ร่างกายของเขากับเธอยังคงแนบชิดติดกันจนแทบหลอมละลายเป็นร่างเดียว ความอุ่นร้อนจากกล้ามเนื้อแกร่งใต้ร่มผ้าส่งผ่านความสั่นสะท้านมาถึงผิวเนื้อบางเบาของพิมรดาราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง
ในอกข้างซ้ายของหญิงสาว... หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่จังหวะของความหวาดกลัวต่อบุคคลที่กำลังพยายามบุกรุกเข้ามาด้านนอกอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่า... มันคือความตื่นตระหนกที่เกิดจากความจริงอันน่ารังเกียจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในห้วงความรู้สึก
พิมรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่นัยน์ตากลมโตสั่นไหวระริกยามที่เงยขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบของซาตานร้ายที่กำลังก้มมองเธออยู่ ร่างกายของเธอกำลังทรยศ... ทุกครั้งที่ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดป้ายอยู่ใกล้ๆ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วแข็งกระด้างแตะต้องผิวกาย และทุกครั้งที่อ้อมกอดอันแข็งแกร่งนี้โอบล้อมเธอไว้ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะอย่างไร้การควบคุม
เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสของเขาเหมือนวันแรกอีกต่อไปแล้ว... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ตกเป็นเชลยอย่างเธอ
"เฮีย... ปล่อยพิมก่อนค่ะ" เสียงหวานเอ่ยกระซิบสั่นพร่า มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออกเบาๆ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสะเทือนร่างหนาราวกับกำแพงหินผานั้นได้
"กลัวอะไร หืม... กลัวคนข้างนอกรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ หรือว่า... กลัวว่าตัวเองจะถอนตัวไม่ขึ้น?" ภคินโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากหยักลึกเกือบชิดใบหูเล็กที่กำลังแดงก่ำ น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบเย้าเย้ย แต่มันแฝงไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของพิมรดาแทบกระเจิง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงแหลมสูงของมาดามซูเฟยที่ตะโกนแทรกเข้ามาจนทะลุกรอบประตูไม้เนื้อดี
"คุณภคินคะ! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! อย่าปล่อยให้ผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นมามีอิทธิพลเหนือเกมของคุณ!"
ชื่อของมาดามซูเฟยทำเอาพิมรดาสะดุ้งเฮือก ความอบอุ่นวาบหวามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกในอกทันที หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น เปลวไฟแห่งความถือดีพุ่งพล่านขึ้นมากลบเกลื่อนความหวั่นไหวเมื่อครู่ เธอไม่ใช่ตุ๊กตาที่ใครจะมาเหยียดย่ำศักดิ์ศรีได้ตามอำเภอใจ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงของคู่ค้ารายใหญ่ที่ดูเหมือนจะพยายามเข้ามาแทรกแซงพื้นที่ส่วนตัวของเขา
แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของภคินกลับทำให้เธอต้องแปลกใจ
ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนหรือเกรงกลัวอำนาจมืดเบื้องหลังของมาดามซูเฟยเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นกลับฉายแววดุดันและเย็นชาขึ้นเป็นทวีคูณ เขาก้มลงมองหญิงสาวใต้ร่างอีกครั้ง ก่อนจะใช้มือหนาจับล็อกคางมนให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"สนใจยายแก่คนนั้นทำไม..." เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว แต่ภคินกลับหาได้ใส่ใจไม่ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างหลงใหล "สนใจฉันคนนี้ก็พอ... พิม"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ
มันไม่ใช่จูบแห่งการลงทัณฑ์ที่ดุดันและป่าเถื่อนเหมือนครั้งก่อนๆ หากแต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อน ดึงดูด และเรียกร้องสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปอย่างสิ้นเชิง ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่มสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วภายใต้ชุดเดรสเนื้อบางเบา
พิมรดารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกสูบออกจากร่าง ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนยวบยาบลงไปทุกที สมองที่พยายามร่ำร้องให้ผลักเขาออกไป กลับถูกความซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายเข้าครอบงำ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นทำเอาเธอเคลิบเคลิ้มจนแทบจำไม่ได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มเบาลง ราวกับว่าผู้มาเยือนกำลังตระหนักได้ถึงความไร้ประโยชน์ของการพยายามพังประตูห้องของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล แต่ภายในห้องกว้างแห่งนี้... สงครามระหว่างหัวใจกับเหตุผลกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
เมื่อภคินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หญิงสาวก็หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานแดงก่ำซบลงกับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรง ดวงตากลมโตปิดสนิทลงด้วยความสับสนระคนยอมจำนน... ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์กำลังตบหน้าเธออย่างจัง — *เธอตกหลุมพรางของซาตานร้ายตนนี้เข้าให้แล้วจริงๆ*
"เก่งนักไม่ใช่เหรอ... หืม?" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของภคินดังขึ้นอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทีอ่อนระโหยโรยแรงของคนในอ้อมแขน เขาก้มลงกดจูบซับที่ขมับชื้นเหงื่อแผ่วเบา เป็นความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งเขาจะหยิบยื่นให้ใคร และมันมีอานุภาพทำลายล้างกำแพงในใจของพิมรดาจนพังทลายไม่เป็นท่า
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะคืนกลับมาสู่ห้องนอนหรูหรา เสียงฝีเท้าฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินลับด้านนอกอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงทุบทำลายอย่างเกรี้ยวกราดเหมือนของมาดามซูเฟย...
มันเป็นเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบา มั่นคง และเต็มไปด้วยเจตนารมณ์บางอย่างที่ชวนให้ขนลุกเกรียว
กริ๊ก!
เสียงกลอนประตูห้องลับอีกด้านหนึ่งถูกปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ จากข้างใน!
ภคินชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากเรือนร่างของหญิงสาวทันที นัยน์ตาดุจพญาอินทรีเปลี่ยนเป็นคมกラボขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับมือแกร่งที่เอื้อมไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างไร้เสียง
พิมรดาสะดุ้งสุดตัว ความงงงวยและหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อเห็นปืนในมือของเขา เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงโดยมีผ้าห่มผืนหนาคลุมกายไว้ ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องลับที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ อย่างระทึกขวัญ
ร่างเงาของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำเอาเลือดในกายของทั้งสองคนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"เซอร์ไพรส์... คิดถึงฉันไหมล่ะ เฮียคิน พิมรดา..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมรักอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 24
ความจริงที่เริ่มเปลี่ยนไป
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!