แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดวาบเข้ามาในห้องประชุมใหญ่ราวกับพายุฝนกระหน่ำ เสียงชัตเตอร์ดังระรัวไม่ต่างจากเสียงกรรเชียงเรือที่กำลังเร่งฝีเท้าแข่งกับกระแสน้ำวน รินรดายืนอยู่หน้าโพเดียมด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไร้รอยยับ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้อย่างเป็นระเบียบ สะท้อนภาพลักษณ์ของสถาปนิกหญิงผู้กุมความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือไว้เต็มเปี่ยม ไม่ใช่เหยื่อในข่าวซุบซิบไร้สาระที่สื่อออนไลน์กำลังปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อเรียกยอดคลิก
"จากภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ออกไปเมื่อคืนนี้..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคง กังวานชัดเจนจนแทบไม่ต้องพึ่งไมโครโฟน "ทางเราต้องขอขอบคุณสำนักข่าวทุกท่านที่ให้ความสนใจในโปรเจกต์ 'The Sanctuary' แต่ดูเหมือนว่ามุมกล้องและจินตนาการของผู้ปล่อยข่าว จะล้ำหน้ากว่าแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่พวกเรากำลังร่างเสียอีกครับ... เอ๊ย... เสียอีกนะคะ เอ้ย ไม่ใช่ค่ะ... เสียอีกครับ"
รินรดากระแอมเบาๆ เพื่อปรับโทนเสียงในใจ ขณะที่มุมปากของนักข่าวหลายคนเริ่มกระตุกยิ้มด้วยความขบขันกับความลื่นไหลเฉพาะตัว เธอยกแท็บเล็ตขึ้นมาสไลด์ภาพโครงสร้างสามมิติขึ้นจอโปรเจกต์เตอร์ด้านหลังอย่างไม่สะดุด
"นี่คือแปลนพื้นที่จริงของไซต์งาน และนี่คือจุดที่ดิฉันยืนอยู่กับคุณธันวาในฐานะผู้ควบคุมงานก่อสร้าง การตีความว่ามุมอับสายตาของเสาโครงสร้างคือ 'พื้นที่ส่วนตัว' ดูจะเป็นการดูถูกจรรยาบรรณของวิชาชีพสถาปนิก และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการด้อยค่าความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานทุกคนอย่างไม่น่าให้อภัยครับ"
ที่มุมด้านหลังสุดของห้องประชุม คีย์ ธันวา ในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทและแว่นตากันแดดที่ถถือไว้ในมือ กำลังยืนกอดอกพิงผนังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มนั้นกลับจ้องมองร่างเพรียวบางตรงหน้าไม่วางตา มุมปากของพระเอกหนุ่มระดับ A-List กระตุกขึ้นนิดๆ อย่างอดไม่ได้... *ยัยตัวแสบ... เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเวทีประจานความโง่ของคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉยจริงๆ*
"มีคำถามไหมครับ?" รินรดากวาดสายตากลมโตมองบรรณาธิการข่าวบันเทิงที่เคยเสี้ยมประเด็นฉาวเมื่อเช้า ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นสิงห์สนามข่าวก็ยังต้องหลบตา
"แล้วสรุปว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณรินรดากับคุณคีย์..." นักข่าวสาวจากสำนักพิมพ์ชื่อดังยกมือขึ้นถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เป็นแค่เรื่องงานจริงหรือเปล่าคะ เพราะมีคนตาดีบอกว่าดาราดังระดับคุณคีย์ไม่เคยยอมลงให้ใคร ยกเว้น..."
"ยกเว้นคนที่ถือแปลนแล้วพร้อมจะเอาสันแฟ้มฟาดหัวคนพูดจาไร้สาระมั้งครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ คีย์ก้าวเท้าเดินผ่านแถวเก้าอี้เข้ามาในแสงไฟสปอตไลท์ ร่างสูงใหญ่ในชุดแฟชั่นสนามบินบังคับให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในพริบตา เขายืนเคียงข้างรินรดา ระยะห่างระหว่างไหล่ทั้งสองแทบจะแนบชิด จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า
รินรดาหันขวับไปมองคนข้างกายด้วยหางตา ดวงตาส่งสัญญาณเตือนภัยแบบเงียบๆ ว่า *'ใครอนุญาตให้เข้ามาแย่งซีน พูดจาบ้าอะไรของนาย'*
คีย์ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเลนส์กล้องนับร้อยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่แฟนคลับทั่วประเทศคลั่งไคล้ แต่กลับซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้จนคนมองอยากจะคว้าหมัดไปประทับบนหน้าหล่อเหลานั้นสักที
"ความสัมพันธ์ของเราเหรอครับ?" คีย์ทวนคำถามด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ชวนให้หัวใจของคนฟังเต้นผิดจังหวะ "ก็ตามที่สถาปนิกคนเก่งเขาบอก... ผมเป็นแค่ผู้ว่าจ้างที่เรื่องมาก เอาแต่ใจ และคอยหาเรื่องให้เขาปวดหัวทุกวัน ส่วนเขา..."
ชายหนุ่มหันมามองสถาปนิกสาวที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างๆ สายตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นการแสดงหน้ากล้อง "ก็เป็นเซฟโซนเดียว... ที่ต่อให้ผมอยากจะรุกคืบแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวล้ำเข้าไปตามอำเภอใจถ้าเขาไม่อนุญาต"
ฮือฮ—!
เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของนักข่าวและทีมงานดังระเบิดขึ้นในห้องประชุม แฟลชกล้องรัวยิ่งกว่าเดิมจนห้องแทบสว่างวาบ รินรดารู้สึกได้ว่าเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความหมั่นไส้ล้วนๆ! *พ่อคุณเอ้ย เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ยิ่งกว่าผู้กำกับหนังซะอีก!*
หลังการแถลงข่าวสิ้นสุดลง ประตูห้องพักรับรองถูกปิดล็อกลงกลอนอย่างแน่นหนาโดยกวินที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก รินรดาทิ้งแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระแทกเสียงดังลั่น หันไปเผชิญหน้ากับต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์
"คุณคีย์ ธันวา!" รินรดาเอ่ยเรียกชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง "เมื่อกี้คุณเล่นอะไรของคุณ ประโยคสุดท้ายนั่นหมายความว่ายังไง อยากโดนพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าว่าพระเอกดังสารภาพรักกลางวงแถลงข่าวหรือไง!"
คีย์เงยหน้าขึ้นมองเธอ นัยน์ตาสีนิลพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ทำไมล่ะครับ?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนผ่าวจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนี "ก็ที่พูดไปมันเรื่องจริงนี่... หรือคุณจะปฏิเสธว่าเมื่อคืนตอนที่เราอยู่ในห้องเก็บเสียงด้วยกัน คุณไม่ได้ใจสั่นเลยสักนิด?"
"ฉันแค่หายใจไม่ค่อยออกเพราะคุณยืนบังทางออกต่างหาก!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ใบหน้าจะแดงก่ำลามไปถึงใบหู มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่คนตัวโตกลับไม่มีทีท่าจะสะเทือนแต่อย่างใด ซ้ำยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"ปากเก่งจังนะครับ... ไหนลองพูดประโยคเมื่อกี้ใส่ตาผมอีกทีสิ" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวทำให้สมองของสถาปนิกสาวเริ่มรันช้าลง
รินรดากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ กำ A-List ตรงหน้าช่างอันตรายต่อระบบประสาทเสียเหลือเกินในยามที่เขาถอดหน้ากากเย็นชาออกแล้วกลายเป็นคนดื้อดึงแบบนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้หาทางตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงหอบแฮกของกวินที่ตะโกนทะลุบานไม้เข้ามา
"คีย์! ริน! แย่แล้ว! รีบเปิดประตูเร็ว... มีคนเห็นพวกคุณอยู่ด้วยกันที่หลังตึก ตอนนี้รูปหลุดไปถึงมือสำนักข่าวใต้ดินแล้ว กำลังจะปล่อยสดในอีกสามนาที!"
คีย์ชะงัก รินรดาเบิกตากว้าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องพักรับรองในทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่
"ดูท่าทาง... เซฟโซนที่เราสร้างไว้ คงต้องย้ายมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันจริงๆ ซะแล้วล่ะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยนะครับ!
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 14
รินรดาไม่เดินเกมเดิม
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!