“คุณคิดว่าการทำลายชื่อเสียงของฉันในห้องประชุมบอร์ดบริหารเมื่อเดือนก่อน จะทำให้คุณนั่งเก้าอี้ซีอีโอได้อย่างสบายใจไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือคะ, คุณคินน์”
น้ำเสียงของเรย์รินราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังราวกับคมมีดที่อาบด้วยน้ำผึ้ง เธอไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราด แม้ว่าเบื้องหน้าของเธอคือจอภาพขนาดใหญ่ที่กำลังฉายกราฟแสดงยอดขายของแบรนด์แฟชั่นอิสระที่เธอก่อตั้งขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ ซึ่งตอนนี้มันพุ่งทะยานแซงหน้าแบรนด์เรือธงของบริษัทตระกูลคินน์ไปไกลลิบลิ่วอย่างไร้เยื่อใย
ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าสะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนที่ระยิบระยับราวกับดวงดาว แต่บรรยากาศภายในห้องกลับหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมกระจกบานยักษ์ มือหนากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกราบกรานที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมองเรย์รินเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอันเยือกเย็น
“เรย์ริน... คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้” คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบมองอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเงาจางๆ ในชีวิตแต่งงานที่ไร้ความหมาย ผู้หญิงที่เขาเคยหมางเมินและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี “ตลาดแฟชั่นไม่ได้กว้างพอที่จะให้เราเหยียบย่างแข่งกันได้ในพื้นที่เดียวกัน คุณก็รู้ว่าตระกูลของผมมีอิทธิพลแค่ไหน”
“อิทธิพลเหรอคะ?” เรย์รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เธอวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าส้นสูงเข้ามาใกล้เขาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเธอดุจดั่งพญาหงส์ที่หวนคืนบัลลังก์ “คุณกำลังพูดถึงอิทธิพลที่กำลังสั่นคลอนเพราะข่าวฉาวเรื่องการขโมยดีไซน์ของภรรยาเก่าตัวเองเมื่อสามปีก่อนหรือเปล่าคะ? หรือว่าคุณกำลังพูดถึงหุ้นตกฮวบจนบอร์ดบริหารเริ่มกระสับกระส่ายกันแน่”
คินน์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความจริงที่ว่าเรย์รินไม่ได้เป็นแค่ดีไซเนอร์โนเนมคนเดิมอีกต่อไป—ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขา ยอมทนทุกข์กับคำดูถูกเหยียดหยาม และแบกรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกในครรภ์ไปอย่างเงียบๆ คนนั้น ได้ตายไปพร้อมกับเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นในคืนวันพิธีหย่า
บัดนี้ เรย์รินคือ ‘เรน’ ดีไซเนอร์ปริศนาผู้กวาดรางวัลระดับนานาชาติ และกระแสความนิยมทั่วทั้งประเทศกำลังเทคะแนนความเห็นใจและชื่นชมมาที่เธอจนหมดสิ้น ทุกสื่อกระแสหลักต่างตีแผ่เรื่องราวความอยุติธรรมที่เธอเคยได้รับในอดีต ภาพลักษณ์ของคินน์ในฐานะซีอีโอหนุ่มผู้เพียบพร้อมจึงพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เหลือเพียงภาพของชายผู้เย็นชาไร้หัวใจที่เหยียบย่ำพรสวรรค์ของภรรยาเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุด
“ฉันยอมรับว่าฉันเคยโง่ค่ะ, คินน์” เรย์รินหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นชาของเธอโชยเข้าจมูกเขา ปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ที่เขาพยายามฝังกลบแต่มันกลับกรีดลึกยิ่งกว่าเดิม “โง่ที่เอาหัวใจทั้งดวงไปฝากไว้กับผู้ชายที่มองความรักเป็นแค่บันไดไต่เต้า แต่คุณจำไว้นะคะ... สิ่งที่คุณเอาไปจากฉัน ฉันจะทวงคืนมาทีละนิด จนกว่าคุณจะไม่เหลือแม้กระทั่งลมหายใจที่จะมาต่อรองกับฉัน”
คินน์รู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่โดยไร้แรงปะทะ แต่ความเจ็บปวดมันแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ตามสัญชาตญาณของการควบคุม “เรย์ริน... ฟังผมก่อน ทุกอย่างในอดีต ผมมีเหตุผล—!”
“เหตุผลว่าฉันไม่มีประโยชน์กับอนาคตของคุณแล้วอย่างนั้นเหรอคะ?” เรย์รินปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ มันน่าสะบักสะบอมเกินกว่าจะให้มือสกปรกของคุณมาสัมผัสอีก”
คำพูดนั้นเฉียบคมยิ่งกว่าใบมีด คินน์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความตระหนักรู้ที่สายเกินแก้—เขาไม่ได้สูญเสียแค่พันธมิตรทางธุรกิจ แต่เขากำลังสูญเสียผู้หญิงคนเดียวที่เคยรักเขาด้วยใจจริง และไม่มีวันหวนคืนกลับมาอีกแล้ว
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่า ก่อนที่คินน์จะทันได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเพื่อรั้งร่างระหงที่กำลังหันหลังเดินกลับไปยังประตู เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อก ก๊อก*
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของคินน์ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ดูร้อนรุ่มราวกับมีถ่านระอุอยู่ข้างใน
“ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ” เลขานุการสาวละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเหลือบมองเรย์รินแวบหนึ่งอย่างหวาดหวั่น “มีเอกสารด่วนส่งตรงมาจากสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ... เกี่ยวกับคดีสิทธิ์การถือครองหุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมด... และ... และนี่ค่ะ”
เธอวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานใกล้ตัวคินน์ มันคือสำเนาเอกสารราชการเก่าที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่จากหอจดหมายเหตุโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเมื่อสามปีก่อน
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ก้มลงมองเอกสารแผ่นนั้นผ่านๆ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณ
มันไม่ใช่เอกสารเรื่องหุ้น... แต่มันคือบันทึกทางการแพทย์ ใบรับรองการยุติการตั้งครรภ์ และ—
**บันทึกการตรวจสุขภาพของเด็กชายฝาแฝดอายุสามขวบ ที่ระบุชื่อมารดาคือ ‘เรย์ริน’ และช่องชื่อบิดากลับเว้นว่างไว้... แต่ใบหน้าของเด็กชายในภาพถ่ายใบเล็กที่แนบมาด้วยนั้น ช่างถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับคินน์ในวัยเด็กราวกับส่องกระจก!**
คินน์หันขวับกลับไปมองเรย์รินที่หยุดเดินตรงหน้าประตูพอดี ใบหน้าหวานหยาดเยิ้มนั้นหันกลับมามองเขาช้าๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด
“ลืมบอกไปค่ะ, คุณคินน์...” เรย์รินเอ่ยกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดิ่งลึกบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เด็กสองคนนั้น... ไม่ใช่แค่ลูกของฉันคนเดียวหรอกนะคะ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ ชานมไข่มุกหวานร้อย
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 24
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!