กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูระดับเพนต์เฮาส์ ไม่ได้ช่วยให้สติของคินน์แจ่มชัดขึ้นเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยความมั่นใจ กลับกำลังสั่นระริกขณะคีบซองกระดาษสีน้ำตาลเข้มไร้ที่มา ซึ่งถูกวางทิ้งไว้อย่างอารักขาบนโต๊ะทำงานกระจกนิรกร, โดยไม่มีร่องรอยของพนักงานส่งของหรือแม้แต่ลายนิ้วมืออื่นใด นอกจากความเงียบงันที่แผดเสียงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา
ซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อเล่ห์เหลี่ยมใดในโลกธุรกิจ กลับรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากวิญญาณออกจากร่าง เมื่อเขาค่อยๆ ใช้กรรไกรตัดปากซองออกอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังปลดชนวนระเบิดเวลาที่ถูกตั้งเวลาไว้ตั้งแต่ห้าปีก่อน
พรึบ...
เศษผ้าเนื้อหยาบสีแดงเพลิงร่วงหล่นลงมาบนพื้นโต๊ะทำงาน มันคือผ้าซาตินไหมอิตาลีเกรดพรีเมียมที่ถูกเผาไหม้จนเกรียมเกือบครึ่งผืน กลิ่นอายจางๆ ของคราบเขม่าและหยดน้ำตาที่เคยถูกซับไว้ด้วยความสิ้นหวัง ลอยคละคลุ้งขึ้นมาแตะจมูกทันที คินน์จำมันได้แม่นยำ... มันคือชิ้นส่วนที่เหลือรอดมาจากชุดเดรสโอตกูตูร์ตัวแรกและตัวเดียวในชีวิตการทำงานของเรย์ริน ชุดที่เขาเคยใช้คำพูดเฉือดเฉือนอย่างไร้เยื่อใย ชุดที่เขาทำลายมันด้วยมือของตัวเองต่อหน้าต่อตาเธอ เพื่อเหยียบย่ำความฝันและศักดิ์ศรีของภรรยาที่เขาเคยตีค่าว่า เป็นได้แค่เพียงเงาไร้ตัวตนในชีวิตของเขา
"ใคร... ใครเป็นคนส่งมันมา" คินน์พึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำอันโหดร้ายที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองงานและอำนาจเงินตรา กลับพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่ยอมให้ตั้งตัว
ในอดีต เรย์รินเคยมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความคาดหวัง เธอยื่นแบบร่างชุดนั้นให้เขาดูด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ รอยยิ้มที่เขาในวันนั้นตอบแทนด้วยการปัดมันตกพื้นและเหยียบย่ำจนแหลกสลาย คำพูดที่ว่า *"ฝีมือระดับคุณ ไม่มีทางสร้างแบรนด์อะไรได้หรอก เลิกเพ้อเจ้อแล้วกลับไปทำหน้าที่แม่บ้านเสียที"* ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในหัวของเขา ราวกับเสียงกระซิบจากซาตินสีเลือดผืนนั้น
คินน์กุมขมับแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย เขารู้ดีว่าการส่งของขวัญชิ้นนี้กลับมา มันไม่ใช่แค่การส่งสิ่งของ แต่มันคือ "คำประกาศสงคราม" จากผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสลงสู่เหวลึก ผู้หญิงคนที่ตอนนี้กลับมาในคราบของดีไซเนอร์ปริศนาผู้กุมชะตากรรมของบริษัทเขาไว้ในกำมือ
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด คินน์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ก่อนจะรีบกวาดเศษผ้าสีแดงเพลิงนั้นซ่อนลงในลิ้นชักโต๊ะอย่างลนลาน พร้อมกับปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักบริหารผู้เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกตามความเคยชิน
"เข้ามา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น
เลขานุการสาวก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ ในมือถือแท็บเล็ตไอแพดที่มีรายงานด่วนแจ้งเข้ามา
"ท่านประธานคะ... ทางเราเพิ่งได้รับจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการจากงานแฟชั่นวีกระดับนานาชาติค่ะ ทางผู้จัดงานระบุว่า พวกเขาได้ให้สิทธิ์ขาดกับดีไซเนอร์รับเชิญพิเศษรายนั้น ในการเลือกแบรนด์ที่จะมาร่วมแสดงคอลเลกชันเปิดตัว และ..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และพวกเขากำหนดให้บริษัทของเราเป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่มีเงื่อนไขว่า... ท่านประธานต้องเป็นคนเดินทางไปพรีเซนต์โปรJectนี้ด้วยตัวเองต่อหน้าเธอคนนั้นค่ะ"
ดวงตาคมกริบของคินน์หรี่ลงเล็กน้อย ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อทุกมัด ดีไซเนอร์ลึกลับคนนั้นต้องการบีบให้เขาต้องเดินเข้าไปหาด้วยตัวเอง เธอไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะทางธุรกิจ แต่เธอต้องการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินต่อหน้าผู้คนนับร้อย
"เธอเป็นใคร..." คินน์เอ่ยถามลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความกระวนกระวายใจที่ปิดไม่มิด "ดีไซเนอร์คนนั้น... ใช้ชื่อว่าอะไรในบัตรเชิญ"
เลขานุการก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นเจ้านายด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กัน
"เธอยังไม่เปิดเผยชื่อจริงค่ะท่าน แต่ทางผู้จัดงานแจ้งว่า นามแฝงในวงการที่เธอใช้ในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ คือ... 'R.A.I.N.' ค่ะ"
สิ้นชื่อนั้น ร่างกายของคินน์ก็คล้ายกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระดูกดำ 'R.A.I.N.' ตัวอักษรย่อที่ประกอบขึ้นจากชื่อของเรย์ริน... อดีตภรรยาที่เขาเคยทิ้งไว้เบื้องหลังในคืนที่ฝนตกกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี และเป็นคืนเดียวกันกับที่เธอหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยล่วงรู้
มือหนาที่กำขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน หัวใจของซีอีโอหนุ่มบีบอัดจนเจ็บแปลบ ราวกับถูกบีบด้วยกรงเล็บแห่งความสำนึกผิดและความหวาดกลัวที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต
ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังจมดิ่งอยู่กับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกช้าๆ โดยฝ่ามือเรียวบางของใครบางคน ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นยะเยือกโชยมาแตะจมูก คินน์เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ และลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกทันที
ดวงตาคู่สวยที่เคยมีแต่ความอ่อนโยนและหยดน้ำตา บัดนี้กลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง เธอยืนอยู่ตรงนั้น... เรย์ริน ผู้หญิงที่เขาคิดว่าตายไปจากโลกนี้แล้ว กำลังแย้มรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมาให้เขาอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับคำพูดประโยคแรกที่ทำเอาโลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน
"ไงคะคุณคินน์... ของขวัญต้อนรับการกลับมาของฉัน ถูกใจคุณบ้างไหมคะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับบทนี้ด้วยกันนะคะ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในเกมเอาคืนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงได้เลยค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 4
ของขวัญจากอดีต
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!