ประตูเหล็กดัดอัติโนมัติสีดำสนิทสูงตระหง่านเคลื่อนปิดลงด้วยเสียงทุ้มต่ำอันน่าขนพองสเกล เสมือนบานประตูแห่งนรกภูมิที่ถูกผนึกตายอย่างถาวร พิมรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยกวาดมองคฤหาสน์สไตล์โกธิคผสมโมเดิร์นที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าสนทึบ ห่างไกลจากความเจริญและผู้คนนับร้อยกิโลเมตร ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ไร้ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกตัดขาดโดยเครื่องตัดสัญญาณพกพาของเหล่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ตั้งแต่อยู่บนรถ
นี่คือ "กรงทอง" ที่ภคินสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอไว้โดยเฉพาะ...
"เชิญค่ะคุณพิม" เสียงทุ้มแหบต่ำของหัวหน้าบอดี้การ์ดดังขึ้นพร้อมกับผันกายผายมือไปยังประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดรออยู่ พิมรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติและความถือดีที่เหลืออยู่ทั้งหมดในร่าง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินผ่านธรณีประตูเข้าไปด้วยแผ่นหลังที่ตั้งตรง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวรากับกลองศึก
ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู กลิ่นอายความหรูหรา เย็นยะเยือก และกดดันก็โอบล้อมร่างบางไว้ทุกทิศทาง ภายในโถงใหญ่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม เฟอร์นิเจอร์หนังแท้สีดำและงานศิลปะแนวร่วมสมัยที่ให้ความรู้สึกดาร์กและอันตราย ทว่าสิ่งที่ทำให้พิมรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก คือร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวตรงกลางห้อง
ภคินในยามนี้ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักสีเข้มที่เลื้อยหายเข้าไปใต้สาบเสื้อ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับราชสีห์กำลังรอคอยขย้ำเหยื่อที่เดินเข้าปากด้วยความสมัครใจ
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ของคุณนะคะ... ของเล่นราคาแพง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ภคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนพิมรดาต้องผถอยหลังก้นชนกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง
"ปล่อยฉันกลับไปนะคะเฮียคิน คุณไม่มีสิทธิ์มาจำกัดอิสรภาพฉันแบบนี้!" พิมรดาเงยหน้าขึ้นสู้สายตา รวบรวมความกล้าทั้งหมดเอวาเอ่ยปฏิเสธทั้งที่มือไม้สั่นเทา
"ไม่มีสิทธิ์?" ภคินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างน่ากลัว มือหนารasคว้าหมับเข้าที่เอวคิวด์ของเธอแล้วรั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงปะทะทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก "พี่ชายคุณเอาโฉนดที่ดินและตัวคุณมาจำนำไว้กับผมสิบล้าน ถ้าไม่มีเงินสดมาคืนภายในสามวัน... คุณก็คือสมบัติของผม ตราบใดที่ยังใช้หนี้ไม่หมด ร่างกายและลมหายใจของคุณก็เป็นของผมทุกลมหายใจ!"
"พี่ภาคภูมิทำ... แต่ฉันไม่ได้เซ็นยินยอม!"
"แต่คุณคือน้องสาวร่วมสายเลือด และคุณก็เป็นคนก้าวเข้ามาเสนอตัวชดใช้ให้มันเองไม่ใช่เหรอคะ พิมรดา" ปลายนิ้วหยาบกร้านลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหงอย่างถือวิสาสะ สัมผัสร้อนผ่าวที่ลากผ่านทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกมือใหญ่อีกข้างบีบกรามมนไว้แน่นบังคับให้หันกลับมารับจุมพิตดิบเถื่อนที่โน้มลงมาหาอย่างไร้ความปรานี
ริมฝีปากหนาประกบปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังจะอ้าเถียงอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือนุ่มนวล หากแต่ดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน ราวกับต้องการลงทัณฑ์ความอวดดีของเธอให้หลอมละลายคาเรียวปาก
พิมรดาทุบอกแกร่งประท้วงสุดแรง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม ภคินตวัดแขนรวบเอวบางไว้แน่นจนแทบจมหายไปกับอก กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากด้วยความกระหายหิว ลิ้นร้อนเกี่ยวพันดูดดื่มจนหญิงสาวแทบขาดอากาศหายใจ เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้อ้อมแขนแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าโอบอุ้มรับน้ำหนักไว้
เนิ่นนานกว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปล่อยให้พิมรดาหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำจากการถูกรุกราน ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ
"จำไว้นะคะ... ว่าคุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้นในบ้านหลังนี้" ภคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงขับทางอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ "และคืนนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว ในฐานะ 'เจ้าสาว' จำยอมของผม"
พูดจบเขาก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องประท้วงเบาๆ ของพิมรดาที่ทุบตีไหล่กว้างไม่หยุด ภคินสาวเท้าพาเธอเดินขึ้นบันไดวนสู่ห้องนอนใหญ่ชั้นบนสุด ซึ่งถูกเตรียมไว้เป็นกรงขังส่วนตัวของซาตานร้าย โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องหรือคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย
ทว่า ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะผลักประตูห้องนอนเปิดออกนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้การ์ดคนสนิทก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านล่าง พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้ฝ่ามือหนาที่กำลังโอบอุ้มหญิงสาวต้องชะงักค้าง
"เฮียครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกรุกเข้ามาถึงเขตชั้นในครับ... เป็นคนของมาดามซูเฟย แจ้งว่ามี 'หลักฐานสำคัญ' ที่จะพลิกเกมหนี้สินทั้งหมดของคุณพิมครับ!"
ดวงตาคมกริบของภคินหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่ากลัว ในขณะที่พิมรดาที่อยู่ในอ้อมแขนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนมีความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง... ใครกันที่กล้าบุกรุกเข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้?
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่สนับสนุน "จูบแรกยามสายัณห์" ค่ะ
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 3
กรงทองของซาตาน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!