"ถ้าคุณยังไม่อยากให้กระดูกซี่โครงหักคามือดิฉัน กรุณาถอนสายตาออกจากหม้อซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนนั่นเสียค่ะ ผู้กองภูผา"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องครัวอย่างถือวิสาสะ
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความหวานเคี่ยวเค็มของกระดูกหมูที่ตุ๋นมานานกว่าสามชั่วโมงลอยอบอวลไปทั่วเรือนไม้เก่าคร่ำครึ รินรดากำลังใช้ทัพพีไม้คนซุปเบาๆ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นกระทบใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม แม้สภาพแวดล้อมจะดูยากไร้และเต็มไปด้วยหยากไย่ของบ้านพักข้าราชการเก่าที่ถูกทิ้งร้าง แต่ท่าทางการยืนและการเคลื่อนไหวของเธอกลับสง่างามราวกับเชฟใหญ่ในภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์
ผู้กองภูผาไม่1ทสะท้านต่อคำขู่คุกคามนั้น เขากลับยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้มซึ่งเพิ่มเสน่ห์แบบดิบเถื่อนให้กับใบหน้าคมเข้ม นัยน์ตาสนเท่ห์กวาดมองไปรอบห้องครัวที่ตอนนี้สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา ผิดกับเมื่อวานที่เป็นกองขยะ
"กลิ่นมันฟ้องว่าคุณไม่ได้ทำแค่กินกันตาย" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต "แล้วก็... อย่าลืมว่าผักกาดขาวแปลงนั้น กับเห็ดหอมในตะกร้านั่น เป็นของที่ผมแบกมาให้จากท้ายไร่ ถือว่าเรามีส่วนร่วมในวัตถุดิบครึ่งต่อครึ่ง"
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ผู้ชายคนนี้หน้ามึนกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านพักชายป่าติดกับไร่รกร้างของเขา เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับนายทหารปลดประจำการจอมกวนประสาทคนนี้ตลอด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยามที่ญาติฝ่ายอดีตสามีส่งคนมาป่วนหรือพยายามจะฮุบที่ดินมรดกชิ้นสุดท้ายของเธอ ผู้กองภูผากลับเป็นเงาตามตัวที่คอยปัดเป่าปัญหาออกไปให้อย่างเงียบเชียบและเด็ดขาด
"ถือว่าค่าเช่าหูฟังคำบ่นของดิฉันก็แล้วกันค่ะ" รินรดาตักซุปสีอำพันใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนคนยืนมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "นั่งลงสะคะ ถ้าอยากกินนัก ก็อย่าเรื่องมาก"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม้ตัวเล็กเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงช้อนกระทบชามกระเบื้องเบาๆ รินรดาลอบสังเกตชายหนุ่มที่ซดน้ำซุปคำแรกเข้าไป ดวงตาคมกริบของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม แต่แฝงด้วยความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำป่นละเอียด ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันได้อย่างชะงัด
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่กับเธอน้อยเสมอ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของป้าสะใภ้ตัวแสบที่ตะโกนแว้ดเข้ามา "รินรดา! นังตัวดี! แกคิดว่าจะหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ในนี้พ้นเรอะ! ออกมาเซ็นชื่อโอนโฉนดที่ดินนี่เดี๋ยวนี้เลยนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความข้อหาลักทรัพย์!"
รินรดาวางช้อนลงช้าๆ แววตาคมปลาบวาบขึ้นด้วยประกายความเย็นชา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าผู้กองภูผากลับเอื้อมมือมาแตะข้อแขนเธอไว้เบาๆ ผิวสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ปล่อยค่ะ" เธอกระซิบ เสียงต่ำ
"นั่งกินข้าวของคุณให้เสร็จเถอะ" ภูผาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจากตะเกียงจนเกิดเงาทอดทับร่างเธอ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมาเฝ้าบ้าน... เอ๊ย ของเพื่อนบ้านอย่างผมบ้าง"
รินรดามองแผ่นหลังกว้างที่เดินก้าวออกไปอย่างมั่นคง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นึกสนุกอยากรอดูฝีมืออดีตทหารพรานจัดการพวกเศษสวะรังควานชีวิตเธอเหมือนกัน
ระหว่างที่ภูผากำลังออกไปจัดการปัญหาหน้าบ้าน รินรดาก็ทิ้งตัวลงนั่งพิงเก้าอี้ไม้ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดสนิท ทว่าในวินาทีนั้นเอง... เกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นกับร่างกายของเธอ
ความรู้สึกวูบวาบคล้ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปตามปลายนิ้ว รอบตัวเธอเริ่มมีละอองแสงสีทองจางๆ ลอยเค្វ้งคว้างอยู่ในอากาศ พื้นที่ในห้องครัวที่เคยแคบและอับชื้น กลับขยายกว้างออกไปในความรับรู้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตก กลิ่นหอมของสมุนไพร และเสียงสายน้ำไหลเอื่อยๆ ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ทั้งๆ ที่รอบบ้านมีเพียงเสียงโวยวายของป้าสะใภ้
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ภายในห้วงความคิดปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีมรกตลอยเด่นขึ้นมา พร้อมกับตัวอักษรจีนโบราณที่ส่องประกายเรืองรอง
*[ระบบมิติเกษตรสโลว์ไลฟ์ระดับ 1 ปลดล็อกสมบูรณ์!]*
*[พื้นที่ดินแดนภายในมล: 1 ไร่ (สามารถอัปเกรดได้ตามยอดขาย)*
*[คลังสมุนไพรและเมล็ดพันธุ์หายาก: พร้อมใช้งาน]*
*[ภารกิจพิเศษประจำวัน: ผลิตอาหารจากวัตถุดิบในมิติและทำกำไร 100 บาทแรก ปลดล็อกบ่อน้ำทิพย์ฟื้นฟูร่างกาย]*
หัวใจของเชฟสาวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่ไม่ใช่ภาพหลอน! มิติลับที่ติดตัวเธอมาจากการข้ามมิติหรือชาติภพใดภพหนึ่งกำลังทำงาน! แบบนี้หมายความว่า เธอกล้าที่จะพลิกชีวิตจากเหยื่อผู้ถูกกระทำ ให้กลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของอาณาจักรเกษตรกรรมได้สบายๆ!
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ แผนการฟาดฟันญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อและสร้างความมั่งคั่งผุดขึ้นในหัวเป็นฉากๆ เธอกำลังจะเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าทำเงินล้านในชั่วพริบตา
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสำรวจแปลงเกษตรในมิลลับนั้น เสียงผลักประตูก็เปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงของผู้กองภูผาที่เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับอย่างมีเลศนัย
"พวกมันกลับไปแล้วครับ" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เธอจนได้กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝนจางๆ จากตัวเขา "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะมีความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้สินะ รินรดา"
รินรดาชะงักกึก หันขวับไปสบตากลมโตกับร่างสูงที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเลื้อ.ที่มุมปากของนายทหารหนุ่ม...
**ผู้ชายคนนี้... เห็นละอองแสงสีทองเมื่อครู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?!**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายอบอุ่นและสะใจนี้ไปกับ "กระท่อมไผ่ริมธาร" นะคะ
สูตรลับฉบับแม่ครัวสโลว์ไลฟ์ กับนายทหารไร่สวนข้างเคียง•ตอนที่ 2
มิติลับใต้เงาไม้
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวสโลว์ไลฟ์ กับนายทหารไร่สวนข้างเคียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!