ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 15

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของ *Kinn’s Atelier* ควรจะดังกระหึ่มเพื่อฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์มิลเลนเนียม โปรเจกต์เรือธงที่คินน์ทุ่มเททั้งวิญญาณและชื่อเสียงเดิมพัน แต่วันนี้... ความเงียบงันกลับบาดลึกยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง แท็บเล็ตบนโต๊ะกระจกนิรภัยแสดงกราฟยอดจองและกระแสตอบรับจากตลาดแฟชั่นระดับไฮ엔ด์ เส้นกราฟที่ควรจะทะยานขึ้นฟ้า กลับดิ่งเหวลงอย่างไร้ความปรานี ยอดพรีออเดอร์ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ในรอบห้าปี เสียงซุบซิบจากบรรดาบอร์ดบริหารดังระงมราวกับฝูงแมลงวันที่รุมทึ้งซากสัตว์ คินน์นั่งหลังตรงเป็นไม้กระดาน นัยน์ตาคมกริบจดจ้องตัวเลขสีแดงฉานเหล่านั้นราวกับมันจะแผดเผาให้เขากลายเป็นจุล นิ้วเรียายาวประสานกันแน่นบนตักจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความมั่นใจที่เคยค้ำจุนอีโก้ของเขามาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงสะท้อนก้องในหัว— *เขาพลาดตรงไหน?* "มันเกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างคอลเลกชันนี้?" เสียงของประธานกรรมการอาวุโสเอ่ยขึ้น ทุ้มต่ำและเฉียบคมพอที่จะเฉือนผิวหนังให้ปริแยก "เสื้อผ้าสไตล์มินิมอลลิสต์ที่ไร้จิตวิญญาณนี่เหรอ ที่คุณกล้าเอาชื่อบริษัทไปเดิมพัน? คินน์... คุณกำลังทำลายแบรนด์ที่เราสร้างมากับมือ" "ผมตรวจสอบทุกขั้นตอนด้วยตัวเองครับ... เอ๊ย... ค่ะ..." คินน์เกือบหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่เขากลืนมันลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความตื่นตระหนกตีตื้นขึ้นมาจุกอก นี่คือความล้มเหลวครั้งแรกในฐานะซีอีโอของเขา ความล้มเหลวที่ไม่มีข้อแก้ตัว "ความจริงก็คือ ตลาดปฏิเสธผลงานชิ้นนี้" เสียงหวานเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากมุมห้อง เรย์รินก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นใจในชุดสูทเข้ารูปสีชาเข้ม ขับเน้นรูปร่างระหงและท่าทีเย่อหยิ่งที่ทรงพลัง เธอยืนกอดอก มองภาพกราฟความพังพินาศนั้นด้วยมุมปากที่ยกยดขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้เยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่มองดูตึกสูงถล่มลงมาทับคนทรยศด้วยความสะใจ คินน์หันขวับไปมองอดีตภรรยา ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนความเจ็บปวดลึกๆ "คุณรู้อะไร เรย์ริน? คุณเห็นอะไรในโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกถึงได้ถอนตัวออกไป?" เรย์รินเดินเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเนิบนาบ ทรงพลัง และคุกคาม เธ้มองหน้าเขาตรงๆ ไม่หลบตา แววตานั้นว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนคินน์รู้สึกหนเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง "ฉันเห็นความโลภค่ะ คินน์" เรย์รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "คุณคิดว่าการก๊อปปี้จิตวิญญาณของคนอื่น แล้วเอามาแปะป้ายชื่อตัวเอง จะทำให้คุณกลายเป็นดีไซเนอร์ที่แท้จริงได้เหรอคะ? โครงสร้างเสื้อผ้าของคุณมันสวยงามแค่เปลือกนอก แต่กลวงเปล่า ไร้รากเหง้า และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีหัวใจ" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจ คินน์รู้สึกราวกับถูกตบหน้ากลางสาธารณชน เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว แต่เขาเถียงไม่ออกเลยสักคำ เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่า... ในวันที่เรย์รินยื่นใบหย่าและทิ้งสมุดสเกตช์ภาพทั้งหมดไว้ให้ เขารีบฉวยมันมาเป็นของตัวเองเพื่อเคลมความดีความชอบ โดยหลงลืมไปว่า *พรสวรรค์* เป็นสิ่งเดียวที่ซื้อขายหรือขโมยกันไม่ได้ "คุณจงใจ..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเธอด้วยความคับแค้นใจ "คุณจงใจปล่อยให้ฉันอนุมัติโปรเจกต์นี้ ทั้งที่รู้ว่ามันมีจุดบกพร่องตั้งแต่ต้น!" เรย์รินไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อของเขาอย่างเย้ยหยัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีสามี "อย่าประเมินความฉลาดของตัวเองต่ำไปสิคะ คินน์... ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฉัน แต่มันเกิดจากความมั่นใจที่ตาบอดของคุณเองต่างหาก ที่คิดว่าเงาของฉันจะช่วยค้ำจุนคุณไปได้ตลอดกาล" บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คินน์กำ1หมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า 1ฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความโกรธ คือความจริงที่ว่าเขากำลังสูญเสียทุกอย่าง—ทั้งอำนาจ ความน่าเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุด... ผู้หญิงที่เขากล้าหาญพอจะทำลายมันด้วยมือของตัวเอง "เลิกประชุมได้แล้วค่ะ" เรย์รินหันไปผายมือให้คณะกรรมการบริหาร ก่อนจะหันกลับมาสบตาคินน์เป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้นงดงามราวกับปีศาจจำแลง "เตรียมตัวรับมือกับจุดจบของอาณาจักรที่คุณสร้างจากหยาดน้ำตาของฉันให้ดีนะคะ... เพราะนี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น" ร่างระหงหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางซากปรักหักพังของความสำเร็จที่เขากอดไว้แน่น แต่ในวินาทีที่เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความจากเลขานุการส่วนตัว พร้อมกับไฟล์รูปภาพแนบที่ถูกส่งเข้ามาใหม่ — เป็นภาพถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่ายจากคลินิกเด็กแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด และใบรับรองแพทย์ที่มีชื่อของเรย์ริน... พ่วงด้วยเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%