เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 9

ระยะห่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณยังใช้สายตาแบบนั้นมองผมอีกคำรบเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องความสนใจในแบบที่เกินเลยหน้าที่สถาปนิก... คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังลอดผ่านความเงียบภายในห้องโดยสารของรถเอสยูวีคันหรู กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงเจือจางเคล้าคลอไปกับกลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ รินรดาเบนสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าคมคายภายใต้แว่นกันแดดทรงเรย์แบนด์ถูกขับเน้นด้วยแสงนีออนจากท้องถนนยามบ่ายแก่ๆ คีย์ ธันวาในยามนี้ไม่ได้สวมบทบาทซูเปอร์สตาร์ผู้เยือกเย็นบนจอเงิน แต่เป็นชายหนุ่มจอมกวนประสาทที่ขยันหาเรื่องมาต่อปากต่อคำกับเธอได้ทุกวินาที "ฉันแค่กำลังประเมินว่า งบประมาณห้าล้านบาทที่คุณอนุมัติให้ปรับปรุงสตูดิโอส่วนตัว จะละลายหายไปกับรสนิยมฟุ่มเฟือยของคุณสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ... เอ้ย... กี่เปอร์เซ็นต์กันแน่ค่ะ... อ่า ไม่ใช่สครับ" รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงบุคลิกของตัวเอง ทำเอาคนข้างกายถึงกับหลุดหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน "หึ ปากเก่งไม่เปลี่ยน" คีย์ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น "แต่ระวังหน่อยเถอะ ปากเก่งมากๆ ระวังจะไม่ได้ใช้แค่ปากเถียงผม... ในตอนท้ายนะ" "คุณธันวา!" รินรดาค้อนขวับ ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองอย่างน่าเอ็นดู "ช่วยรักษาภาพลักษณ์เบอร์หนึ่งของประเทศไว้หน่อยเถอะครับ เผื่อคุณกวินเขามาได้ยินเข้า เดี๋ยวเขาจะได้บ่นหูชาอีกว่าผมไปล่อลวงคุณให้เสียศูนย์" รถยนต์ยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้าสู่เขตพื้นที่ย่านโกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ ปลายทางของวันนี้คือการมาเลือกดูหินอ่อนนำเข้าและไม้สักทองสำหรับทำผนังกันเสียงในห้องบันทึกเสียงส่วนตัวของเขา การเดินทางออกมานอกสถานที่โดยปราศจากผู้จัดการส่วนตัวอย่างกวิน ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนลดความตึงเครียดแบบมืออาชีพลงไปโดยปริยาย เหลือเพียงเคมีแปลกประหลาดที่คอยดึงดูดและผลักไสกันอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ความร้อนระอุของแดดบ่ายก็ปะทะเข้ากับผิวหน้า รินรดายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปลิวมาปรกลำوาด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำลิ่วเข้าไปในโกดังแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงโปร่ง แอร์เย็นฉ่ำช่วยชีวิตเธอไว้จากความหงุดหงิดภายนอก "ทางนี้ครับคุณสถาปนิก หินล็อตใหม่ที่ผมสั่งนำเข้าจากอิตาลีเพิ่งมาถึงเมื่อวาน" เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นใกล้จนเกินความจำเป็น รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอเมื่อหันกลับไปพบว่าร่างสูงใหญ่ของคีย์มายืนซ้อนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "คุณช่วยถอยห่างไปสักสองก้าวได้ไหมครับ? พื้นที่ตรงนี้มันไม่ได้จำกัดจนคุณต้องมาเดินหายใจรดต้นคอผมขนาดนั้น" รินรดาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่คีย์กลับก้าวตามมาประชิดอย่างจงใจ "ทำไมล่ะ? กลัวใจตัวเอง... หรือว่ากลัวผม?" คีย์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความระงับอารมณ์ไม่ไหว ปากร้ายๆ ของเขาเคลือบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาสถาปนิกสาวผู้มั่นใจในตัวเองสูงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาเกือบสบถด่าตัวเองในใจเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายผิดพลาดเป็นรอบที่สอง "ผู้ชายอะไร น่ารำคาญชะมัด" "ปากบอกว่าน่ารำคาญ แต่เมื่อคืนก่อนคุณยังยืนมองรูปผมในนิตยสารแฟชั่นตาไม่กะพริบเลยนี่นา" คีย์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในอกอย่างประหลาด "ใครมองคุณกัน อย่ามาหลงตัวเองนะ! นั่นมันกองนิตยสารที่ต้องเอามาเทียบโทนสีกับแพนโทนกระเบื้องต่างหาก!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่มือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี บรรยากาศภายในโกดังส่วนจัดแสดงพิเศษค่อนข้างเงียบเชียบและปลอดผู้คน แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบแผ่นหินอ่อนลายริ้วสีดำทองระยิบระยับ สะท้อนเงาของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันอย่างแนบชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกโด่งรั้นของรินรดาเกือบจะชนเข้ากับสันจมูกคมสันของชายหนุ่มอยู่รอมร่อ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ไม่มีใครยอมหลบสายตา รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน ส่วนคีย์... แววตาที่มักจะซ่อนความเย็นชาและเกราะป้องกันอันหนาแน่นเอาไว้ บัดนี้กลับละลายหายLไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดออกมาอย่างไม่ปิดบัง "รินรดา..." เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วเบา ร1าวกับเสียงกระซิบจากความฝัน มือที่กุมข้อมือเปลี่ยนเป็นเรียวรัดกระชับที่ฝ่ามือเรียวบาง ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนหลังมือเธออย่างทะนุถนอม ชวนให้รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง "ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือ ผมจะคิดบัญชีค่าเสียเวลาในการทำงานเพิ่มชั่วโมงละหมื่นนะครับ" รินรดาพยายามเค้นเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม "ยินดีจ่าย..." คีย์ตอบกลับทันควันโดยไม่ลังเล มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ต่อให้คุณเรียกค่าตัวแพงกว่านั้นทั้งชีวิต ผมก็ยินดีจ่าย... แลกกับการได้เห็นคุณทำหน้าแบบนี้ใกล้ๆ" "คุณคีย์..." "อย่าดื้อกับผมเลยน่า..." เสียงทุ้มทอดถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน คีย์เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอแผ่วเบา ความเย็นจากผิวเนื้อผสานกับความอุ่นร้อนจากลมหายใจสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างรุนแรง "ผมอุตส่าห์สร้างกำแพงกั้นคนทั้งโลกไว้... แต่ทำไมกับคุณคนเดียว ผมถึงอยากพังมันทิ้งด้วยมือตัวเองนักก็ไม่รู้" คำพูดนั้นหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยของพนักงานฝ่ายขายดังแววมาแต่ไกลจากทางด้านหน้าโกดัง ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกจากกันอย่างแรงจนคีย์ต้องถอยหลังไปสองก้าวด้วยความเสียดาย เธอยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่อย่างลิบลับ ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อยแสดงถึงความตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันจางหาย "คุณ... คุณสถาปนิกครับ! ทางเราจัดเตรียมตัวอย่างหินล็อตพิเศษไว้ให้แล้วครับ เชิญทางนี้เลยครับ!" เสียงพนักงานตะโกนเรียกดังมาพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทพนักงานขายที่กำลังเดินเลี้ยวเข้ามาตรงมุมเสา รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อหันกลับไปสบตากับคีย์ที่ยังคงยืนยิ้มมุมปากด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาคู่นั้นกลับทิ้งประกายความหมายลึกซึ้งบางอย่างเอาไว้จนเธอต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย "ครับ... เดี๋ยวผมเดินไปดูครับ" รินรดาเอ่ยตอบพนักงานด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความมั่นคงกลับมาให้ได้มากที่สุด ก่อนจะก้าวเท้าเดินนำออกไปทันที คีย์ยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินหนีไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท พร้อมกับก้าวตามไปติดๆ ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นพาร์ทิชันกั้นโซน ทันใดนั้นเอง... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ก็แผדเสียงริงโทนอันคุ้นเคยดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ คีย์หยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น—มันคือเบอร์โทรศัพท์ของ "พิมพ์พิศา" อดีตคู่หมั้นสาวคนดังที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นต้นเหตุของข่าวฉาวโฉ่ทั้งหมดที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดสัปดาห์นี้! รินรดาที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม ชะงักฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองด้วยความสงสัย "ใครโทรมาเหรอครับ? สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและเคร่งเครียดขึ้นมาในฉับพลัน... "คนที่ผมคิดว่า... จะไม่มีวันกลับมาวุ่นวายในชีวิตผมอีกแล้ว" คีย์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นไหวไม่หยุด ก่อนจะเงยขึ้นมองรินรดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เราต้องกลับกันเดี๋ยวนี้... รินรดา" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%