เสียงปรบมือสุภาพที่ดังขึ้นระลอกหนึ่งในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบ แท้จริงแล้วเป็นเสียงกัมปนาทที่กรีดแทงแก้วหูของคินน์จนชาหนึบ เขายืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมา ปลายนิ้วที่เคยกุมรีโมทคอนโทรลด้วยความมั่นใจเมื่อครู่ บัดนี้เย็นเฉียบราวน้ำแข็ง ขณะที่สายตาทุกคู่ของบอร์ดบริหารระดับสูงต่างเบนออกจากหน้าจอหลัก หันมาจับจ้องที่ร่างสูงด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความผิดหวัง ความเคลือบแคลง และการตั้งคำถาม
บนหน้าจอนั้น... ไม่ได้มีกราฟผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการตกแต่งตัวเลขเพื่อปกปิดรอยรั่ว แต่มันคือไฟล์ดีไซน์ต้นฉบับชุด 'The Eclipse'—คอลเลกชันระดับมาสเตอร์พีซที่แบรนด์คู่แข่งเพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ และกวาดเสียงชื่นชมจากสื่อแฟชั่นทั่วโลกไปจนหมดสิ้น
และที่มุมขวาล่างของไฟล์ดิจิทัลลับนั้น มีลายน้ำดิจิทัลอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏชัดเจน... ลายเซ็นตวัดรูปกุหลาบไร้หนามของเรย์ริน
"คุณคินน์คะ" น้ำเสียงแหบพร่าแต่นิ่งสนิทของประธานกรรมการอาวุโสดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "นี่มันหมายความว่าอย่างไรคะ? ไฟล์ต้นฉบับที่ควรจะอยู่ในระบบความปลอดภัยสูงสุดของเรา ทำไมถึงไปปรากฏอยู่บนรันเวย์ของแบรนด์ 'Lumière' ได้ และที่สำคัญที่สุด... ทำไมดีไซเนอร์อิสระที่เพิ่งเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้เราเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงเป็นคนส่งเอกสารชิ้นนี้ให้คุณตรวจสอบตั้งแต่เมื่อคืน"
คินน์กลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ลำคอของเขาแหบแห้งจนแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาสักคำยังเป็นเรื่องยาก สมองของเขาหมุนวนย้อนกลับไปยังภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้... ภาพที่เรย์รินก้าวออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทิ้งไว้เป็นปริศนา บัดนี้ เขากระจ่างแจ้งแล้วว่า หล่อนไม่ได้แค่กลับมาเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี แต่หล่อนตั้งใจจะขุดหลุมฝังเขาทั้งเป็นต่อหน้าธารกำนัล
"ผม..." คินน์พยายามเค้นเสียงออกมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องประชุมที่ตอนนี้กลายเป็นลานประหาร "มันมีความเข้าใจผิดบางอย่างครับ... คือ... ดิฉัน... เอ๊ย ผมหมายถึง ทางเรากำลังตรวจสอบความรัי่วไหลของข้อมูล..."
คำแก้ตัวที่ติดอ่างและวกวนนั้น ยิ่งตอกย้ำความผิดปกติให้เด่นชัดขึ้น ประธานกรรมการส่ายหน้าช้าๆ แววตาที่เคยมองเขาด้วยความชื่นชมในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
"บริษัทของเราซื้อลิขสิทธิ์ดีไซน์ชุดนั้นด้วยมูลค่ามหาศาลเพื่อใช้เป็นไม้ตายในการกู้ชื่อเสียง แต่คุณกลับทำมันหลุดรอดไปให้คู่แข่ง แถมยังปล่อยให้ที่ปรึกษาภายนอกอย่างคุณเรย์รินกุมหลักฐานมัดตัวคุณไว้ทั้งหมด... คุณทำให้พวกเราเสียหน้า และที่แย่ที่สุด คุณทำให้บริษัทสูญเสียความน่าเชื่อถือ" ประธานกรรมการลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอกสารในมือถูกปิดลงเสียงดังสนั่น "การประชุมวันนี้ยุติเพียงเท่านี้ ส่วนคุณคินน์... ทางคณะกรรมการจะเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย รวมถึงการปลดคุณออกจากตำแหน่งซีอีโอชั่วคราว"
สิ้นคำประกาศิตนั้น บอร์ดบริหารคนอื่นๆ ก็ทยอยลุกขึ้นและเดินผ่านเขาไปทีละคน ไม่มีใครสบตา ไม่มีแม้กระทั่งคำพูดปลอบโยน ทิ้งให้คินน์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าของห้องประชุมที่กว้างใหญ่เกินไป
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลงสนิท เหลือเพียงเขากับความพ่ายแพ้ที่กัดกินหัวใจ คินน์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิด ความโกรธเกรี้ยว ความอับอาย และความรู้สึกผิดบาปตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น ภาพอดีตเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน... ภาพวันที่เขาเคยเป็นฝ่ายผลักไสเรย์รินออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาเหยียบย่ำผลงานและพรสวรรค์ของเธอโดยอ้างว่ามันไม่มีค่าพอสำหรับอนาคตที่เขากำลังไขว่คว้า
ใครจะคิดเล่าว่า วันหนึ่ง... เงาของผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าไร้ค่าคนนั้น จะเติบโตขึ้นเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดคอเขาได้อย่างเลือดเย็นถึงเพียงนี้
คินน์ลุกขึ้นยืนอย่างคนไร้เรี่ยวแรง เขาเดินออกจากห้องประชุมด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากซากศพเดินได้ เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือการตามหาเรย์ริน เขาต้องคุยกับเธอ ต้องถามให้รู้เรื่องว่าเธอทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร หรือแท้จริงแล้ว... เธอยังแค้นเขาฝังหุ่นจนไม่เหลือเยื่อใยใดๆ ต่อกันอีกแล้ว
ขายาวก้าวเดินไปตามทางเดินยาวมุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้กดปุ่มเรียก บานประตูห้องทำงานกระจกใสฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นห้องพักรับรองของแขกพิเศษ ก็เปิดออกเสียก่อน
เรย์รินยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นความสง่างามและความเยือกเย็นในคราวเดียวกัน บนริมฝีปากอิ่มระเรื่อประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่นคมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังรอคอยให้เขาเดินมาติดกับดักที่เธอวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ไงคะ คุณซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่..." เรย์รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บรรยากาศบนจุดสูงสุดของหอคอยงาช้าง... หนาวหรือเปล่าคะ?"
คินน์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "เธอทำแบบนี้ทำไม เรย์ริน... เธอต้องการอะไรกันแน่ ทำลายชื่อเสียงฉัน ทำลายหน้าที่การงานของฉัน มันยังสะใจเธอไม่พออีกใช่ไหม!"
เรย์รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกสะสมมานานแรมปี เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวลอยแตะจมูก กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยคุ้นเคยในอดีต... กลิ่นที่เคยทำให้เขารู้สึกอบอุ่น แต่บัดนี้มันกลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ทำลายหน้าที่การงานเหรอคะ?" เรย์รินเอียงคอมองเขาเล็กน้อย แววตาสوجประกายความแข็งกร้าววับวาม "สิ่งที่คุณเรียกว่า 'หน้าที่การงาน' ที่กำลังพังทลายลงในตอนนี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่ฉันเคยแตกสลาย ตอนที่คุณเซ็นชื่อลงบนใบหย่า และโยนงานออกแบบชิ้นแรกในชีวิตของฉันลงถังขยะต่อหน้าต่อตาฉันหรอกนะคินน์"
"วันนั้น... ฉันขอร้องคุณแทบตาย แต่คุณเลือกที่จะเดินหนี" เธอกล่าวต่อ น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามควบคุมไว้ "วันนี้... ฉันแค่คืนกำไรให้คุณในแบบที่คุณสมควรจะได้รับก็เท่านั้นเอง อย่าเรียกว่าการทำลายล้างเลยค่ะ... มันเรียกว่า 'บทเรียนราคาแพง' ต่างหาก"
คินน์พูดไม่ออก คำพูดของเธอเหมือนคมหอกที่ปักอกจนมิดด้าม เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า เขามีค่าแค่ศูนย์ในสายตาของเธอมาโดยตลอด และทุกสิ่งที่เขาพยายามไขว่คว้ามาทั้งชีวิต บัดนี้กำลังพังทลายลงด้วยมือของผู้หญิงที่เขาเคยทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี
ทว่า... ในขณะที่คินน์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอโทษที่อาจจะสายเกินไป เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วของเด็กน้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเรย์ริน ขัดจังหวะการสนทนาอันตึงเครียดลงอย่างกะทันหัน
"คุณแม่ขา... ปะป๋าบอกว่าเสร็จงานแล้วเราจะไปกินไอติมกันไม่ใช่เหรอคะ?"
เด็กหญิงตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ในชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องน่ารัก ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากเรย์รินราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่า... ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้น และโครงสันจมูกโด่งรั้น กลับสะท้อนเงาของใครบางคนอย่างชัดเจนจนแทบหยุดหายใจ
คินน์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เขารีบหันขวับกลับไปมองที่เด็กน้อยคนนั้น ทันทีที่สบตากับดวงตาคู่เล็กคู่นั้น ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน... เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้น มีใบหน้าและรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 18
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!