ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 19

คืนฝนตกที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“เด็กคนนั้น… เป็นลูกของใคร” น้ำเสียงของคินน์สั่นพร่า เขาไม่ได้หันมามองเรย์ริน ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างเล็กของเด็กหญิงที่เพิ่งเดินลับสายตาไปทางประตูฉุกเฉิน ความเงียบงันในสตูดิโอออกแบบชั้นบนสุดของตึกระฟ้าดูจะกดทับจนอากาศแทบหายไป เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องอยู่ภายนอกกระตุ้นให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วพุ่งทะยานสู่จุดเดือด เรย์รินวางปากกาในมือลงช้าๆ เสียงกระทบของเหล็กกับโต๊ะกระจกเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความอ้างว้าง เธอไม่ได้หันไปเผชิญหน้ากับเขา แต่เลือกจะยืนนิ่ง มองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสั่งสมมานานปี “คำถามนี้น่าขันดีนะคะ คุณคินน์” เธอหมุนตัวกลับมา มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ในฐานะซีอีโอผู้ปราดเปรื่อง คุณควรจะรู้ดีไม่ใช่หรือคะว่าสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบเสมอไป” คินน์ก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ดวงตาคมกริบของเขาวูบไหวด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้มองเธอด้วยความเย็นชาเหมือนที่เคยทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต “เรย์ริน บอกผมมา... เด็กคนนั้น ไม่ใช่คนอื่นใช่ไหม” เขาเค้นเสียงต่ำ ขณะที่สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมากระทบหน้าต่างราวกับต้องการจะชะล้างความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ผืนดินแห่งอดีตให้เปิดเผยออกมา ท่ามกลางพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ระบบไฟฟ้าในอาคารเกิดกระตุกวูบ ก่อนจะดับมืดสนิท ทิ้งให้ทั้งสองตกอยู่ในห้วงความมืดมิดที่มีเพียงแสงฟ้าแลบเป็นระยะๆ ที่ช่วยฉายภาพใบหน้าของกันและกัน เรย์รินไม่ได้ขยับหนี เธอแค่นหัวเราะในลำคอ “ทำไมคะ? เพิ่งจะมารู้สึกหวงแหนในสิ่งที่ตัวเองเคยผลักไสหรือไงคะคุณอดีตสามี” คินน์ไม่ได้ตอบ แต่ก้าวเข้ามาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยปะทะเข้ากับจมูกของเธอ มันเป็นกลิ่นที่เคยทำให้เธอหลงใหล แต่ในตอนนี้ มันกลับเป็นกลิ่นของความเจ็บปวดที่เธอยังไม่เคยลืมเลือน มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ทว่าเขากลับชะงักราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ “เราออกไปไหนไม่ได้แล้ว” คินน์เอ่ยเสียงแหบพร่า “ลิฟต์หยุดทำงาน ประตูฉุกเฉินล็อคอัตโนมัติจากระบบรักษาความปลอดภัย... คืนนี้ เราต้องอยู่ด้วยกันที่นี่” เรย์รินสะบัดมือออกอย่างรุนแรง “ฉันไม่สนใจว่าต้องติดอยู่ที่ไหน แต่สิ่งเดียวที่ฉันเสียใจคือการที่ต้องมาติดอยู่กับคนที่ฉันสาบานว่าจะไม่มีวันมองหน้าอีกตลอดชีวิต” เธอก้าวถอยหลังไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตนเอง พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นรัวราวกับกลองรบ คินน์เดินตามเธอมาเงียบๆ เขาไม่ได้คุกคาม แต่เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมข้างโต๊ะเธอ ท่ามกลางความมืดมิด เขาจ้องมองเธอด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด “ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาด... ผิดพลาดอย่างมหันต์” เขาเริ่มเกริ่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยร่องรอยของการไถ่บาป “แต่ถ้าเด็กคนนั้น... ถ้าเธอเป็นลูกของผมจริงๆ คุณคิดจะปิดบังผมไปถึงไหน” “จนกว่าคุณจะตายจากความทรงจำของฉันไงคะ” เรย์รินสวนกลับทันควัน ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คุณเคยถามฉันไหมในวันที่ฉันต้องนอนร้องไห้คนเดียวในโรงพยาบาล? คุณเคยถามไหมในวันที่ฉันต้องเซ็นชื่อรับผิดชอบชีวิตคนเดียวในฐานะแม่? ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน... คุณก็คงกำลังกอดใครสักคนอยู่ในห้องวีไอพีโรงแรมหรู ไม่ใช่หรือคะ” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คินน์ก้มหน้าลง ไหล่ของเขาห่อลงเล็กน้อย ความทะเยอทะยานที่เคยพุ่งพล่านในตัวเขาก่อนหน้านี้ดูจะมอดไหม้ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งตระหนักว่าเขาได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปเสียแล้ว “ผมเปลี่ยนไปแล้วเรย์ริน” “คนโกหกมักจะพูดประโยคนี้เสมอค่ะ” ขณะที่บรรยากาศกำลังจะดิ่งลึกสู่ความหม่นหมอง เสียงกระแทกประตูห้องทำงานจากภายนอกดังขึ้นอย่างรุนแรง! ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว คินน์รีบลุกขึ้นยืนพลางดึงเรย์รินมาไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณของการปกป้อง “ใคร!” คินน์ตะโกนถาม ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ประตูที่ล็อคอยู่กลับถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ดสำรอง แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยคนหนึ่ง—ชายผู้ที่เรย์รินเกลียดชังที่สุดในชีวิตก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งผ่านความมืดเข้ามา “พ่อ...” คินน์อุทาน ทว่าชายผู้เป็นบิดาไม่ได้มองลูกชาย เขากลับจ้องไปที่เรย์รินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กล ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานที่สั่นไหวของเธอ “ฉันรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง” ชายชรากล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “ในซองนั้นคือผลตรวจดีเอ็นเอที่ฉันแอบเก็บมาจากโรงเรียนของหลานสาวฉัน... คินน์ ลูกกำลังจะได้เป็นพ่อคนอย่างเต็มตัว แต่ถ้าลูกอยากให้เด็กคนนั้นมีชีวิตรอดต่อไปในฐานะทายาทตระกูลเรา ลูกต้องเลือกระหว่างผู้หญิงคนนี้... กับอำนาจทั้งหมดที่ลูกสร้างมา” เรย์รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอหันไปมองคินน์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ สายตาของเขาสลับไปมาระหว่างซองเอกสารบนโต๊ะกับใบหน้าของเธอ... นี่คือการตัดสินใจที่ไม่มีทางออกสวยหรู และชีวิตของเด็กคนนั้นกำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายของความโลภที่พ่อของเขาสร้างขึ้นมา ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นหัวใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%