"ถ้าคุณยังยืนเกร็งแล้วทำหน้าเหมือนจะกินหัวฉันอยู่แบบนั้น เรือนไม้หลังนี้คงได้พังลงมาทับเราสองคนเข้าจริงๆ สักวันแน่ค่ะ"
รินรดากอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวที่เพิ่งปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยม สายตากวาดมองร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้เซอร์ๆ ของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เพื่อนบ้านคนใหม่' ผู้กองภูผา—อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ผันตัวมาทำไร่ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านในละแวกนี้ ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังถือค้อนตอกตะปูซ่อมแซมระเบียงไม้ เค้าหันกลับมามองเธอนิ่งๆ นัยน์ตาคมกริบดูลึกล้ำและยากจะคาดเดา แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับบอกเล่าความอึดอัดที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้อย่างชัดเจน
ตลอดสองวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่รินรดาลากสังขารและหอบความแค้นจากตระกูลเดิมมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเรือนไม้ปลายนาแห่งนี้ เธอก็พบว่ารั้วไม้เตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างบ้านของเธอกับไร่ข้างเคียงนั้นช่างบางเบาเสียเหลือเกิน และเจ้าของไร่ข้างๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นประเภท "พูดน้อยต่อyากแต่ลงมือทำหนักหน่วง" ของแท้
เมื่อเช้าตรู่ ขณะที่เธอกำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบในมิติลับเพื่อทำพริกแกงสูตรโบราณ เสียงเครื่องมือช่างหนักๆ ก็ดังกระหน่ำขึ้นที่ระเบียงบ้านราวกับมีกองทัพมดมาถล่ม ตอนแรกเธอคิดว่าจะเป็นโจรหรือพวกญาติหน้าเลือดตามมาตอตาะ แต่พอเปิดประตูออกไปดูกลับพบชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาซ่อมแซมเสาเรือนที่ผุกร่อนให้โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอแม้แต่คำเดียว
"มันอันตราย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นสั้นๆ มือหนาสากระคายจากการจับอาวุธและจอบเสียมวางค้อนลงบนพื้นไม้เสียงดังตุบ "โครงสร้างบ้านทรุด ถ้าปล่อยไว้ลมพัดแรงอีกรอบ หลังคาได้ยุบลงมาทับคุณแน่"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความเป็นระเบียบเรียบร้อยและกลิ่นอายแดดอ่อนๆ จากตัวเขาโชยปะทะจมูก เจือด้วยกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ไม่ได้น่ารังเกียจ กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด สมกับเป็นอดีตทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชคโชน
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะผู้กอง แต่ดูเหมือนคุณจะเดาใจฉันผิดไปหน่อย ฉันไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใครๆ คิดหรอกค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย "อีกอย่าง การที่จู่ๆ คุณก็บุกเข้ามาซ่อมบ้านให้คนอื่นโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้ ถ้าชาวบ้านผ่านมาเห็นเข้า... เขาจะไม่เอาเราไปนินทากันสนั่นตำบลหรอกหรือคะ?"
ภูผานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่ไม่มีคราบเครื่องสำอางใดๆ แต่กลับเปล่งประกายความฉลาดเฉลียวและมั่นใจออกมาเต็มเปี่ยม ผู้ชายอย่างเขาคุ้นเคยกับความเงียบ สงคราม และคำสั่งที่เฉียบขาด แต่กับผู้หญิงตรงหน้า... ผู้หญิงที่ดวงตากลมโตคู่นั้นราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงความคิดในหัวของเขา มันทำให้เขาต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ผมไม่ได้สนใจคำนินทาของใคร" ภูผาตอบเสียงทุ้มต่ำ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นจริงจัง "และผมก็ไม่ได้ทำเพราะสงสาร... แต่เพราะรำคาญเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ดเวลานอนต่างหาก มันรบกวนเวลาพักผ่อนของผม"
*ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยนะคะ...* รินรดาลอบหัวเราะในใจ รำคาญเสียงไม้ลั่นงั้นหรือ? บ้านของเขาอยู่ห่างออกไปตั้งเกือบห้าร้อยเมตร จะได้ยินเสียงบ้านเธอได้ยังไงถ้าไม่ได้ตั้งใจเงี่ยหูฟังหรือแอบมองอยู่ตลอดเวลา
แต่เธอก็ไม่ได้เอאปากแซะเขาต่อ รินรดารู้ดีว่าภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างและเย็นชา ผู้ชายคนนี้มีความใส่ใจแบบซึมลึกซ่อนอยู่ ชายหนุ่มที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งและถูกสังคมมองว่าไร้ค่าอย่างเธอ ในยามที่ตกอับที่สุด กลับมีผู้ชายแปลกหน้าคนนี้คอยเอาค้อนและตะปูมาซ่อมแซมรากฐานชีวิตให้อย่างเงียบเชียบ มันช่างเป็นภาพที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
"ในเมื่อคุณอุตส่าห์ลงทุนลงแรงมาช่วยซ่อมบ้านให้ฉันขนาดนี้แล้ว..." รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับจ้องมองเขาตรงๆ "ถ้าฉันไม่แสดงความมีน้ำใจตอบแทนบ้าง คงเสียชื่อเชฟมือหนึ่งแย่เลยค่ะผู้กอง"
เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องครัว ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนเคว้งคว้างอยู่กลางระเบียงไม้ ภูผามองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่แล้วกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยฟุ้งกระจายออกมาจากหน้าต่างครัวจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวใหม่ๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกแห้งคั่ว และกลิ่นหอมละมุนของกะทิเคี่ยวข้นคลัช... มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณความหิวโหยในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
ในมิติลับของรินรดานั้นเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอคัดสรรมาอย่างดี เธอนำเส้นหมี่ลวกจนเหนียวนุ่มกำลังดีมาคลุกเคล้ากับน้ำซอสสูตรลับที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและกุ้งแห้งตัวโตเนื้อแน่น โรยหน้าด้วยไข่เจียวฝอยบางเฉียบราดด้วยน้ำพริกสูตรโบราณรสชาติจัดจ้านกลมกล่อม เมนูง่ายๆ แต่อัดแน่นด้วยฝีมือระดับปรมาจารย์—"หมี่คลุกโบราณสูตรคุณยาย"
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา รินรดาก็เดินถือถาดไม้ที่มีชามกระเบื้องเคลือบลายครามบรรจุเส้นหมี่คลุกส่งกลิ่นหอมยวนใจออกมาต้อนรับช่างจำเป็นที่กำลังยืนปาดเหงื่ออยู่หน้าบ้าน
เธอยื่นชามนั้นให้เขา ภูผารับมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองเส้นหมี่สีสวยที่โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวสีทองกรอบและผักชีฝรั่งสดๆ ชิ้นโต ความหอมทะลุทะลวงจนต่อมน้ำลายทำงานอย่างหนัก เขาตักเข้าปากคำหนึ่ง... และวินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบของนายทหารหนุ่มผู้เย็นชาคล้ายกับหยุดหมุน
รสชาติความกลมกล่อมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งความเผ็ด หวาน เค็ม และเปรี้ยวเบาๆ จากมะนาวสด เส้นหมี่เหนียวนุ่มที่ไม่เละจนเกินไป เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่ มันอร่อยจนเขาเผลอขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตะลึงในรสสัมผัส
"อร่อยไหมคะ?" เสียงหวานเอמהถามอย่างอารมณ์ดี รินรดายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"..." ภูผาไม่ตอบ เขาตักคำที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของอดีตผู้กองหนุ่มมาดขรึมอีกต่อไป
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานละมุนและชวนอมยิ้ม เสียงรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้านอย่างกะทันหัน ประตูรถกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างอวบอ้วนของป้าสำเนียง—ญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่ตามมาตอแยเธอไม่เลิกรา—ก้าวลงมาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงและรอยยิ้มเยาะเย้ย
"อ๋อ! ที่แท้ก็มีผู้ชายมาซ่อมบ้านให้นี่เอง ถึงได้ทำเป็นอวดดีไล่ฉันกลับวันก่อน นังรินรดา! แกนี่มันร่านไม่เบาเลยนะ ถึงว่าทำไมถึงกล้าหนีออกมาอยู่คนเดียว ที่แท้ก็หา 'ผัวใหม่' มาเกาะนี่เอง!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสำเนียงตะโกนด่าทอเสียงดังลั่นจนชาวบ้านแถวนั้นต้องชะเง้อมอง
รินรดาย่นคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอเตรียมจะก้าวออกไปฟาดฟันให้หงายเงิบด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอเอง แต่ทว่า...
ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่ยืนอยู่ข้างกายเธอกลับขยับตัวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มวางชามหมี่ลงบนโต๊ะไม้ เสียงค้อนกระทบพื้นก่อนหน้านี้ยังไม่น่ากลัวเท่ากับแววตาดุดั่งพญาอินทรีที่จ้องเขม็งไปยังผู้มาเยือน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามายืนบังหน้าเธอไว้มิดชิด ราวกับโล่กำบังเหล็กกล้าที่ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาทำร้ายผู้หญิงข้างหลังได้แม้แต่ปลายเล็บ
ภูผาปรายตามองป้าสำเนียงด้วยหางตา น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าไม่อยากให้รถคันนี้พังคามือผม... ไดรฟ์สตาร์ทแล้วไสกหัวออกไปจากเขตบ้านของภรรยาผมซะเดี๋ยวนี้"
คำว่า *"ภรรยาผม"* หลุดออกมาจากปากของอดีตผู้กองหนุ่มอย่างหน้าตาเฉย ทำเอารินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความตกใจและความหวานล้ำที่พุ่งทะยานขึ้นมาจนตั้งตัวไม่ติด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความอร่อยและความฟินไปด้วยกันนะคะ!
สูตรลับฉบับแม่ครัวสโลว์ไลฟ์ กับนายทหารไร่สวนข้างเคียง•ตอนที่ 3
ข้างบ้านเป็นใครกัน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวสโลว์ไลฟ์ กับนายทหารไร่สวนข้างเคียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!