เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 17

คำพูดแทงใจดำ

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของกวินดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องแต่งตัวส่วน บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบจะใช้มีดตัดได้ รินรดายืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบตึงแต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยประกายความกรุ่นโกรธ เธอเป็นสถาปนิก ไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถของซูเปอร์สตาร์คนไหนที่จะมานึกอยากดึงเข้าไปใกล้หรือผลักไสไล่ส่งตามอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเขาได้ตามใจชอบ "นายทำเกินไปแล้วนะคีย์!" กวินแทรกขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของผู้จัดการหนุ่มเจือแววตำหนิชัดเจน "น้องรินเขาแค่เข้ามาเตือนเรื่องคิวงานพรุ่งนี้ นายจะสติหลุดใส่เขาทำไมวะ" คีย์ ธันวา ไม่ตอบชายหนุ่มรุ่นพี่ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยังคงยืนพิงโต๊ะเครื่องแป้ง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มข้างหนึ่งด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกริบกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่คมราวกับใบมีดโกน เขากลัว... กลัวว่าหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าห่อหุ้มไว้ จะหลุดลอยตามรอยยิ้มและการกระทำรู้ทันของสถาปนิกสาวคนนี้ไปเสียหมด และเมื่อความกลัวแปลงสภาพเป็นความหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้ คีย์จึงเลือกใช้ "อาวุธ" ที่เจ็บแสบที่สุดในการผลักไสเธอออกไปให้พ้นรัศมีอันตราย "เกินไปเหรอ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นและเหยียดหยามอย่างจงใจ "คุณวินก็รู้ว่าผมเกลียดพวกชอบทำตัวล้ำเส้น... โดยเฉพาะพวกสถาปนิกหน้าเงิน ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้งานผ่าน ไม่เว้นแม้แต่การใช้มารยาตื้น ๆ ตีสนิทกับลูกค้าหรือคนในกอง" เพล้ง! ประโยคสุดท้ายราวกับเสียงแก้วแตกกระจายในความรู้สึก รินรดาชะงักไปชั่ววินาที เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อสกัดกั้นความร้อนผ่าวที่ตีตื้นขึ้นมาบริเวณหัวตา เธอมองหน้าคนปากเสียด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นความผิดหวังอย่างชัดเจน "คุณพูดว่าอะไรนะ?" เสียงหวานใสถามกลับ นิ่งสนิทและเย็นเยียบจนน่ากลัว "หูหนวกหรือไงครับ ถึงฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ" คีย์ยังคงรั้น ปากปีศาจพ่นคำพูดที่กลั่นกรองมาจากความหึงหวงบิดเบี้ยว "ผมบอกว่า... รสนิยมการทำงานของคุณมันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถึงได้คิดว่าการเข้าหาผมใกล้ชิดแบบนั้น จะช่วยให้แบบแปลนงี่เง่าของคุณมันผ่านง่ายขึ้นสินะครับคุณรินรดา" "คีย์!" กวินร้องลั่น พุ่งเข้ามาคว้าไหล่นักแสดงหนุ่มแล้วเขย่าแรง ๆ "แกบ้าไปแล้วเหรอ! ตั้งสติหน่อย น้องเขาเสียหายนะเว้ย!" รินรดายกมือขึ้นห้ามกวินที่กำลังจะเข้ามาปกป้องเธอ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีทั้งหมดกลับคืนมา ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ท่าทีนิ่งสงบแบบนี้แหละที่ทำให้อารมณ์ของคีย์ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม "หน้าเงินเหรอคะ? มารยาตื้น ๆ งั้นเหรอ?" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของพระเอกหนุ่มราวกับจะทะลวงเข้าไปดูจิตใจข้างใน "ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะคุณคีย์ ธันวา... ฉันเพิ่งรู้ว่าซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชม มีสมองและมุมมองต่อเพื่อนมนุษย์ต่ำตมได้ขนาดนี้" คีย์ชะงัก กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมา "ถ้าการที่ฉันทุ่มเททำงานสถาปัตยกรรมหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้โปรเจกต์คอมเพล็กซ์ของคุณมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด... ในสายตาคนปากร้ายอย่างคุณมันมีค่าแค่การ 'ใช้มารยา' ล่ะก็..." รินรดาเว้นจังหวะ ปลายเสียงสั่นน้อย ๆ ด้วยความโกรธกรำ แต่แววตายังคงเด็ดเดี่ยวไม่ยอมก้มหัวให้ "คุณก็เก็บความรังเกียจของ2คุณไว้ใช้คนเดียวเถอะค่ะ เพราะต่อจากนี้... ฉันจะคุยกับคุณเฉพาะเรื่องงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอร้อง..." หญิงสาวปรายตามองเขาด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "อย่าเอาความหมกมุ่นต่ำ ๆ ของคุณมาตัดสินมาตรฐานการทำงานของฉันอีก!" พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องแต่งตัวทันที แรงลมจากการก้าวเดินพัดผ่านร่างสูงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "สะใจแกยังไอ้คีย์?" กวินมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุดัน "ปากหมาแบบนี้ ระวังเถอะ... จะไม่มีวันได้แม้แต่เงาของน้องเขากลับคืนมาอีก!" กวินสบถออกมาก่อนจะรีบสาวเท้าตามรินรดาออกไป ปล่อยให้คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำมือของตัวเอง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่กว้าง คีย์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือหนายกขึ้นขยี้กลุ่มผมสีเข้มของตัวเองจนยุ่งเหยิง หัวใจข้างอกเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง คำพูดร้ายกาจที่เพิ่งหลุดปากออกไปย้อนกลับมาทุบตีซ้ำเติมเขา ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอก *‘หน้าเงิน... มารยาตื้น ๆ...’* บ้าเอ๊ย! นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากพูดสักนิด! คีย์หลับตาลง ภาพใบหน้าหวานที่ฉายแววผิดหวังและเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่ติดตรึงอยู่ในหัว สมองของเขาร้องเตือนเสียงดังว่าเขาเพิ่งทำเรื่องที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตลงไปเสียแล้ว รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น เธอมีศักดิ์ศรีและเกียรติยศในวิชาชีพยิ่งกว่าใคร... แต่เพราะความกลัวความรู้สึกที่มันล้นทะลักออกมา ควบคุมไม่ได้ ทำให้เขาต้องเลือกทำลายมันด้วยคำพูดเชือดเฉือน ในจังหวะที่คีย์กำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิดและความหึงหวงที่ตีรวนในอกจนแทบคลั่ง ประตูห้องแต่งตัวที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างหนาในชุดสูทราคาแพงของ 'ภาคิน' นักลงทุนหนุ่มใหญ่เจ้าของโครงการคอมเพล็กซ์คู่แข่งก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคราบน้ำใส ๆ บนปกเสื้อสูทที่ดูผิดปกติ คีย์เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ ความหงุดหงิดจากเรื่องรินรดายังไม่ทันจางหาย ภาคินก็เดินตรงเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ ด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ "อ้าว คีย์... ยังไม่กลับเหรอ?" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของพระเอกหนุ่ม "พอดีฉันเดินสวนกับคุณรินรดาที่หน้าลิฟต์เมื่อกี้... น้องเขาร้องไห้ตาแดงก่ำเชียว แถมบ่นอุบอว่าทนร่วมงานกับดารานิสัยเสียอย่างนายไม่ไหวแล้วด้วย" ภาคินเว้นจังหวะ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏชัดเจนบนใบหน้า ก่อนจะโน้มตัวกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคีย์เดือดพล่านขึ้นมาถึงขมับ "ในเมื่อคนเก่งเขาเกลียดนายขนาดนั้น... งั้นฉันขออนุญาตเข้าไปดามใจ 'สถาปนิกคนสวย' ของนายแทน ก็คงไม่ผิดกติกาอะไรใช่ไหมล่ะ?" จดหมายจากจอมยุทธ์เสื้อแพร: ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มซึนคนนี้กันด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%