"คุณกำลังทำอะไร... คินน์"
เรย์รินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอเรียบเรื่อยทว่ากลับกรีดลึกลงไปในความเงียบงันที่แผ่ขยายอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา เอกสารบันทึกการโอนหุ้นและการจัดสรรงบประมาณโครงการล่าสุดถูกวางไว้บนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงระยับ แต่มันกลับไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของคนทั้งคู่ได้เท่ากับ ‘ความลับ’ ที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในอากาศ
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยผลักไส ทว่าในนาทีนี้ ความเกลียดชังที่เขาเคยใช้เป็นเกราะกำบังกลับเริ่มแตกร้าว รอยร้าวเล็กๆ ที่ลามไปทั่วหัวใจของเขามันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการสูญเสียอำนาจในบริษัท
"เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงานออกแบบใช่ไหม เรย์ริน" เขาเค้นเสียงถาม มือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ถ้าฉันบอกว่าใช่ คุณจะเชื่อไหมล่ะ?" เธอขยับยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันคือยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่ไม่มีใครชนะ "เราทั้งคู่รู้ดีว่าอะไรอยู่ในซองนั่น คินน์ พ่อของคุณไม่ได้แค่กำลังจะทำลายโปรเจกต์ของฉัน แต่เขากำลังจะทำลายชีวิตของเด็กคนหนึ่ง... เด็กที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับความทะเยอทะยานบ้าคลั่งของตระกูลคุณเลย"
คินน์ก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟเข้มข้นที่ติดตัวเขาทำให้เรย์รินต้องกั้นหายใจ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายปีกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกอย่างมหาศาล เธอพยายามดึงสติกลับมา แต่ดวงตาของคินน์ในยามนี้กลับมีความเว้าวอนบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย
"ฉันไม่ได้เป็นคนสั่ง" คินน์เอ่ยเสียงต่ำพลางก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ "แต่ฉันเป็นคนอนุญาตให้มันเกิดขึ้น... เพราะฉันคิดว่าถ้าฉันทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างได้ เธอจะหันกลับมาหาฉัน ถึงแม้จะด้วยความเกลียดชังก็ตาม"
คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง เรย์รินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอดีตสามี ความโกรธแค้นในใจเธอถูกแทนที่ด้วยความสมเพช "คุณมันน่าสมเพชจริงๆ คินน์ ความรักของคุณมันมีแต่การทำลายล้าง คุณไม่เคยเปลี่ยนไปเลย"
"ฉันเปลี่ยนไปแล้ว!" เขาตะคอกเบาๆ ก่อนจะลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่สั่นพร่า "ตั้งแต่วันที่เธอเดินจากไป... ฉันถึงได้รู้ว่าความสำเร็จที่ไม่มีเธออยู่ข้างๆ มันว่างเปล่าแค่ไหน เรย์ริน อย่าทำให้ฉันต้องกลายเป็นปีศาจไปมากกว่านี้เลย บอกความจริงฉันมา... เด็กคนนั้นเป็นใคร"
หัวใจของเรย์รินกระตุกวูบ เธอพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่คินน์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่ามั่นคง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าทำให้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากเริ่มสั่นคลอน ความเปราะบางที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาดูเหมือนจะถูกเขามองเห็นทะลุปรุโปร่ง
"อย่าถามในสิ่งที่ตัวคุณเองก็กลัวคำตอบ" เธอตอบพลางสะบัดมือออก แต่แรงโอบกอดของเขากลับรั้งเธอไว้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับแผงอกกว้าง ความใกล้ชิดครั้งนี้ไม่ได้หอมหวานเหมือนอดีต แต่มันเต็มไปด้วยรอยแผลและการไถ่บาปที่บีบคั้น
คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่ข้างแก้มของเธอ "บอกฉัน... ว่าเขาไม่ใช่ลูกของเธอ บอกฉันสิว่าเขาเป็นแค่เด็กที่เธอไปรับอุปการะมา ถ้าเธอพูด ฉันจะทำลายทุกอย่างที่พ่อฉันสร้าง เพื่อแลกกับอิสรภาพของเธอและเด็กคนนั้น"
เรย์รินนิ่งงัน คำพูดของเขามีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เธอสั่นคลอน หากแต่ในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความเห็นแก่ตัวของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคินน์ก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบนั้น
คินน์สบถอย่างหัวเสีย แต่เขาก็ยอมปล่อยมือจากเธอ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีที่เห็นข้อความจากคนสนิทที่ส่งรูปถ่ายใบหนึ่งเข้ามา
เขากดเปิดภาพนั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบในห้องทำงานกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับภูเขาถล่มลงมาทับ
คินน์เงยหน้าขึ้นมองเรย์รินด้วยแววตาที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความตระหนักรู้ที่สายเกินไป
"รูปในโทรศัพท์นี่..." เขาพูดเสียงสั่นเครือ พลางเลื่อนหน้าจอไปให้เธอเห็นภาพเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ในงานนิทรรศการศิลปะที่เรย์รินเป็นเจ้าของ "ทำไม... เด็กคนนี้ถึงมีสร้อยข้อมือที่มีสัญลักษณ์ครอบครัวของฉันติดอยู่ที่ข้อมือแบบนั้น"
เรย์รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อเผชิญกับช่วงเวลานี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประตูห้องทำงานของคินน์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยเลขาหนุ่มท่าทางลนลาน
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ... คุณท่านทราบเรื่องที่เด็กคนนั้นปรากฏตัวที่งานแล้ว และเขาสั่งให้คนไปนำตัวเด็กคนนั้นมาที่นี่เดี๋ยวนี้ครับ!"
หวังว่าเนื้อหาตอนที่ 20 นี้จะทำให้คุณนักอ่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และเตรียมตัวรับมือกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญในตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" เสมอมาค่ะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 20
ความเปราะบางที่พยายามซ่อน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!