“แย่แล้ว...” กวินหน้าถอดสี “พวกมันมาถึงหน้าประตูแล้ว!”
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมจากทางเดินด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามาในห้องพักรับรองพิเศษของกองถ่าย ปาปารัสซี่กลุ่มใหญ่และสื่อบันเทิงออนไลน์บางสำนักคงตามพิกัดหลุดรอดมาได้จากการ์ดหน้างานที่หลวมเกินไป
สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ พลันทึบตันขึ้นมาทันตาเห็น
คีย์ ธันวา ที่เพิ่งหลุดจากภวังค์ความเครียดขมุกขมัว หันขวับไปมองบานประตูไม้หนาหนักสลับกับกวินที่เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาและรำคาญใจอย่างที่สุดไม่ใช่เพราะกลัวตกเป็นข่าว แต่เพราะเขารู้ดีว่าหากสื่อกลุ่มนี้พังเข้ามาเจอเขากับรินรดาอยู่ในห้องสองต่อสองยามวิกาลแบบนี้ เรื่องราวคงบานปลายจนยากจะควบคุม และที่สำคัญ... เขาไม่อยากให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ต้องมาแปดเปื้อนกับโคลนตมของวงการมายาที่เขาเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“หลบไปทางห้องแต่งตัวด้านใน” คีย์ออกคำสั่งเสียงเข้ม ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆ ไปล็อกกลอนประตูชั้นในอย่างรวดเร็ว
“แล้วนายล่ะคีย์?” รินรดาขมวดคิ้วมุ่น แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่แววตาของสถาปนิกสาวไม่มีความตื่นตระหนกให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เธอกลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าพวกมันพังเข้ามา นายคนเดียวจะรับมือไหวเหรอ ข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงกับนายตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะคุณปากเก่ง” คีย์หันมาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าเรียวที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมใคร แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะกดดันเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะเอ่ยประชดประชัน “ถ้าพวกนักข่าวเห็นคุณอยู่ในห้องผม สตูดิโอออกแบบของคุณคงได้ดังชั่วข้ามคืนแน่ๆ แต่ในแง่ลบนะ”
“ฉันไม่กลัวข่าวไร้สาระพวกนั้นหรอกนะคีย์ ธันวา” รินรดาเชิดหน้าขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตฉายประกายท้าทาย “แต่ฉันห่วงชื่อเสียงระดับ A-List ของคุณมากกว่า ว่าถ้าภาพหลุดออกไป หน้าหล่อๆ ของคุณบนบิลบอร์ดทั่วเมืองคงต้องเอาปี๊บคลุมหัวแทน”
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้ช่างหาญกล้ายิ่งนัก ในยามที่คนอื่นอกสั่นขวัญแขวน รินรดากลับยังมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับเขาได้ ทว่าลึกๆ ในใจของนักแสดงหนุ่ม ความอวดดีและสายตาที่เด็ดเดี่ยวคู่นั้น กลับกลายเป็นเกราะกำบังอันอบอุ่นที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาไหววูบอย่างประหลาด
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกรุนแรงขึ้น พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อคีย์ดังระงม กวินที่วิ่งวุ่นโทรศัพท์ติดต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยหน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม
“แย่แล้วคีย์ ทางการ์ดบอกว่าคนเยอะเกินควบคุม พวกนักข่าวข้างนอกเริ่มไลฟ์สดกันแล้ว!” กวินละล่ำละลักรายงาน พลางมองซ้ายมองขวาอย่างคนจนมุม “ถ้าพวกมันใช้กล้องส่องเข้ามาทางหน้าต่างฝั่งระเบียง...”
ประโยคหลังของกวินทำให้คีย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ เขาไม่สนว่าตัวเองจะโดนวิจารณ์อย่างไร แต่สายตาคมกริบเหลือbไปมองรินรดาที่กำลังกวาดสายตาสำรวจทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็ว
“ทางระเบียงไม่ได้ ลมแรงแถมไม่มีที่กำบัง” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด สมกับความเป็นมืออาชีพที่ผ่านโปรเจกต์ใหญ่มานับไม่ถ้วน เธอก้าวเข้าไปคว้าแขนแกร่งของคีย์ไว้โดยสัญชาตญาณ “เข้าไปข้างใน หลบหลังชั้นบิวต์อินตรงมุมมืดนั่น ส่วนกวิน... นายออกไปเปิดประตูเบี่ยงเบนความสนใจ บอกว่าคีย์กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมซ้อม ไม่งั้นพังกันหมดแน่!”
“หา? ให้ผมออกไปรับหน้าเนี่ยนะ!” กวินชี้หน้าตัวเอง ตาโตเท่าไข่ห่าน
“ไม่งั้นนายจะยืนรอให้พวกมันพังเข้ามาเหรอ เร็ว!” รินรดาสั่งเสียงเฉียบขาดด้วยอำนาจบางอย่างที่แม้แต่กวินยังต้องสะดุ้งโหยงและจำยอมพยักหน้ารัวๆ
คีย์มองการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวและฉับไวของหญิงสาวแล้วก็ได้แต่นิ่งอึ้ง เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สั่งเขา... หรือแม้แต่ผู้จัดการส่วนตัวของเขาได้อย่างราบMินและดูน่าเชื่อถือเท่านี้มาก่อน
ในวินาทีที่กวินสูดหายใจเข้าลึกแล้วบิดกลอนประตูออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวข้างนอก เสียงแฟลชวูบวาบและคำถามรัวเป็นชุดก็ดังทะลักเข้ามาทันที
*“คุณคีย์อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ!”*
*“มีข่าวลือว่าซูเปอร์สตาร์หนุ่มแอบกกสถาปนิกสาวจริงไหมครับ!”*
ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง คีย์คว้ามือบางของรินรดาแล้วดึงรั้งเข้ามาหลบหลังฉากกั้นห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว พื้นที่แคบๆ ด้านหลังชั้นบิวต์อินทึบแสง บีบให้ร่างกายของทั้งสองคนแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง อากาศรอบตัวพลانร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความร้อนจากไฟสตูดิโอ แต่เป็นเพราะลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวอยู่ใกล้ชิดกันจนเกินขีดจำกัด
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ด้านหน้ากลับถูกแผงอกกว้างของดาราหนุ่มกักตัวไว้ด้วยแขนแกร่งที่ยันกำแพงคร่อมเธอเอาไว้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
“คุณ...” รินรดาเงยหน้าขึ้นหมายจะเอ่ยตำหนิความถือวิสาสะ แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่ก้มมองลงมาพอดี
ในระยะประชิดเพียงคืบ แววตาเยชาชาและท่าทางปากร้ายที่คีย์มักใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาไหวระริกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา
มือหนาที่เคยใช้จับไมโครโฟนและเซ็นสัญญาหลักล้าน ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทาบบนผนังข้างศีรษะของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมองเห็นเงาลอดผ่านช่องกระจก บอดี้การ์ดจำเป็นคนนี้กำลังใช้ร่างกายของตัวเองปกป้องเธอจากพายุข่าวสารด้านนอกอย่างเงียบเชียบ
“เงียบซะ...” เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนผิวเนื้อกายสาวลุกชัน “ถ้าไม่อยากให้พวกมันเห็นว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ใกล้แค่ไหน”
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งและทันคนแค่ไหน แต่ในสถานการณ์ที่หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเอะอะด้านนอกเช่นนี้ เธอกลับหาคำพูดโต้ตอบไม่ได้เลย หัวไหล่ลาดกว้างของคีย์ที่อยู่ตรงหน้า... ในยามนี้กลับกลายเป็นที่พึ่งพิงอันมั่นคงเดียวท่ามกลางความโกลาหล
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติแล้วเอื้อมมือไปโอบรอบเอวสอบของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้เซถลาไปตามแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก การกระทำโดยสัญชาตญาณนั้นทำให้คีย์สะفุ้งเล็กน้อย ร่างสูงเกร็งขึ้นก่อนจะผ่อนคลายลงอย่างยอมจำนน
ความเงียบงันก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอก ในมุมมืดแคบๆ นี้ รินรดากลายเป็นที่พึ่งทางใจเดียวที่คีย์โหยหามาตลอดชีวิตการทำงานอันโดดเดี่ยวของเขา ความกดดัน ความคาดหวัง และภาพลักษณ์จอมปลอมทั้งหมดถูกทลายลงเหลือเพียงอุณหภูมิร่างกายที่แนบชิดและจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเสียงเอะอะด้านนอกค่อยๆ ซาลงเมื่อกวินสามารถเคลียร์พื้นที่และพาการ์ดเข้ามากันตัวนักข่าวออกไปได้สำเร็จ
ทว่า... ไม่มีใครขยับตัวออกจากพื้นที่แคบๆ นั้นเลย
คีย์ยังคงก้มมองผู้หญิงในอ้อมแขน สายตาคมกราดอ่อนแสงลงจนแทบหยดย้อย นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบາ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพฝัน
“คุณนี่นะ...” คีย์เอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก “ปากเก่งทุกสถานการณ์จริงๆ แต่เวลาแบบนี้... กลับพึ่งพาได้มากกว่าที่คิดแฮะ”
รินรดาชะงักเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่แทนที่ด้วยความหมั่นไส้ระคนประหม่า เธอขยับตัวจะถอยหนี แต่ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับรั้งเอวเธอไว้แน่นขึ้น ไม่ยอมให้ขยับไปไหน
“ปล่อยได้แล้วกวินน่าจะเคลียร์ข้างนอกเรียบร้อยแล้ว” รินรดาเอטเสียงเข้มกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
“ยัง...” คีย์กระซิบชิดริมฝีปากบางโดยที่ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น “ขออีกนิด... ขอให้ไหล่ของผมได้ทำหน้าที่ของมันบ้าง”
คำพูดที่อ่อนโยนผิดคาดนั้นทำเอารินรดานิ่งงั้นไป สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุอก เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของซูเปอร์สตาร์หนุ่มมาก่อน มุมที่เปราะบางและโหยหาความอบอุ่นอย่างแท้จริง
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งสูงจนถึงขีดสุด ดวงตากลมโตของรินรดาก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาตะคุ่มของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกประตูห้องแต่งตัวที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านใน
*คลิก...*
เสียงปลดล็อกลูกบิดประตูดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ โดยฝ่ามือปริศนาที่ไม่มีใครคาดคิด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก" ด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 20
ไหล่ของใครบางคน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!