เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 11

ข้ามเส้นแบ่งเขต

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณยังนั่งทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งอยู่แบบนี้ อีกสามวินาทีต่อจากนี้ ข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าคงไม่ได้พาดหัวแค่เรื่องที่คุณมานั่งกินข้าวกับผม... แต่อาจจะเป็นเรื่องที่เราสองคนเตรียมจดทะเบียนสมรสกันแทนนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าแฝงความกวนประสาทที่คุ้นหู รินรดาถึงกับดึงสติกลับมาจากภวังค์ความวุ่นวายรอบตัว ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองหน้าคนที่เพิ่งสร้าง 'มหกรรมทิ้งระเบิดกลางร้านอาหาร' ใส่เธอเมื่อวินาทีที่แล้วอย่างเอาเรื่อง รอบกายพวกเขาทั้งในและนอกโซนวีไอพี ตอนนี้ระอุยิ่งกว่าเตาเทปันยากิ สายตานับสิบชีวิตกำลังแอบเหลือบมอง กระซิบกระซาบ และยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมตัวกดชัตเตอร์ด้วยความรวดเร็วระดับนักข่าวอาชีพ คีย์ ธันวา ไม่เพียงแต่ไม่เดือดร้อน เขากลับดึงฮู้ดสีดำขึ้นสวมทับเส้นผมสีเข้ม เลื่อนแว่นกันแดดสีชาขึ้นสวมทับใบหน้าคมคาย ก่อนจะเอื้อมมือยาวๆ มาคว้าข้อมือเรียวของเธอด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว "ลุกขึ้นครับ คุณอยากเป็นเป้านิ่งให้พวกเขารุมทึ้งหรือไง" "ปล่อยนะ! ใครเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวก่อนเล่า ถ้าคุณไม่พูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนั้น ใครเขาจะสนใจ!" รินรดากระซิบลอดไรฟัน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมือของดาราหนุ่มกลับมั่นคงราวกับคีมเหล็ก "ถ้าไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ ครับ หรืออยากให้ผมอุ้มพาดบ่าออกไปให้ช่างภาพเขาได้ภาพเด็ดสมใจ" คีย์ปรายตามองเธอด้วยแว่นกันแดด ท่าทางเย่อหยิ่งและคำขู่หน้าตาเฉยทำเอารินรดากลั้นหายใจด้วยความหมั่นไส้ แต่เมื่อเห็นแฟลชมือถือแวบหนึ่งสว่างวาบขึ้นที่มุมเสา เธอก็จำต้องยอมกัดฟันก้าวเดินตามแรงฉุดกระชากของเขาอย่างเสียไม่ได้ ประตูทางออกฉุกเฉินด้านหลังร้านถูกผลักเปิดออก กลิ่นอับชื้นของถังขยะและอากาศร้อนอบอ้าวปะทะเข้าหน้าทันที แต่สำหรับรินรดาตอนนี้ มันคือสวรรค์ชัดๆ เพราะมันปลอดจากสายตาและเลนส์ซูมของพวกปาปารัซซี่ ทันทีที่ลับตาคน คีย์ก็ปล่อยข้อมือเธอ ร่างสูงโปร่งหันกลับมาประจันหน้า ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอผิดกับเธอที่ยืนหอบหายใจน้อยๆ ด้วยความตื่นตระหนก "คุณนี่มัน..." รินรดาชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ ดวงตาวาวโรจน์ "สนุกมากไหมกับการทำให้ชีวิตสงบๆ ของฉันต้องกลายเป็นเป้าโจมตีของแฟนคลับคลั่งรักของคุณ" คีย์ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังความเย็นชา แต่เวลานี้ แววตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก เขาก้าวเข้าไปใกล้ ชิดเสียจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับประตูเหล็กด้านหลังโดยอัตโนมัติ พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็น เมื่อร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมา กั้นเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง "ใครบอกว่าผมสนุก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ชิดริมใบหูจนเธอรู้สึกถึงไออุ่น "ผมแค่... รำคาญเวลาที่มีคนมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น" "สายตาแบบไหน?" รินรดาใจกระตุกวูบ แต่น้ำเสียงยังคงแข็งกร้าว พยายามซ่อนความปั่นป่วนในอกไว้ภายใต้ใบหน้าเชิดรั้น "สายตาที่ชื่นชมผลงานสถาปนิกของฉันน่ะเหรอ หรือคุณหวงก้างอย่างไร้เหตุผล" "หวงก้าง..." คีย์ทวนคำ มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "คุณใช้คำนี้กับตัวเองเหรอครับเนี่ย... น่ารักดีนี่" "ใครน่ารัก! ถอยไปเลยนะ คีย์ ธันวา คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้ว" รินรดายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่วินาทีที่ฝ่ามือแนบสัมผัสกับเนื้อผ้าและกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้า หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนน่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ล้ำเส้นเหรอครับ?" คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ผมว่าเราข้ามเส้นกันมาตั้งแต่วันที่คุณบอกว่ารำคาญผมแล้วล่ะครับ... รินรดา" สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป รวมถึงแววตาที่จ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ ทำให้โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน กลิ่นน้ำหอมเจือจางบนตัวเขากับความเงียบของตรอกแคบๆ สร้างบรรยากาศบางอย่างที่อันตรายต่อหัวใจอย่างยิ่ง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยฉลาดเฉลียวและรวดเร็วในการแก้ปัญหาตึกถล่ม ตอนนี้กลับขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกสักคำ เธอทำได้เพียงจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคำเตือนสติ แต่เนื้อหาในสมองกลับจับใจความได้แค่ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น "ถ้าไม่อยากให้ผมทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้..." คีย์กระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มไว้บนผิวเนื้อราวกับถูกไฟลวก "ก็เลิกทำตัวดื้อรั้นใส่ผมสักวันจะได้ไหมครับ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวั่นไหวที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนกำลังชั่งใจระหว่างจะผลักไสหรือปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในวังวนสายตานั้น ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันราวกับมีใครสาดน้ำ冷ลงกลางกองเพลิง ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย คีย์ผละตัวออกห่างช้าๆ สีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากดดูหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น "กวินโทรมา..." คีย์พึมพำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอที่ยังยืนพิงประตูหน้าแดงก่ำ "ดูท่าทาง ความลับของเราคงไม่อยู่เป็นความลับอีกต่อไปแล้วล่ะครับ" รินรดาขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไง?" ทว่า ยังไม่ทันที่คีย์จะได้เอ่ยปากตอบ ประตูเหล็กด้านข้างตรอกซึ่งเชื่อมต่อกับลานจอดรถของอาคารฝั่งตรงข้ามก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและแสงแฟลชวับวับที่สาดเข้ามาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ "อยู่นี่เองครับ! คุณคีย์! รินรดา! ทางเราได้รับแจ้งจากวงในว่า... เอ๊ะ!" นักข่าวบันبوชชื่อดังพร้อมไมโครโฟนในมือชะงักกึก เมื่อเห็นดาราหนุ่มชื่อดังยืนประชิดตัวกับสถาปนิกสาวชื่อดังในมุมอับสายตา โดยที่มือข้างหนึ่งของคีย์ยังคงวางอยู่บนกรอบประตูราวกับกำลังโอบกอดเธอไว้กลายๆ คีย์หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแว่นกันแดดที่เพิ่งสวมกลับเข้าไป ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์สีชาฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาทันที เขาก้าวเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งนักข่าวและรินรดาถึงกับช็อกค้างกลางอากาศ "ถ้าอยากรู้เรื่องของเรามากนัก งั้นผมจะจัดงานแถลงข่าวเปิดใจ..." คีย์หยุดพูดนิดนึง ปรายหางตามามองรินรดาร1ทีด้วยรอยยิ้มมุมปากที่คาเดาไม่ได้ "...พรุ่งนี้เช้าเลยดีไหมครับ?" --- หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับเคมีที่เริ่มเดือดยิ่งกว่าน้ำต้มยำของพ่อหนุ่มปากแข็งกับสาวมั่นของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%