“ถ้าคุณจะขับรถเร็วขนาดนี้ บอกให้ผมลงข้างทางยังจะดูเป็นมิตรกว่าการนั่งลุ้นให้เราไปตายเอาดาบหน้าด้วยกันนะครับ คุณคีย์”
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังพุ่งทะยานไปตามถนนสายหลัก แรงเหวี่ยงในจังหวะเข้าโค้งทำให้ร่างบางเซไปปะทะกับประตูข้าง เธอไม่ได้โวยวาย แต่ดวงตาคู่คมกลับจดจ้องใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่สันกรามขึ้นชัดจากการขบเคี้ยวแน่น
คีย์ ธันวา ไม่ตอบโต้ เขาเหยียบคันเร่งสวนทางกับคำประชดประชันนั้น มือหนากำพวงมาลัยไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบมองเพียงเส้นทางข้างหน้าด้วยแววตาที่เต้นระริกด้วยอารมณ์ที่อ่านยาก
“ถ้าอยากตาย ก็อยู่เฉยๆ แล้วหุบปากซะ” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า และแฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นอย่างถึงที่สุด
รินรดาแค่นยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่าอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเขาไม่ได้มาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่มันคือเรื่องของ ‘คนคนนั้น’ ที่โทรศัพท์เข้ามาก่อกวนความเป็นส่วนตัวของเขาจนพังไม่เป็นท่า
เมื่อรถจอดสนิทลงที่หน้าร้านอาหารลับย่านเมืองเก่า สถานที่ที่นักข่าวแทบไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้ามา คีย์ก็นิ่งค้างไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจูนอารมณ์ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... จากความเกรี้ยวกราด กลายเป็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
“ลงมา” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เธอด้วยตัวเอง
รินรดาเลิกคิ้วมองมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้า เธอไม่ได้คว้ามันไว้ทันที แต่เลือกที่จะก้าวลงจากรถด้วยตัวเอง “คุณพาผมมาที่นี่เพื่ออะไรครับ? ร้านโปรดของคุณ? หรือแค่ที่ซ่อนตัวจากการถูกแฉ?”
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนี “หิวไม่ใช่เหรอ? บ่นเก่งขนาดนี้แสดงว่ายังมีแรงเหลือเฟือ”
ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว คีย์เลือกโต๊ะมุมในสุดที่แทบจะมืดสนิท ทว่าทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามา สายตาของผู้คนรอบข้างก็เริ่มจับจ้อง แม้เขาจะสวมหมวกแก๊ปและแว่นตากันแดดอำพราง แต่รัศมีของดาราเบอร์ต้นก็ไม่อาจซ่อนได้มิด
“โต๊ะนั้น... ใช่คีย์ ธันวาหรือเปล่า?” เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น พร้อมกับการขยับตัวของโต๊ะข้างๆ ที่พยายามจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป
รินรดามองสถานการณ์นั้นแล้วถอนหายใจ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้คีย์เล็กน้อย กระซิบเสียงเบา “คุณกำลังทำให้ร้านเขาเสียบรรยากาศนะ ถ้าแฟนคลับแห่กันมา คุณจะอดกินมื้อเย็นเอานะครับ”
คีย์ไม่สนใจคำเตือนนั้น เขากลับถอดหมวกแก๊ปออกแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างถือดี ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านด้วยสายตาดุดัน “ใครอยากถ่ายก็ให้มันถ่ายไปสิ แต่ถ้าใครกล้าเดินเข้ามาขัดจังหวะมื้ออาหารของผม... ก็ลองดู”
น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบแต่กดดันจนผู้คนรอบข้างที่กำลังจะเดินเข้ามาต้องชะงักเท้า
“คุณนี่มัน... เอาแต่ใจไม่มีใครเกินจริงๆ” รินรดาบ่นพึมพำ แต่ทว่ากลับเผยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “แต่ก็นะ... ถ้าคุณยอมสละเวลาอันมีค่ามานั่งกินข้าวกับผมท่ามกลางสายตาพวกนี้ ผมก็ถือว่าผมเป็นฝ่ายได้กำไร”
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาเลื่อนจานอาหารที่เขารู้อยู่เต็มอกว่ารินรดาชอบไปวางตรงหน้าเธอ “กินไปซะ อย่าพูดมาก”
เขามองดูเธอตักอาหารเข้าปาก ท่าทางที่ดูผ่อนคลายของรินรดาทำให้ความรู้สึกหน่วงในใจของเขาเบาบางลงอย่างประหลาด เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ สายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา ความซึนเดเระที่เคยมีดูเหมือนจะถูกความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่กัดกินไปทีละน้อย
“อร่อยไหม?” เขาถามขึ้นในจังหวะที่ร้านเริ่มเงียบลงบ้างแล้วหลังจากแฟนคลับหลายคนเริ่มเกรงกลัวต่อบรรยากาศที่คีย์สร้างขึ้น
“อร่อยครับ... กว่าที่คิด” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพบว่าสายตาของคีย์ในตอนนี้มันไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความรู้สึก’ บางอย่างที่ลึกซึ้งจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ถ้าอร่อย ก็จำไว้ว่าที่นี่คือเซฟโซนของผม” คีย์เอ่ยเสียงเบา มือหนาเลื่อนไปวางบนโต๊ะใกล้กับมือของเธอ นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้าใกล้จนสัมผัสถึงความร้อนจากปลายนิ้วเธอ “รินรดา... ต่อให้ข้างนอกนั่นจะพังทลายแค่ไหน แต่ที่นี่... คุณต้องอยู่กับผม”
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนไป ความอบอุ่นเข้าโอบล้อมโต๊ะมุมมืดแห่งนั้น ทว่าความสุขที่กำลังก่อตัวกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางหน้าร้าน
กวิน วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าซีดเผือด เขามุ่งตรงมาที่โต๊ะของทั้งคู่โดยไม่สนใจสายตาใครต่อใคร กวินก้มลงกระซิบข้างหูคีย์ด้วยเสียงที่สั่นเครือจนรินรดาต้องขมวดคิ้ว
“คีย์... เรื่องใหญ่แล้วครับ... พ่อของคุณ... ท่านเพิ่งประกาศถอนหุ้นคุณออกจากโปรเจกต์ใหญ่ และตอนนี้... นักข่าวหน้าตึกกำลังรุมสัมภาษณ์เรื่องคลิปหลุดของคุณเมื่อตอนเย็นที่หลุดออกมาในโซเชียลแล้วครับ!”
คีย์นิ่งงันไปทันที ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง มือที่เคยเกือบจะแตะมือรินรดากำแน่นจนสั่น... เขาค่อยๆ หันมามองหน้ารินรดาด้วยสายตาที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความตระหนก
รินรดาเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบ เธอรู้ทันทีว่าสิ่งที่คีย์พยายามปกปิดมาตลอด... กำลังจะถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีนี้
“คุณคีย์...”
“ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมรินรดา...” คีย์เอ่ยเสียงพร่าพลางลุกขึ้นยืนกะทันหัน “ว่าอย่ากลับมาวุ่นวายกับชีวิตผม... เพราะตอนนี้... คุณไม่มีวันหนีจากเรื่องพวกนี้ไปได้อีกแล้ว”
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งอยู่กลางวงล้อมของสายตาผู้คนนับสิบที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ดาราหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนี้ กำลังตกเป็นข่าวฉาวที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงตอนที่ 10 นี้ด้วยใจระทึกนะครับ จอมยุทธ์เสื้อแพรสัญญาว่าจะพาทุกท่านดำดิ่งสู่บทสรุปที่เข้มข้นยิ่งกว่านี้ในตอนต่อไปครับ
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 10
เมนูโปรดกับโหมดอ่อนโยน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!