หน้าจอสมาร์ทโฟนราคาสูงลิ่วส่องประกายเรืองรองตัดกับความมืดมิดภายในห้องสตูดิโอออกแบบ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันยอดฮิตดังระรัวราวกับสายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาบนหลังคาสังกะสี ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป ตัวเลขยอดแชร์และคอมเมนต์พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดุจดั่งไฟป่าที่ลุกลามเลียเล็มผืนป่าแห้งแล้งจนวอดวาย
เรย์รินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ปลายนิ้วเรียวยาวที่แต่งแต้มด้วยยาทาเล็บสีแดงเข้มดุจหยดเลือด เลื่อนหน้าจอเพื่อกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มุมปากของเธอยกขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่สวยคมกริบสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ยิ่งขับเน้นให้แววตาคู่นั้นดูราวกับปีศาจร้ายในคราบเทพธิดา
บนหน้าปกล่วงหน้าของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับประเทศฉบับเดือนนี้ ภาพถ่ายโคลสอัปใบหน้าของ 'คินน์' ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้านกำลังจ้องมองตรงมาด้วยสายตาราบเรียบ ทว่าพาดหัวข่าวตัวโตสีแดงฉานข้างๆ ภาพของเขากลับสั่นสะเทือนวงการไฮโซและโลกโซเชียลเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหว
*‘ดีไซเนอร์สาวนอกคอก vs อดีตสามีพันล้าน: เมื่อเงาแห่งอดีตย้อนกลับมาทวงบัลลังก์’*
และข้อความใต้ภาพนั้น... คือผลงานชิ้นเอกที่เธอจงใจปล่อยออกไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน
ภาพสเกตช์ชุดแต่งงานดีไซน์ล้ำยุคที่ถูกขโมยไอเดียไปเมื่อสามปีก่อน ถูกวางเคียงคู่กับภาพผลงานใหม่ล่าสุดที่คินน์เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เส้นสาย รอยหยัก และโครงสร้างของชุด แทบจะเป็นเงาสะท้อนซึ่งกันและกันอย่างไร้ที่ติ ราวกับก๊อปปี้และวางออกจากสมองของคนคนเดียวกัน... ไม่สิ มันคือของจริงกับของปลอมที่ถูกเปิดโปงอย่างจัง
คอมเมนต์ในโลกโซเชียลระอุจนแทบละลาย
*[นี่มันการปล้นทางปัญญาชัดๆ!]*
*[ซีอีโอคนดังผู้แสนสะอาดสะอ้าน ที่แท้ก็แค่โจรขโมยผลงานอดีตภรรยามาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองงั้นเหรอ?]*
*[น่าสมเพชสิ้นดี ผู้ชายแบบนี้เหรอที่จะมาซื้อกิจการต่อ? แบนค่ะ! แบนให้หมด!]*
เรย์รินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสะใจที่อัดอั้นมานานสามปีเต็ม ความเจ็บปวดในอดีตที่เธอเคยถูกเหยียบย่ำ ถูกผลักไสให้กลายเป็นคนไร้ค่าในคฤหาสน์หลังโต บัดนี้ มันถูกชำระด้วยน้ำมือของเธอเองทีละหยดอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกสะใจนี้ช่างหอมหวานและรัญจวนใจเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าที่อาบอยู่บนคมมีด
ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง คินน์กำลังยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวกรุงยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ไร้ค่าในสายตาของเขา มือหนากำสมาร์ทโฟนในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
หน้าจอเครื่องนั้นสั่นไม่หยุด ข่าวฉาวที่แพร่สะพัดออกไปกำลังกัดกินชื่อเสียงที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิตให้พังทลายลงในชั่วข้ามคืน บอร์ดบริหารเริ่มโทรศัพท์เข้ามาไม่ขาดสาย สื่อมวลชนต่างพากันแห่แหนไปรอหน้าบริษัทเพื่อรอคำชี้แจง และที่สำคัญที่สุด... สายตาของสังคมที่เคยชื่นชม บัดนี้กำลังมองเขาด้วยความกังขาและรังเกียจ
"เรย์ริน..." คินน์พึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคมกริบทอประกายความเจ็บปวดผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยว เขานึกถึงใบหน้าเรียบเฉยและแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาในวันที่พบกันล่าสุด รอยยิ้มของเธอในวันนั้น... มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้หญิงที่ยอมจำนน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมแล้วต่างหาก
เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์นี้ลุกลามต่อไป อาณาจักรที่เขาก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อจะพังทลายลงในพริบตา และหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งพายุลูกนี้ได้... ไม่ใช่การออกแถลงการณ์แก้ตัวอย่างไร้รอยต่อ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับต้นตอของปัญหาโดยตรง
เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างเร่งรีบ เลขาส่วนตัวของเขาผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"ท่านประธานครับ... นักข่าวเริ่มมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ตึกใหญ่แล้วครับ แล้วทางหุ้นหลักก็..."
"เงียบซะ" คินน์ยกมือขึ้นตัดบท น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนเลขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ "เตรียมรถ ฉันจะไปที่สตูดิโอของเรย์ริน เดี๋ยวนี้"
ทางด้านเรย์ริน เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่หน้าต่างแชทข้อความส่วนตัวเริ่มมีข้อความจากเบอร์แปลกปลอมส่งเข้ามาถี่ขึ้นเรื่อยๆ เธอกดเปิดอ่านข้อความล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
*[หยุดเกมบ้าๆ นี่ซะ เรย์ริน ไม่งั้นเธอจะเสียใจที่เลือกทางนี้]*
เรย์รินอ่านข้อความนั้นแล้วยิ้มเยาะ เธอนิ้วเรียวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
*[เสียใจเหรอคะ? คนที่ควรเสียใจและชดใช้... ไม่ใช่ฉัน แต่คือคุณต่างหาก คินน์]*
เธอกดส่งข้อความนั้นไป พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาทำให้เธอดูสง่างามและน่าเกรงขามราวกับราชinนีผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในกำมือ เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอก็เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อเตรียมตัวรับมือกับความอลหม่านที่จะเกิดขึ้น เสียงกริ่งประตูหน้าสตูดิโอส่วนตัวของเธอกลับดังขึ้น... ก๊อก ก๊อก ก๊อก... มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันหนักแน่นและเร่งเร้า ราวกับคนเคาะกำลังสูญเสียการควบคุม
เรย์รินชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ใครกันที่กล้ามาหาเธอถึงที่นี่ในยามวิกาลและในสถานการณ์ที่เดือดดาลเช่นนี้ เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูช้าๆ มือเรียวเอื้อมไปจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ ก่อนจะตัดสินใจกระชากเปิดมันออกอย่างเด็ดเดี่ยว
ทว่า ภาพเบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีผู้ก้าวร้าวและเย่อหยิ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาคมกริบของคินน์แดงก่ำเต็มไปด้วยไฟโทสะและความเจ็บปวดระคนกัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เรย์รินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ คือร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง ที่คินน์กำลังอุ้มแนบอกไว้... เด็กน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเธอและเขาอย่างไร้ที่ติ กำลังซบหน้าหลับใหลอยู่บนไหล่กว้างของชายหนุ่มผู้นั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 12
รอยแค้นบนปกนิตยสาร
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!