เสียงปรบมือประชดประชันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุมใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปจะก้าวออกมาจากเงาแสงไฟ คินน์ไม่ได้สนใจสายตาตื่นตะลึงของคณะกรรมการบริหารร่วมสิบชีวิต สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของเขาคู่นั้นพุ่งตรงไปยังร่างบางในชุดสูทสีชาคูลส์ที่ยืนอยู่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์อย่างแม่นยำ
รอยยิ้มมุมปากของประธานบริหารหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เย็นชา และ... ความสั่นไหวที่เขาพยายามกดมันลงไปให้ลึกที่สุด
"ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ... คุณเรย์ริน ดีไซเนอร์อิสระผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วทวีป" คินน์เน้นเสียงทุกพยางค์ขณะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประธานหัวโต๊ะ การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคุ้นเคย "ไม่นึกเลยว่าคนที่เคยบอกว่าเกลียดวงการแฟชั่นจอมปลอมที่สุด จะกลายมาเป็นคนเสนอโปรเจกต์ 'คืนชีพแบรนด์' ให้บริษัทที่เราเคย... เอ่อ, ดูแคลนร่วมกันเมื่อสามปีก่อน"
เรย์รินไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือหนังสีดำกดเปลี่ยนสไลด์พรีเซนต์เทชัน หน้าจอแสดงผลงานดีไซน์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ฉีกกฎความจำเจของแบรนด์ทิ้งอย่างไร้เยื่อใย มันคือความงามที่ดุดัน บาดลึก และเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดที่ถูกแปลงเป็นงานศิลปะชั้นสูง
"โลกมันหมุนไปข้างหน้าค่ะคุณคินน์" เปลือกตาบางเงยขึ้นสบตาอดีตสามีอย่างไม่เกรงกลัว "คนเราก็เช่นกัน... ไม่มีใครโง่งมยอมจมปลักอยู่กับความหลังที่เน่าเฟะได้ตลอดชีวิตหรอกค่ะ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีค่าพอให้จดจำ"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระแอมไอของผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดังขึ้นทำลายความเงียบ แต่ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังแผดเผากันด้วยสายตา คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผลงานบนจอภาพก่อนจะหันกลับมาจ้องเธอนิ่งนาน ราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปในหัวใจของหญิงสาวเพื่อดูว่าสามปีที่ผ่านมา เธอนำอะไรไปซ่อนไว้ข้างในนั้นบ้าง
"ผลงานชิ้นนี้... กล้าหาญดีนี่คะ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวช้าๆ เข้ามาหยุดยืนประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เธอเคยหลงใหลลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำสีเลือดที่พยายามฝังกลบ "แต่คุณมั่นใจเหรอว่าตลาดจะยอมรับดีไซน์ที่เต็มไปด้วย 'ความแค้น' แบบนี้? แบรนด์ของเราต้องการความอบอุ่น ความรัก และความหวัง... ไม่ใช่ความพยาบาท"
เรย์รินกระตุกยิ้มมุมปากบ้าง รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของคนมองจนเขาต้องเป็นฝ่ายชะงัก เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามเช่นกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้ยินเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของกันและกัน
"ความรักและความหวังเหรอคะ?" เรย์รินกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ "ของปลอมแบบนั้น... คุณเก็บไว้หลอกตัวเองในห้องนอนเถอะค่ะ ส่วนที่นี่คือรันเวย์ของมืออาชีพ และฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกหน้ากากแบรนด์ใกล้ตายของคุณให้พังคามือ!"
สิ้นคำพูดนั้น คินน์ก็ชะงักกึก ความรู้สึกเหมือนถูกฝ่ามือล่องหนตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงแล่นริ้วขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว... แต่มันคือความรู้สึกโหยหาอย่างรุนแรงที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาในยามที่เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาอย่างทระนง
ดวงตาสีเข้มของซีอีโอหนุ่มวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ผสมปนเปกับความปรารถนาอันบิดเบี้ยว มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กที่กำไว้แน่นเพื่อดึงเธอเข้ามาถามไถ่ให้รู้เรื่อง แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนผิวเนื้อของเธอ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของเลขาหน้าห้อง
"ท่านประธานคะ! ขอประทานอภัยค่ะ... แต่มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาที่ชั้นบริหาร และตอนนี้เขากำลัง..."
เลขาวยังไม่ทันพูดจบประโยค ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นกับรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนก็วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางสายตานับสิบที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เด็กชายวัยราวสามขวบเศษ ใบหน้าจิ้มลิ้มแก้มป่องดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับลูกแก้วคริสตัล มองซ้ายมองขวาก่อนจะวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหาเรย์รินแล้วซบหน้าลงกับเรียวขาเรียว พร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาคินน์ถึงกับหน้าถอดสี ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
"มัมมี่ฮะ! น้องันต์หิวนมแล้ว... ทำไมประชุมนานจังเลยฮะ ปะป๋าใจร้ายคนนั้นยังแกล้งมัมมี่อยู่อีกหรือเปล่า?"
เรย์รินหน้าถอดสีทันที เธอก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาคมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งไปปัก1กลางอกของคินน์ที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน เมื่อดวงตาสีเข้มของซีอีโอหนุ่มเลื่อนลงไปสบเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายที่มีโครงหน้า โครงจมูก และนัยน์ตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาอย่างไร้ที่ติ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวของเรย์รินและเตรียมตัวรับแรงกระแทกในบทถัดไปได้เลยค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 3
แผนซ้อนแผนบนรันเวย์
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!