กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางและกลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเรย์ริน กำลังทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้ม The Wall ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอ
คินน์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูททําจากผ้าอิตาลีชั้นดีที่เคยเป็นดั่งภาพฝันอันงดงามของเธอในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเครื่องแต่งกายของชายผู้แปลกหน้า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลقสลายคามือ
"เรย์... ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เคยใช้กระซิบคำหวานในค่ำคืนอันมืดมนเมื่อหลายปีก่อน เอ่ยขึ้นด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกระจกใสอย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าหญิงสาวตรงหน้าจะสลายกลายเป็นควันหายไปหากเขาขยับเร็วจนเกินไป
เรย์รินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายปากกาในมือของเธอยังคงลากเส้นสเก็ตช์ชุดราตรีบนกระดาษไขอย่างมั่น and เด็ดเดี่ยว เสียงของปลายปากกาที่เสียดสีกับกระดาษดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อฉันแบบนั้นค่ะ คุณคินน์" เรย์รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังพูดคุยกับลูกค้าจรที่แวะเวียนเข้ามาซื้อของชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ในร้าน "และที่นี่... ก็ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะสามารถเดินเข้ามาตามอำเภอใจได้ กรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของฉันด้วยนะคะ"
คินน์ชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกราบเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับกลับคืนมาจากผู้หญิงที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ ในอดีต ภาพของเรย์รินในความทรงจำคือภรรยาตัวเล็กๆ ที่เอาแต่ร้องไห้และเฝ้ารอเขาในห้องพักมืดทึบ แต่เรย์รินในวันนี้... เธอกลับสง่างาม เย็นชา และมีรัศมีบางอย่างที่เฉียบคมจนเกือบจะบาดลึกเข้าไปในเนื้อหนังของเขา
"เราเคยมีเรื่องราวด้วยกันนะเรย์... เรื่องราวที่เราต่างก็สร้างมันขึ้นมาด้วยกัน" คินน์พยายามดึงอดีตขึ้นมาเป็นเครื่องต่อรอง เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น มือหนาวางลงบนขอบกระจกใสอย่างลืมตัว "คุณจำระเบียงห้องพักที่เราเคยนั่งมองดาวด้วยกันในคืนแรกที่แต่งงานได้ไหม? จำสัญญาที่เราเคยให้ไว้... ว่าเราจะไม่มีวันปล่อยมือกันได้ไหม?"
เรย์รินหยุดมือที่กำลังวาดภาพทันที เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงที่เคยตายด้านไปแล้วกระตุกวูบอย่างเจ็บ
*สัญญาเหรอ?* คำพูดพวกนั้นช่างน่าขันสิ้นดี ในวันที่เธอนอนจมกองเลือดบนเตียงโรงพยาบาลอย่างไร้ซึ่งความช่วยเหลือ ในวันที่เธอถือใบหย่าพร้อมกับคราบน้ำตาและรอยแผลเป็นในจิตใจ คินน์อยู่ที่ไหน? เขากำลังฉลองความสำเร็จกับโครงการพันล้านเคียงข้างผู้หญิงอีกคนไม่ใช่หรือ?
หญิงสาวค่อยๆ วางปากกาลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกเก็บงำไว้เป็นอย่างดี
"อดีตเหรอคะ?" เรย์รินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง "คุณยังมีหน้ามาพูดถึงอดีตอีกหรือคะ คุณคินน์? อดีตที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง การดูถูกเหยียดหยาม และการทิ้งขว้างฉันราวกับสิ่งของไร้ค่า... คุณคิดว่าความทรงจำแย่ๆ เหล่านั้น มันคือกาววิเศษที่จะมาประสานรอยร้าวในใจของฉันได้จริงๆ งั้นเหรอคะ?"
"เรย์ริน..."
"หยุดเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าสมเพชแบบนั้นเถอะค่ะ!" เรย์รินตบโต๊ะเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเธอจ้องมองเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ความสัมพันธ์ของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใยแล้วค่ะ และต่อให้คุณจะพยายามขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ มาพูดสักกี่ร้อยรอบ คำตอบของฉันก็ยังคงเหมือนเดิม..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตาที่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี
"...เราจบกันแล้วค่ะ และฉันไม่มีวันหันหลังกลับไปหาผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณเด็ดขาด ไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ!"
คินน์หน้าซีดเผือด คำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยของเธอรุนแรงยิ่งกว่าการถูกตบด้วยฝ่ามือเหล็กเสียอีก เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับมัน แต่พอต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า 'เขาไม่มีค่าอะไรในสายตาเธออีกแล้ว' หัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ
"คุณใจร้ายกับผมมากเกินไปแล้วนะเรย์..." คินน์พึมพำ เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ผมยอมรับผิดทุกอย่าง... ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณอภัย... ขอแค่โอกาส..."
"โอกาส?" เรย์รินยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับหนIวจนน่ากลัว "ในวันที่ฉันอ้อนวอนขอโอกาสจากคุณ คุณเคยเหลียวแลฉันบ้างไหมคะ? ตอนนี้สายไปแล้วค่ะคุณคินน์ ความรู้สึกของฉันมันตายไปหมดแล้ว... พร้อมๆ กับเด็กคนนั้น..."
ประโยคสุดท้ายของเธอหยุดชะงักลงทันที เรย์รินเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่เก็บงำไว้เป็นความลับดำมืดออกมา คินน์เบิกตากว้างขึ้นทันที ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ
"เด็ก... เด็กอะไรเรย์? คุณหมายความว่ายังไง?" คินน์ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคำถามมากมายที่กำลังระเบิดอยู่ในหัวของเขา "เรย์ริน! บอกผมมาสิว่าคุณหมายถึงอะไร! เด็กอะไร!"
"ปล่อยฉัน!" เรย์รินสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ถูกจุด "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! และอย่ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉันอีก ออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนถึงขีดสุด คินน์ยืนหายใจหอบถี่ สายตาของเขาสับสนและหวาดกลัวอย่างที่เรย์รินไม่เคยเห็นมาก่อน เขากำลังจะเอמהคำถามบางอย่างออกมาเพื่อเค้นความจริงจากปากเธอ
ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเบามือ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย เรย์รินหันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเธอสั่งเด็ดขาดแล้วว่าห้ามใครรบกวนในเวลานี้
ก่อนที่เรย์รินจะทันได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนพิมพ์นิยม ก้าวเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาหมีในมือ
"คุณแม่ครับ... น้องรินหิวน้ำจังเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
เรย์รินหน้าถอดสี ร่างกายของเธอแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งในเสี้ยววินาทีนั้น เธอลืมไปสนิทว่าลูกชายตัวน้อยของเธอกำลังรออยู่ที่ห้องรับรองด้านหลัง
ในขณะเดียวกัน คินน์ที่หันไปมองตามเสียงนั้น ร่างกายทั้งร่างของเขาก็หยุดชะงักลงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยคนนั้น สะท้อนเข้าสู่เรตินาของเขาอย่างชัดเจน... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 14
เกมไล่ล่าของคนสองคน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!