“ในเมื่อคนเก่งเขาเกลียดนายขนาดนั้น... งั้นฉันขออนุญาตเข้าไปดามใจ 'สถาปนิกคนสวย' ของนายแทน ก็คงไม่ผิดกติกาอะไรใช่ไหมล่ะ?”
ประโยคท้ายสุดของกวินยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงแมลงวันน่ารำคาญที่บินวนรอบหัวคีย์ ธันวา แม้เจ้าตัวจะเดินเลี่ยงออกไปรับสายโทรศัพท์ข้างนอกห้องโถงจัดแสดงงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมแล้ว แต่รอยยิ้มมุมปากของกวินตอนที่พูดประโยคชวนประสาทเสียนั้นยังติดตา
คีย์ยืนพิงผนังสีขาวสะอาดตา มือหนากำสมาร์ทโฟนในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงจับจ้องไปยังร่างโปร่งที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบแบบแปลนบนแท็บเล็ต รินรดาดูสงบนิ่ง สุขุม และเยือกเย็น... เย็นจนน่าโมโห
“คุณริน” คีย์เรียก เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบจนไร้อารมณ์
รินรดาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่นสายตาอ่านยากยิ่งกว่าแปลนอาคารที่เธอกำลังออกแบบ เธอส่งยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตาให้เขา ก่อนจะก้มลงสนใจงานในมือต่อราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
“งานตรงส่วนโครงสร้างหลัก ถ้าคุณคีย์ไม่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณเพิ่มเติม ผมว่าปรับจุดรับน้ำหนักอีกนิดจะดูสมดุลขึ้นนะคะ” น้ำเสียงของเธอเป็นทางการ เป็นมืออาชีพ และเว้นระยะห่างได้อย่างเจ็บแสบ
คีย์กัดฟันแน่น เดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของรินรดาเตะจมูกเขา มันไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลง แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดทับไว้มาตลอด
“เธอจะทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่กวินพูดเมื่อกี้หรือไง?” คีย์เค้นเสียงถาม
รินรดาหยุดมือที่กำลังเลื่อนหน้าจอ เธอถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวด้วยจังหวะที่นุ่มนวลเหลือเกิน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขานิ่ง ไม่มีการหลบสายตา ไม่มีการประชดประชันเหมือนทุกครั้ง
“แล้วคุณคีย์อยากให้รินตอบว่าอะไรคะ? ในเมื่อคุณกับคุณกวินตัดสินใจแทนรินไปหมดแล้ว การที่รินจะพูดอะไรไป... มันมีค่าเท่ากับความคิดเห็นของคนอื่นในสายตาคุณงั้นหรือคะ?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกเข้าที่ปลายคาง คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความร้อนรุ่มในอกพุ่งพล่านจนเขาอยากจะอาละวาด แต่นัยน์ตาที่เรียบเฉยของคนตรงหน้ากลับเป็นดั่งน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองเพลิง ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองเริ่มน่าอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก
“อย่ามาทำเป็นพูดจาสูงส่งใส่ฉัน รินรดา เธอรู้อยู่เต็มอกว่าฉันหมายถึงอะไร”
“รินรู้อะไรไม่สำคัญเท่ากับการที่คนอย่างคุณคีย์ ธันวา เลือกจะให้พื้นที่กับความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าความจริงที่อยู่ตรงหน้า” เธอกล่าวเนิบๆ พลางจัดเก็บเอกสารเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ “ถ้าคุณไม่มีอะไรจะคุยเรื่องงานแล้ว รินขอตัวนะคะ”
รินรดาหมุนตัวเดินจากไป ความเด็ดขาดของเธอทำให้คีย์เสียหลัก เขาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะก้าวพ้นเขตพื้นที่ส่วนตัวของเขา แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรง แต่มันแฝงไปด้วยความสั่นสะท้านในใจของชายหนุ่ม
“ปล่อยค่ะ” รินรดาสั่งเสียงเรียบ
“ไม่ปล่อย” คีย์สวนกลับทันควัน เสียงของเขาเริ่มสั่น “เธอจะนิ่งใส่ฉันแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่? ต้องการให้ฉันลงไปกราบขอโทษ หรือต้องให้ฉันตะโกนบอกคนทั้งงานว่าฉันแคร์เธอจนแทบบ้าก่อนใช่ไหม เธอถึงจะพอใจ!”
รินรดาหยุดกึก เธอหันกลับมามองเขา สายตาที่เคยเรียบเฉยเริ่มมีความไหวระริกจางๆ เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกจากร่างกายของชายหนุ่ม
“คุณคีย์...” เธอเอ่ยเสียงเบา “คุณกำลังกลัวอะไรคะ? กลัวว่าถ้าคุณไม่ด่าฉัน คุณจะเสียตัวตนนักแสดงชื่อดังที่ใครๆ ก็เกรงขามงั้นเหรอ? หรือกลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่ถือตัว... คุณจะไม่มีอะไรมาเป็นเกราะป้องกันหัวใจตัวเองอีกต่อไป”
คีย์นิ่งงัน คำพูดของเธอแทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่เขาซ่อนไว้หลังหน้ากากความเย็นชาเสมอมา
“ถ้าคุณคิดว่าการดึงเชิงคือเกมที่สนุก รินขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่า... รินเหนื่อยแล้ว และรินไม่เล่นด้วยแล้ว”
รินรดาแกะมือเขาออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย คีย์ยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความรู้สึกที่เขาก็เพิ่งเข้าใจว่ามันคือความหวาดกลัว... กลัวว่าจะเสียเธอไปจริงๆ
ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปผลักบานประตู ประตูบานนั้นกลับเปิดผางออกด้วยแรงของใครบางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งของกวินก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ดูตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปที่คีย์และรินรดาด้วยความสงสัย
“ริน? จะไปแล้วเหรอ?” กวินเอ่ยทัก ก่อนจะหันไปสบตากับคีย์ “คีย์... ฉันมีเรื่องด่วนต้องบอกนาย นักข่าวกลุ่มหนึ่งหลุดเข้ามาในงานแล้ว และพวกเขากำลังมุ่งมาที่นี่”
คีย์หน้าเปลี่ยนสี ทว่าในวินาทีนั้นเอง แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพจำนวนมหาศาลก็วาบขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังระงมไปทั่วโถงนิทรรศการ
“คุณคีย์คะ! รบกวนถามถึงข่าวลือที่ว่าคุณกำลังซุ่มคบหากับสถาปนิกสาวผู้นี้เป็นความจริงไหมคะ? แล้วที่เห็นว่าคุณดึงข้อมือเธอแบบนั้น... คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือคะ!”
รินรดาเบิกตากว้าง หันกลับมามองคีย์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง ท่ามกลางความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำเข้ามาในเซฟโซนสุดท้ายของพวกเขา คีย์ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เขาพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของรินรดามาไว้ในอ้อมกอดแน่น ก่อนจะใช้แผ่นหลังของตัวเองบังเธอจากแสงแฟลชทั้งหมด แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่แหบพร่าและหนักแน่น
“ถ้าวันนี้เราต้องพัง... งั้นเรามาพังไปด้วยกันเลยดีไหม?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับตัวละครในเรื่องนี้ด้วยกันนะครับ
จอมยุทธ์เสื้อแพร
เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก•ตอนที่ 18
เกมดึงเชิงที่แสนเหนื่อย
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนนี้ไม่มีอนุญาตให้รุก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!