ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 11

จุดแตกหักเบื้องต้น

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของเรย์รินเคาะลงบนพื้นโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงนาฬิกาจับandความตายที่กำลังนับถอยหลังให้กับความลับที่ถูกซุก คินน์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความดูแคลนในอดีต บัดนี้กลับฉายแววระแวงระวังและร้อนรนอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มพยายามรักษามาDของประธานบริหารบริษัทออกแบบชื่อดังเอาไว้ แต่รอยย่นระหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบชนกันนั้นฟ้องชัดว่าเขากำลังสูญเสียการควบคุม "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เรย์ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รlชาติน้ำเสียงเจือความหงุดหงิดที่พยายามกดต่ำ "ภาพร่างชุดคอลเลกชัน ‘Eclipse’ นั่น... มันควรจะเป็นผลงานของทีมดีไซน์หลัก ไม่ใช่สเกตช์ลับที่ถูกขุดขึ้นมาจากแฟ้มโครงการเก่าที่ถูกยกเลิกไปเมื่อสามปีก่อน" เรย์รินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ซากศพจมดิ่งอยู่เบื้องล่าง เธอยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง "แฟ้มโครงการเก่าอย่างนั้นหรือคะ คินน์..." เธอทวนคำ น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสันหลังวาบ "ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ความจำของประธานบริษัทใหญ่อาจจะสั้นเสียยิ่งกว่าปลาทอง ผลงานชิ้นนั้นไม่ได้ถูกยกเลิกค่ะ... แต่มันถูก 'ขโมย' ต่างหาก ต่างกันแค่ว่าตอนนั้น คนที่ลงมือขโมยมันไปสวมรอยเป็นเจ้าของผลงาน เพื่อใช้ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งเก้าอี้ตัวใหญ่ที่คุณนั่งอยู่อย่างน่าไม่อาย" คำพูดนั้นพุ่งตรงปักกลางใจคินน์ราวกับลูกศอาบยาพิษ ใบหน้าคร่าวด้านของเขาเผือดสีลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาตึงเครียด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "คุณกำลังกล่าวหาว่าผม..." "ดิฉันไม่ได้กล่าวหานะคะ" เรย์รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัว "ดิฉันกำลัง 'ข้อเท็จจริง' ต่างหากล่ะคะ" เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนาไปตรงหน้าเขา บนโต๊ะกระจกสะท้อนเงาใบหน้าของทั้งคู่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งคือผู้ถือไพ่เหนือกว่าที่รอเวลาเช็คบิล ส่วนอีกฝ่ายคือคนที่กำลังตระหนักว่ากำแพงที่ตนสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี กำลังถูกกะเทาะออกทีละน้อยจนเห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ คินน์ชะงักไปชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ เขาค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซอง ภาพร่างลายเส้นดินสออันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีวันลืม ลายเส้นที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ความเจ็บปวด และความฝันของเรย์รินในวันที่พวกเขายังรักกัน... หรือพูดให้ถูกคือ ในวันที่เธอยังโง่พอที่จะมอบทุกอย่างให้เขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก มุมกระดาษแผ่นนั้นมีรอยไหม้สีดำสนิท ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นเดียวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาในสตูดิโอเล็กๆ ของเรย์รินเมื่อสามปีก่อน เหตุการณ์ที่เกือบคร่าชีวิตเธอ และเป็นวันที่ผลงานทั้งหมดของเcompressหายวับไปกับตา... พร้อมกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเธอ "นี่มัน..." คินน์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างตื่นตระหนก ดวงตาคู่นั้นสั่นระริก "มันควรจะไหม้เป็นจุลไปแล้ว... คุณหาเอกสารนี้มาจากไหน?" "ความลับค่ะ" เรย์รินตอบสั้นๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โคร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทส่งเสริมให้เธอดูลึกลับและทรงพลังราวกับพญาหงส์ที่ฟื้นคืนชีพจากกองเพลิง "ของที่ถูกขโมยไป ต่อให้พยายามเผาทำลายแค่ไหน สันดานของโจรก็ไม่มีทางลบเลือนร่องรอยความผิดได้หรอกนะคะ คินน์" เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องประชุม ทิ้งให้คินน์นั่งแข็งค้างอยู่กับหลักฐานชิ้นสำคัญที่กำลังบีบคั้นคอหอยเขาให้หายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดบาปและความกลัวที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับปีตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก ทว่า ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปเปิดประตูห้องประชุม เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังแว่วมาจากด้านนอก พร้อมกับร่างของพี่เลี้ยงที่อุ้มเด็กน้อยเดินเข้ามาในโซนรับแขกหน้าห้อง คินน์หันขวับไปตามเสียง สายตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อร่างเล็กๆ นั้นปรากฏแก่สายตา เด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากใครบางคน... คนที่เขากำลังนั่งมองอยู่หลังโต๊ะประชุมนี้อย่างไร้ที่ติ เรย์รินชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกเมื่อครู่ กลับปรากฏร่องรอยความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นมาวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ทว่า... มันช้าเกินไป คินน์ลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำลงกับพื้นเสียงดังสนั่น หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก สายตาของเขาจับจ้องไปยังเด็กชายตัวน้อยสลับกับใบหน้าของเรย์รินที่ซีดเผือดลงถนัดตา คำถามมากมายระเบิดขึ้นในหัวของชายหนุ่ม... และก่อนที่เรย์รินจะทันได้ก้าวเท้าพ้นประตู ประโยคคำถามที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและหัวใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มก็หลุดลอดริมฝีปากแห้งผากของคินน์ออกมา "เรย์ริน... เด็กคนนั้น... เขาเป็นใคร?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%