ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 22

คำสารภาพที่ไม่มีใครเชื่อ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
หยดน้ำตาที่กลิ้งตกลงบนกระดาษร่างแบบชุดแต่งงานราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ได้มาจากความซาบซึ้งใจ หากแต่เกิดจากรอยร้าวลึกในอกที่ไม่มีวันประสาน เรย์รินวางปากกาในมือลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบกระจกโต๊ะทำงานดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันของห้องประชุมเพนต์เฮาส์หรู เบื้องหน้าของเธอคือคินน์—ซีอีโอหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุก กระดาน ผู้ชายที่เคยสลัดเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อนเพื่ออนาคตอันเรืองรองบนบัลลังก์ธุรกิจ ตอนนี้เขากลับนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสภาพที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่ง ทว่าสิ่งที่เรย์รินมอบให้มีเพียงรอยยิ้มมุมปาก เย็นชา และไร้ความรู้สึก "คุณเรียกฉันมาที่นี่เพื่อฟังเรื่องนิทานปรัมปราอีกรอบอย่างนั้นหรือคะ คินน์" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดหญ้า "เวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา มันมากพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่า นิยายน้ำเน่าเรื่องไหนก็ไม่น่าเบื่อเท่าคำแก้ตัวของผู้ชายที่เห็นแก่ตัวหรอกค่ะ" "เรย์... ฟังผมก่อน สักครั้งเดียวก็ยังดี" คินน์เอื้อมมือหนาหมายจะแตะปลายนิ้วเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ ทว่าเรย์รินกลับชักมือกลับอย่างไร้เยื่อใยราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา ความเจ็บปวดแปลบปะทุขึ้นในอกของชายหนุ่ม เขาเข้าใจดีว่าสิทธิ์ที่จะได้รับความเห็นใจจากเธอนั้น... เขาได้เผามันจนเป็นจุลไปตั้งแต่วันที่เขาเลือกเซ็นใบหยดน้ำตาฉบับนั้นแล้ว "วันนั้น... ที่ผมบอกว่าผมไม่เคยรักคุณ มันไม่ใช่เรื่องจริง" คินน์เริ่มเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นพร่า ร่องรอยความเย่อหยิ่งทลายลงสิ้นซาก เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าทางจิตวิญญาณต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบยละ "คุณจำวันที่แม่ผมล้มป่วยและบริษัทกำลังจะล้มละลายได้ไหม เรย์... ผมไม่ได้เลือกเงินเพราะความโลภ แต่ผมเลือกเพราะผมไม่มีทางเลือก ถ้าผมไม่แต่งงานกับลูกสาวนักลงทุนคนนั้น คุณจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะยืนด้วยซ้ำ ผมปกป้องคุณ... ด้วยการผลักไสคุณออกไป เพื่อไม่ให้คุณต้องมาจมดิ่งกับความหายนะที่ผมสร้างขึ้น!" เรย์รินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เสียงนั้นบาดลึกหัวใจคนฟังจนคินน์แทบอยากจะหยุดหายใจ "ปกป้องเหรอคะ?" เรย์รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่สุมอกมานานนับปี "คุณช่างเป็นคนดีเสียเหลือเกิน คินน์! คุณใช้ความรักของฉันเป็นเครื่องมือไต่เต้า เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันลงกับพื้น แล้วบอกว่าทำเพื่อฉันอย่างนั้นหรือคะ? ถ้าการปกป้องของคุณคือการส่งฉันไปตายทั้งเป็นในวันที่ฉันไม่มีใคร... ฉันขอเลือกตายด้วยน้ำมือคุณตั้งแต่วันนั้นเสียยังจะดีกว่า!" "ผมรู้ว่าผมมันเลว! รู้ว่าคำแก้ตัวของผมมันฟังไม่ขึ้นในสายตาคุณ!" คินน์กระแทกเสียงเจือสะอื้นเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่กุมอำนาจหมุนเงินหลักหมื่นล้านจะหลั่งน้ำตาให้ผู้หญิงคนเดิมได้อีกครั้ง "แต่ทุกคืนตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนเลยที่ผมไม่ฝันถึงคุณ ไม่มีวินาทีไหนที่ผมไม่เกลียดตัวเองที่ปล่อยมือจากคุณไป เรย์ริน... ผมยอมแลกทุกอย่างที่มีในตอนนี้ แลกแม้กระทั่งลมหายใจ เพื่อขอโอกาสให้ผมได้แก้ไขอดีตบ้าๆ นั่นอีกครั้ง" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เรย์รินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชากระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ร่องรอยความโหยหาในอดีตที่ฝังกลบไว้ลึกสุดใจแอบสั่นไหวขึ้นมาเบาๆ แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่กำแพงแห่งความแค้นจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่หนาแน่นกว่าเดิม ผู้ชายคนนี้พรากทุกอย่างไปจากเธอ ทั้งครอบครัว ศักดิ์ศรี และความฝันในวัยเยาว์ คำสารภาพในวันนี้... มันช้าเกินไป สายเกินกว่าที่จะเยียวยารอยแผลเป็นที่ฝังรากลึกในดวงวิญญาณของเธอ "สายไปแล้วค่ะ คินน์" เรย์รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นความสง่างามและเด็ดเดี่ยวของเธอน่าเกรงขาม เธอก้มลงมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองคนแปลกหน้า "บาปที่คุณก่อไว้ มันไม่มีวันถูกล้างด้วยน้ำตาหยดเดียวของคุณหรอกค่ะ เตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณสมควรได้รับในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญได้เลย... เพราะเกมแก้แค้นที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะคะ" พูดจบ เรย์รินก็สะบัดหน้าเดินหันหลังเพื่อก้าวออกจากห้องประชุมทัน โดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงซบหน้ากับฝ่ามือบนโต๊ะด้วยความสิ้นหวัง ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะผลักประตูบานใหญ่เพื่อก้าวออกไปสู่โถงทางเดินด้านนอก เสียงฝีเท้ารัวเร็วดังขึ้นใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วสดใสของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณหวบเศษ ที่วิ่งนำหน้าพี่เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของบริษัท "คุณแม่ขา! น้องรันต์เหนื่อยแล้ว อยากกินไอติมช็อกโกแลตค่ะ!" เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากคนสองคนในห้องนี้ราวกับแกะ หยุดยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้าเรย์ริน และวินาทีนั้นเอง... คินน์ที่เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะทำงานด้วยความตกตะลึง ก็พลันสบเข้ากับใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพทั้งหมดอย่างชัดเจน ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เมื่อภาพเงาของเด็กชายคนนั้นซ้อนทับกับวัยเด็กของตัวเขาเองอย่างพอดิบพอดี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%