กลิ่นควันปืนจางๆ ยังคงลอยอวลปะปนอยู่กับกลิ่นฝนที่สาดซัดเข้ามาตามช่องลมของห้องนิรภัยชั้นบนสุด ภคินยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าบานประตูเหล็กกล้าที่เพิ่งถูกปิดตายด้วยกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเปียกชื้นเล็กน้อยช่วงไหล่จากการปะทะกับกลุ่มมือปืนรับจ้างที่มาดามซูเฟยส่งมาเก็บกวาดพยานปากเอกอย่างเขาและเธอ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเหี้ยมเกรียมและรAอ่นรอนที่ยากจะคาดเดา
พิมรดายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังเงาร่างหนาของเขา มือเรียวบางกำชายเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านจนหัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความตายเมื่อครู่มันเฉียดฉิวเสียจนผิวเนื้อภายนอกเย็นเยียบ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากระสุนปืนนับร้อยนัด กลับเป็นอิทธิฤทธิ์แห่งความใกล้ชิดที่บดขยี้สติสัมปชัญญะของเธอให้แหลกละเอียดลงทุกวินาที
"กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลยหรือวะ... พิมรดา"
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กของเธอแล้วกระชากเข้ามาประชิดแผ่นอกกว้างอย่างแรง แรงปะทะทำให้ร่างระห่างกระแทกเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขาจนเธอต้องสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายและควันบุหรี่จางๆ แผ่ซ่านเข้าจู่โหมดประสาทสัมผัสจนหญิงสาวแทบสิ้นเรี่ยวแรง
"ปล่อยนะ... เฮียคิน พิมหายใจไม่ออก" เธอพยายามขัดขืนด้วยแรงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ พร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าสายตาคุกคามคู่นั้น แต่ทว่า... เมื่อดวงตาคู่สวยประสานเข้ากับนัยน์ตาสสีดำสนิทที่ลุกโชนไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายลงคอไปในทันที
ภคินไม่ปล่อย เขากลับยิ่งออกแรงบีบล็อกเอวคอดกิ่วให้แนบสนิทชิดใกล้เข้าไปอีก จนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน ความตึงเครียดจากสถานการณ์ความเป็นความตายเมื่อครู่ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนระอุอุ่นที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
นิ้วแกร่งข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นอย่างถือดีบังคับให้เธอรับจูบอันดุดันที่กำลังจะทาบทับลงมา ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ ไร้ซึ่งความปรานีแต่เต็มล้นไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา
"อื้อ..." เสียงประท้วงอู้อี้ดังเล็ดลอดออกมาได้แค่นั้นเมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมผ่านร่องฟันเข้ามาโกยตักความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี รสจูบของภคินเปรียบเสมือนเหล้าชั้นดีที่ดื่มด่ำเข้าไปแล้วมีแต่จะทำให้มึนเมาและเร่าร้อนยิ่งขึ้น มือหนาเลื่อนขึ้นมาขยำขยี้กลุ่มผมนุ่มสลวยเพื่อตรึงใบหน้าของเธอให้รับสัมผัสวาบหวามนี้อย่างเต็มที่ พิมรดาครางฮือในลำคอ สมองขาวโพลน ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีค่อยๆ อ่อนระละลายยวบยาบลงในอ้อมแขนของซาตานร้ายอย่างน่าอนาถ
ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือใหญ่ที่สอดลู่ต่ำลงมาตามแนวแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้ชุดเดรสสั้น ทำให้เธอสะท้านเฮือก ผิวเนื้อสัมผัสกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ภคินถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจรดรินกันและกันในความสลัวของห้องนิรภัย ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและบวมเจ่อจากรสจูบอันรุนแรงอย่างพึงพอใจ
"ปากเก่งนักนะ... แต่สุดท้ายก็ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดฉันทุกที" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนลุกชัน
"เฮียมัน... คนใจร้าย..." พิมรดากัดริมฝีปากที่บวมช้ำของตัวเอง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ผลักอกแกร่งออกเบาๆ "ปล่อยพิม... ถ้าพวกมันตามมาเจอเราที่นี่..."
"ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาเหยียบที่นี่หรอกน่า" ภคินตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาคมเข้มวาววับขึ้นในความมืด เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยหนี กลับยิ่งขยับเข้าไปต้อนร่างบางจนแผ่นหลังนุ่มชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ปิดกั้นทุกทางหนีด้วยลำตัวกำยำและสองแขนที่กักขังเธอไว้ตรงกลาง
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาที่ระอุอุ่นจนแทบหายใจไม่ออก ชุดเดรสสีอ่อนของพิมรดายับย่นจากการยื้อยุดฉุดกระชากเมื่อครู่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดลออที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวจากด้านนอก ภคินก้มมองเรือนร่างอรชรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายหิวอย่างไม่คิดจะปิดบัง อำนาจมืดและความเย่อหยิ่งทระนงตนของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่ม ถูกหลอมละลายลงเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศที่ต้องการครอบครองสตรีตรงหน้าให้แหลกคามือ
"คิดจะหนีฉันไปอีกไหม... หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมฝีปากของเธออีกครั้ง นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับทะนุถนอม แต่แววตากลับดุดันและเอาแต่ใจจนน่ากลัว "ตอบมาสิ... ว่าถ้าออกไปจากที่นี่ได้ เธอจะวิ่งไปหาไอ้พวกหน้าไหนอีก"
พิมรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นไหวระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออันตรายภายนอก แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวรุนแรงต่อสัมผัสและแววตาของคนที่อยู่ตรงหน้า เธอเกลียดเขา เกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่เขามีต่อร่างกายเธอ แต่ในขณะเดียวกัน... เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเจ้ากรรมมันกำลังเต้นแรงเพื่อเขา
"พิม... ไม่มีใครให้ไปหريอก..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาอย่างจำนนต่อโชคชะตา นัยน์ตาสีคู่นั้นไหวระริกสะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตเธอไว้ทั้งหมด
ภคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบนั้น แววตาคมกริบวับวาวขึ้นอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกหนา ความรัก ความแค้น ความหวงแหน และความต้องการที่จะผูกขาดเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว ประเดประดอนเข้ามาจนร่างสูงนิ่งงบไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงฝนที่ยังคงสาดซดอยู่ด้านนอก ก่อนที่ร่างหนาจะโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดกับขมับของเธอ อ้อมแขนแข็งแกร่งกระหวัดรัดร่างบางเข้ามาแนบแน่นยิ่งขึ้น จนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ในความมืดสลัวและบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด ภคินหลับตาลงช้าๆ พลางกระซิบถ้อยคำบางคำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเบาราวกับเสียงกระซิบจากลมหายใจ...
*"...อย่าไปไหน..."*
พิมรดานิ่งงันไปทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าพ่อผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน มันไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การขู่บังคับ แต่มันคือคำขอร้อง... ที่แฝงไปด้วยความเว้าวอนและเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของเธอกำลังจะอ่อนยวบยอมจำนนให้กับอ้อมกอดอันอบอุ่นและอันตรายนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินลับด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวที่มาพร้อมกับน้ำเสียงเย็นเยียบของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนถึงที่นี่!
-"จูบแรกยามสายัณห์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความเร่าร้อนนี้เสมอนะคะ-
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 23
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!