ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 23

รอยยิ้มของผู้ชนะ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าคุณคิดว่าแค่การปัดตกผลงานชิ้นก่อนหน้าจะทำให้ฉันยอมถอยได้ คุณก็ประเมินค่าความพยายามของฉันต่ำเกินไปแล้วนะคะ คุณคินน์” น้ำเสียงเรียบเฉยของเรย์รินดังก้องในห้องประชุมที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง เธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะอดีตภรรยาที่น่าสงสาร แต่เธอคือดีไซเนอร์ที่กำลังถือครอง ‘ไพ่ตาย’ ที่ไม่มีใครในที่นี้คาดคิด คินน์นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงประธานบอร์ด เขายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เรย์รินเกลียดชังที่สุด มันคือรอยยิ้มของผู้ชายที่มั่นใจว่าโลกทั้งใบหมุนตามความต้องการของเขา “แฟชั่นไม่ใช่เรื่องของความพยายามอย่างเดียวหรอกครับเรย์ริน มันคือเรื่องของวิสัยทัศน์... และดูเหมือนวิสัยทัศน์ของคุณจะยังติดอยู่ในอดีตที่ผมไม่มีวันหวนกลับไป” เรย์รินไม่ตอบโต้ด้วยคำหยาบคาย เธอเพียงแค่ขยับปลายนิ้วกดรีโมทคอนโทรล จอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่เบื้องหน้าค่อยๆ ปรากฏภาพสเก็ตช์ชุดที่ทำลายล้างความสมบูรณ์แบบที่คินน์เพิ่งนำเสนอไปเมื่อครู่จนสิ้นซาก มันไม่ใช่แค่การออกแบบชุด แต่มันคือการ ‘ปฏิวัติ’ โครงสร้างของเนื้อผ้าที่ผสานกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ เส้นสายที่คมกริบแต่พริ้วไหวราวกับมีชีวิต สีสันที่สะท้อนถึงการหลุดพ้นจากพันธนาการของความแค้นและความเจ็บปวดในอดีต ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง คราวนี้มันต่างออกไป มันคือความเงียบของความตะลึงงัน เหล่าบอร์ดบริหารต่างโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาจับจ้องที่ผลงานชิ้นนั้นราวกับถูกสะกดจิต “นี่คือ ‘Rebirth Collection’ ค่ะ” เรย์รินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “สิ่งที่คนในห้องนี้มองข้ามไปตลอดสามปี คือการที่แบรนด์ของคุณย่ำอยู่กับที่ด้วยความเย่อหยิ่งว่าชื่อเสียงจะค้ำจุนทุกอย่าง แต่ในขณะที่คินน์กำลังหลงระเริงกับความสำเร็จเก่าๆ ฉันกลับเห็นความผุพังที่กำลังกัดกินเนื้อในของแบรนด์นี้อยู่... ซึ่งชุดที่ฉันออกแบบนี้ คือคำตอบเดียวที่จะดึงเอาศักดิ์ศรีที่คุณทำหล่นหายไปกลับคืนมา” คินน์ขยับตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพบนหน้าจอ ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยพรสวรรค์ที่เขาเคยผลักไสไปตลอดกาล เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความเข้มแข็งที่ถูกถักทอลงไปในทุกฝีเข็ม ชุดเหล่านี้ไม่ได้แค่สวยงาม แต่มันมี ‘จิตวิญญาณ’ ของผู้หญิงที่ผ่านนรกมาด้วยตัวเอง “คุณต้องการอะไร” คินน์ถามเสียงต่ำ เขาไม่ได้มองที่ผลงานอีกต่อไป แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเรย์ริน “ฉันต้องการให้คุณเซ็นเอกสารการจ้างงานฉบับใหม่ ที่ระบุว่าฉันคือผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แต่เพียงผู้เดียว และนโยบายทั้งหมดในบริษัทนี้... ต้องผ่านการอนุมัติจากฉันก่อน” เธอเว้นจังหวะ “คุณคงไม่ปฏิเสธผลกำไรมหาศาลที่จะตามมาเพียงเพราะอีโก้ของคุณหรอกใช่ไหมคะ?” คินน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข “คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ เรย์ริน” “คนเราต้องเปลี่ยนไปตามบทเรียนที่ได้รับค่ะ คินน์ ถ้าฉันยังเป็นคนเดิมที่โง่งามเชื่อในคำสัญญาหวานหูของคุณ ฉันก็คงไม่มีวันนี้” การประชุมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของคินน์อย่างเบ็ดเสร็จ บอร์ดบริหารทุกคนลงมติเห็นชอบกับโปรเจกต์ของเรย์ริน ทิ้งให้ซีอีโอหนุ่มยืนอยู่ลำพังในห้องประชุมที่เริ่มมืดลงเมื่อตะวันลับขอบฟ้า เรย์รินก้าวเดินออกจากห้องด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง แต่ทว่าในใจกลับเต้นรัวด้วยความสะใจที่ลึกซึ้ง เธอชนะเกมนี้แล้ว แต่ชัยชนะที่แท้จริงยังรออยู่เบื้องหน้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูภาพเด็กน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะในหน้าจอ สายตาของเธออ่อนแสงลงทันทีเมื่อมองใบหน้าเล็กๆ ที่มีเค้าโครงละม้ายคล้ายกับ ‘ใครบางคน’ ในห้องประชุมนั้น ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนคนหนึ่งก็เดินตามมาหยุดอยู่เบื้องหลังเธอ “เรย์ริน!” คินน์ตะโกนเรียก เสียงของเขาดูสั่นเครือเล็กน้อย ต่างจากมาดนิ่งขรึมที่เขามักรักษาไว้ “ผมรู้ว่าคุณซ่อนอะไรบางอย่างไว้... ผมเห็นสายตาของคุณเวลาที่พูดถึงอนาคต คุณไม่ได้ทำเพื่อบริษัท คุณทำเพื่อใครบางคนใช่ไหม?” เรย์รินหยุดชะงัก เธอกำมือถือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เธอไม่ได้หันกลับไป แต่ความเย็นเยือกในแววตาเปลี่ยนเป็นความหวั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง “ฉันไม่ได้ทำเพื่อใครทั้งนั้นค่ะ คินน์... ฉันทำเพื่อตัวเอง เพื่อศักดิ์ศรีที่ฉันควรได้รับตั้งแต่แรก” เธอเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คินน์ยืนค้างอยู่ตรงนั้น ในขณะที่พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสำคัญในมือ “คุณคินน์ครับ... นี่คือผลตรวจ DNA จากคลินิกที่คุณสั่งให้ผมไปสืบเรื่องเด็กที่เรย์รินมักจะไปเยี่ยมบ่อยๆ ผลเพิ่งออกมาครับ” คินน์รับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งเมื่อฉีกซองออกอ่าน บรรทัดสุดท้ายของเอกสารที่ระบุค่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดทำให้เขารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไปในวินาทีนั้น เรย์รินที่เพิ่งก้าวขึ้นรถหรูขับออกไป ยังคงไม่รู้ว่าความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต ได้หลุดรอดไปอยู่ในมือของคนที่เธอเกลียดชังที่สุดเสียแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%