กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษราคาแพงในห้องทำงานแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย เรย์รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรساลบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทแตะลงบนแฟ้มผลงานดีไซน์ชุดแต่งงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ถูกส่งตรงมาให้แบรนด์ระดับท็อปของเขาพิจารณาในฐานะ "ผู้ร่วมทุนปริศนา"
สามปี... ตัวเลขสามปีที่ยาวนานดุจชั่วนิรันดร์ ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงระยะห่างแค่ก้าวเดียว
"คุณไม่ควรมาอยู่ที่นี่... เรย์ริน"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เคยกระซิบคำหวานฉาบยาพิษข้างใบหูในคืนวันแต่งงานดังขึ้น น้ำเสียงนั้นไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เจ้าตัวพยายามควบคุม เพราะรอยสั่นพร่าบางเบาที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คืองหลักฐานชั้นดีว่า คินน์ ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรแฟชั่นลักชูรี กำลังสูญเสียการควบคุม
เรย์รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเฉี่ยวถูกถอดออก เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เคยโศกเศร้าและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่า เยือกเย็น และคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ทำไมล่ะคะ คินน์" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ในเมื่อบริษัทของคุณกำลังต้องการ 'ปาฏิหาริย์' มากู้ชื่อเสียงจากคดีลอกเลียนแบบผลงาน... และฉัน คือคนที่ถือลิขสิทธิ์สิทธิ์ขาดทั้งหมดของห้องเสื้อ 'L’Aura' ที่พวกคุณดิ้นรนแทบตายแต่ก็ไม่มีวันซื้อได้"
คินน์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ ร่างสูงสง่าในชุดสูททําด้วยมือเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ระคนความเจ็บปวดที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน เขากวาดสายตามองภรรยาเก่า—ผู้หญิงที่เขาเคยเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไม่มีพิษภัย แต่ในวันนี้ เธอกลับยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจที่กุมชะตากรรมของเขาไว้ในมือ
"คุณเปลี่ยนไป..." คินน์พึมพำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีชาโคลที่ตัดเย็บอย่างประณีต มันขับเน้นความสง่างามและความเด็ดเดี่ยวในตัวเธอจนแทบละสายตาไม่ได้ "คุณไม่ใช่เรย์รินคนเดิม..."
"แน่นอนค่ะ" เรย์รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันช่างไพเราะและบาดลึก "คนโง่ที่ยอมนั่งรอคุณสามสามีใจร้ายกลับบ้านตอนตีสาม... ตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วค่ะ ตอนที่คุณเซ็นชื่อลงในเอกสารหย่าโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ"
ประโยคนั้นกระแทกเข้ากลางใจของคินน์อย่างจัง ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาจำได้ดีถึงวันนั้น วันที่เขาไล่เธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี เพื่อแลกกับการขึ้นไปนั่งบนจุดสูงสุดของอำนาจ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทิ้งไป คือเพชรแท้เม็ดงามที่สุดในชีวิต
"ผม... ผมขอโทษ..." คินน์เอ่ยเสียงแผ่วเบา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซีอีโอผู้เย่อหยิ่งยอมก้มหัวให้กับความพ่ายแพ้ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ผมไม่..."
"เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะค่ะ มันไม่มีค่าพอที่จะแลกกับหยดน้ำตาของฉันในอดีตหรอกนะคะ" เรย์รินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคู่คมจ้องมองเขาด้วยความสมเพชเวทนา "วันนี้ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อฟังคำสารภาพบาป แต่ฉันมาเพื่อทวงคืน... ทุกสิ่งที่ตระกูลของคุณเคยเหยียบย่ำมันลงกับพื้น"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ตัดกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคินน์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ ความรู้สึกโหยหาและสำนึกผิดตีรวนกับความอับอายจนแยกไม่ออก แต่ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อnเอ่ยวาจาใดเพื่อรั้งเธอไว้ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยเลขานุการส่วนตัว
"ท่านประธานคะ... ขอประทานโทษด้วยค่ะ พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญ... เอ, คือเด็กผู้ชายคนนี้..."
เสียงของเลขานุการขาดหายไปเมื่อร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นและรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่น วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องทำงานหรูหราอย่างไม่เกรงกลัวใคร เด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบเศษ ใบหน้านวลเนียนจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากคินน์ราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่รอยยิ้มซุกซนและมุมปากที่ยกขึ้นข้างหนึ่งนั้น ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเรย์รินเสียเหลือเกิน
เด็กน้อยวิ่งเตาะแตะตรงมาหยุดอยู่หน้าเรย์ริน ก่อนจะดึงชายกางเกงสูทของเธอเบาๆ แล้วแหงนหน้าขึ้นส่งเสียงใสแจ๋ว
"มัมมี่ฮะ... น้องคีย์ซี่หิวน้ำจังเลย ทำไมคุยกับลุงคนนี้นานจังล่ะฮะ?"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของคินน์ก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองของเขาขาวโพลน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อก้มลงมองเด็กชายตรงหน้า—เด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับส่องกระจก และเรียกผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ารักว่า "มัมมี่"
เรย์รินไม่ได้ตกใจ เธอย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีสามีที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"แนะนำให้รู้จักนะคะคุณคินน์..." เรย์รินกระซิบเสียงหวานหยดผ่านความเงียบงัน "นี่คือ 'พยานรัก' ที่คุณไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง... และเขาคือเหตุผลทั้งหมด ที่ฉันกลับมาทวงทุกอย่างคืนในวันนี้ค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับบทนี้ด้วยกันนะคะ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในเกมเอาคืนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงได้เลยค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 5
ในห้องทำงานที่เงียบงัน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!