แก้วกาแฟเซรามิคสีขาวในมือของรินรดาเกือบจะหลุดร่วงลงมากระแทกพื้นห้องประชุมอยู่รอมร่อ หากปลายนิเรียวไม่ได้จิกเกร็งเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดเสียก่อน
เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม—สามวินาทีที่ยาวนานราวกับโลกใบนี้หยุดหมุน—ก่อนที่สมองอันปราดเปรียวในฐานะสถาปนิกมือฉกาจจะรีบดึงสติกลับมาทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวกระหน่ำจนเสียงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท
ให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน
บุคคลที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องประชุมวีไอพีของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ "คีย์ ธันวา" ซูเปอร์สตาร์หนุ่มระดับ A-List ผู้เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์และสปอนเซอร์รายใหญ่ของโปรเจกต์รีสอร์ทอนุรักษ์ธรรมชาติที่เธอรับผิดชอบอยู่ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เขายังเป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่เพิ่งยื่นหนังสือบอกเลิกราและประกาศถอนหมั้นเธอต่อหน้าสื่อมวลชนเมื่อสามเดือนก่อนอย่างไม่ใยดี
"ยินดีด้วยนะครับที่คุณรินรดา... หวังว่าโปรเจกต์นี้ เราคงจะได้ร่วมงานกันอย่าง 'มืออาชีพ' พอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน โครงหน้าคมคายดั่งรูปสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่คมคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยแววตาเรียաբเฉย เย็นชา และห่างเหิน ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนกันบนท้องถนน ไม่เคยมีอดีตที่แนบชิด หรือคำสัญญาหวานซึ้งใดๆ เคยเกิดขึ้นระหว่างกันเลยแม้แต่น้อย
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจทั้งหมดกลับคืนมา เธอยืดตัวขึ้นตรง สบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่มีวันก้มหัวให้เป็นอันขาด ปากบางยกยิ้มมุมปากในแบบฉบับของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร
"ยินดีต้อนรับครับคุณธันวา... ทางเราเองก็คาดหวังว่า 'สปอนเซอร์' ระดับคุณ จะมีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานเหมือนกัน" รินรดาเน้นย้ำคำว่า *มืออาชีพ* และ *สปอนเซอร์* ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างเปิดเผย
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย กรามคมขบเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเป็น3เหลี่ยม แววตาที่เคยราบเรียบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่แล้วเขาก็กลับมาตีหน้าตาย สวมหน้ากากความเย็นชาใส่เธอได้อย่างแนบเนียนยิ่งกว่าเดิม
"วางใจเถอะครับ... สำหรับผมแล้ว คนที่ไม่มีความสำคัญ ก็เป็นได้แค่ 'งาน' ชิ้นหนึ่งเท่านั้นแหละครับ" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ปากร้ายกาจสมกับฉายาพระเอกสายซึนที่แฟนคลับทั่วประเทศหลงใหล แต่มีเพียงกวิน ผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังเท่านั้น ที่แอบยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่ายกับสงครามประสาทที่คุกรุ่นขึ้นกลางห้องประชุม
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รังสีความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทีมงานคนอื่นๆ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดัง รินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา ผู้ชายคนนี้ช่างเก่งกาจเสียเหลือเกินในการทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยากจะกระโดดเข้าไปฟาดเขาสักทีให้หายหมั่นไส้
"ดีครับ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่งทางนี้เลยครับคุณสปอนเซอร์... เราจะได้มาคุยรายละเอียด 'แบบร่าง' ที่คุณอาจจะติว่ามัน 'ไร้รสนิยม' เหมือนตัวตนของผมกันเสียที" รินรดายผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษอย่างสมบูรณ์แบบ
คีย์หรี่ตามองเธอนิ่ง ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรต่อ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ ร่างกายกำยำขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูก รินรดาต้องแอบถอยหลังในใจไปครึ่งก้าวเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้ชิดเกินกว่าความจำเป็นในทางธุรกิจเสียแล้ว
"เชิญเริ่มนำเสนอได้เลยครับ... ผมมีเวลาจำกัด และไม่ชอบฟังอะไรร่างยาวที่ไร้สาระ" คีย์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองตรงมาที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ แต่หางตากลับคอยเหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวอยู่เป็นระยะ
รินรดาเม้มปากเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเริ่มเปิดสไลด์นำเสนอแนวคิดการออกแบบรีสอร์ท เธอพยายามดึงสมาธิทั้งหมดกลับมาที่งาน น้ำเสียงใสฉะฉานอธิบายรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรมอย่างคล่องแคล่วและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ สมกับที่เป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์มือหนึ่ง
ทว่า... สายตาของคีย์ที่จ้องมองมานั้นไม่ได้สนใจเส้นสายบนแบบแปลนเลยแม้แต่น้อย เขากำลังมองรอยยิ้ม ท่าทาง และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังของเธอ หัวใจใต้ร่มผ้าสูทราคาแพงกำลังเต้นกระหน่ำด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ใครจะรู้เล่าว่า... การต้องทำเป็นเมินเฉย ปากร้าย และพูดจาทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่เขายังคงรักหมดหัวใจ จะเป็นการทรมานตัวเองที่แสนสาหัสแค่ไหน
ตลอดการประชุมสองชั่วโมงเต็ม ทั้งสองคนเชือดเฉือนคารมและสายตากันอย่างดุเดือด ทุกคำพูดเต็มไปด้วยการประชดประชันและลองเชิง แต่ไม่มีใครยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น จนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง ทีมงานคนอื่นๆ ทยอยเดินออกนอกห้องไปจนหมด เหลือเพียงแค่รินรดากesเก็บเอกสารบนโต๊ะ และคีย์ที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งอยู่ที่เดิม
รินรดารวบรวมกระดาษแผ่นสุดท้ายใส่แฟ้มด้วยความรวดเร็ว เธออยากจะออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บรรยากาศที่อยู่ใกล้เขา 2 ต่อ 2 มันชวนให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะเกินไปแล้ว
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะครับคุณธันวา" รินรดากล่าวเสียงเรียบ คว้ากระเป๋าถือเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตู
"เดี๋ยวก่อนครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นไล่หลัง รินรดาชะงักเท้าแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง "มีอะไรอีกครับ หรือแบบแปลนของผมมีตรงไหนที่ 'สปอนเซอร์' ระดับคุณจะติเพื่อก่ออีก?"
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างบางของเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัสจนรินรดารู้สึกใจคอไม่ดี เธอก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับผนังห้องประชุมกระจกใสอย่างจัง
ตึง!
แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกระจก กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่พวงแก้ม
"คุณ... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" รินรดาเอ็ดเสียงเบาแต่เฉียบขาด พยายามดันอกแกร่งออกห่าง ทว่าเขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
คีย์ก้มมองใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบฉายแววความเจ็บปวดและความโหยหาที่ปิดไม่มิด ร ิมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าลอดไรฟัน
"ปากเก่งนักนะรินรดา... ไหนบอกว่าเราเป็นแค่คนแปลกหน้ากันไง ทำไมเวลาอยู่ใกล้ฉันทีไร มือคุณถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะหึ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองศึกเมื่อระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว สายตาคมกริบของเขาจ้องมองริมฝีปากเธอนิ่งราวกับคนอดอยากมานานปี
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก และริมฝีปากของคีย์กำลังโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน...
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูกระจกห้องประชุมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของกวินที่โผล่พรวดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
"ไอ้คีย์ ผู้กำกับโทรมาตามตัวด่ว— อุ๊ย! ขอโทษครับ พอดีผมมองไม่เห็นว่าพวกคุณกำลัง... เอิ่ม เชิญทำธุระกันต่อตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมออกไปรอข้างนอก!" กวินเบิกตากว้าง รีบหันหลังกลับแล้วดึงประตูปิดให้อย่างรู้ความทันที
รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและตื่นตระหนก เธอใช้จังหวะที่คีย์ชะงักหันไปมองต้นเสียง ออกแรงผลักอกแกร่งเต็มแรงจนเขากระเด็นถอยหลังไปสองก้าว แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องประชุมไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วสัมผัสยังคงหลงเหลือความนุ่มนวลของอากาศบริเวณที่เธอเคยยืนอยู่ เขายกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาพรวดใหญ่เมื่อตระหนักได้ว่า... กำแพงความเย็นชาที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองเมื่อครู่ เกือบจะพังทลายลงราบคาบด้วยน้ำมือของเธอเพียงคนเดียวเสียแล้ว
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 13
กั้นกำแพงอีกครั้ง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!