เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนความหงุดหงิดที่คินน์พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากซีอีโอผู้ไร้ที่ติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศราวกับสนามรบขนาดย่อม เรย์รินไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นแรกที่กระจายอยู่แทบเท้า เธอยังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้เคยเป็นเจ้า1ชีวิตของเธอด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่บางเบาราวกับไอหมอก
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เรย์ริน"
เสียงทุ้มต่ำของคินน์ลอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง ดวงตาคมกราบกรานจ้องมองอดีตภรรยาที่ในอดีตเคยยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสตรีผู้เยือกเย็นและพร้อมจะแ(ผ)ดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"เกมหรือคะ?" เรย์รินทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลจนน่ากลัว "ดิฉันจำได้ว่าคนที่เริ่มกระดานนี้ไม่ใช่ดิฉัน แต่เป็นคุณ... คุณคินน์ ผู้บริหารหนุ่มผู้ปราดเปรื่องผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร ยกเว้นก็แต่..." เธอลากเสียงยาวอย่างจงใจ "ความจริงที่ว่า ผลงานชิ้นเอกที่คุณเอาหน้าไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มันมาจากมันสมองของคนที่คุณเพิ่งเหยียบย่ำเมื่อครู่นี้ต่างหากค่ะ"
คินน์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ทว่าไม่มีความเสน่หาหลงเหลืออยู่ในระยะประชิดนี้ มีเพียงสงครามประสาทที่คุกรุ่นด้วยเพลิงแค้น
"อย่ามาอวดดีให้มากนักนะเรย์ริน!" คินน์กดเสียงต่ำ มือใหญ่ทุบลงบนโต๊ะเบาๆ เพื่อข่มขวัญ "คุณคิดว่าการกลับมาในฐานะหัวหน้าทีมดีไซน์อิสระแล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าอย่างนั้นหรือ? อย่าลืมสิว่าสัญญาระหว่างบริษัทของคุณกับอาณาจักรแฟชั่นของผม มันแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งการอนุมัติจากผมเพียงคนเดียว ถ้าผมบอกว่าผลงานของคุณ 'ตกมาตรฐาน' แม้แต่นิดเดียว ดีไซน์เนอร์โนเนมอย่างคุณก็จะไม่มีวันผุดไม่มีวันเกิดในวงการนี้อีกต่อไป... จำใส่สมองเอาไว้ด้วย!"
คำขู่ที่เต็มไปด้วยอำนาจและอภิสิทธิ์ชนพรั่งพรูออกมาเพื่อบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือ คินน์จ้องมองเธอด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นรอยแตกสลาย ความหวาดกลัว หรือคราบน้ำตาแบบที่เขาเคยเห็นในอดีตยามที่เธออ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา
ทว่า... สิ่งที่เขากลับได้รับ มีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ
เรย์รินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง เธอยกมือขึ้นทัดผมปอยที่หลุดร่วงลงมาข้างแก้มอย่างใจ1เย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราศมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"กดดันด้วยตำแหน่งงั้นหรือคะ? ขู่ว่าจะตัดงบ? หรือจะใช้สิทธิ์ความเป็นซีอีโอไล่ดิฉันออกจากการแข่งขัน?" เรย์รินแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก "คุณช่างตื้นเขินเสียจริงค่ะคินน์ คุณคิดจริงๆ หรือว่าคนที่สูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งหัวใจตัวเองไปแล้ว จะยังหวาดกลัวกับเก้าอี้เน่าๆ หรือตำแหน่งงานกระจอกๆ ในบริษัทที่คุณบริหารด้วยเงินกู้ยืมจากตระกูลภรรยาเก่าคนนี้?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของคินน์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานกลางวงล้อมความเงียบ ทำให้แอร์ในห้องทำงานเย็นเฉียบราศแช่แข็ง
"เรย์ริน!"
"เชิญค่ะ... เชิญฉีกสัญญาฉบับนั้นทิ้งต่อหน้าดิฉันตอนนี้เลยสิคะ" เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วเรามาดูกันว่า ถ้าข่าวฉาวเรื่องที่คุณขโมยดีไซน์ของภรรยาเก่าไปจดลิขสิทธิ์เป็นของตัวเองถูกปล่อยออกสู่สำนักข่าวแฟชั่นระดับโลก หุ้นของบริษัทที่คุณรักนักรักหนาจะร่วงลงไปกองที่ก้นเหวใช้เวลาสักกี่นาที?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันที คินน์ชะงักค้าง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เรย์รินคนเดิม... คนเดิมที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในคืนที่เขาบอกเลิก เธอกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเจ็บปวด และเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง
สายตาของคินน์อ่อนลงชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนเจ็บปวดลึกๆ ในอก เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเงาของเขาอยู่ข้างในอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและความเกลียดชังที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้รอยยิ้มอันงดงาม
"เรย์... ทำไมเราถึงต้องมาถึงจุดนี้" คินน์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความร้าวรานที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอนานๆ "คุณก็รู้ว่าฉัน... ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น..."
"เหตุผลของความโลภและทะเยอทะยานน่ะหรือคะ?" เรย์รินตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอเย็นชาไร้เยื่อใย "เก็บคำแก้ตัวพวกนั้นไว้บอกตัวเองในยามที่คุณต้องสูญเสียทุกอย่างไปจริงๆ เถอะค่ะ เพราะสำหรับฉัน... ความรักที่คุณพูดถึง มันตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและโยนมันใส่หน้าดิฉันแล้วค่ะ"
เธอผถายหลังกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างสง่างาม สะบัดมือไล่ราวกับเขาเป็นเพียงแขกไม่ได้รับเชิญที่น่ารำคาญ
"หมดธุระแล้วเชิญออกไปค่ะ ดิฉันต้องเคลียร์แบบร่างคอลเลกชันใหม่... คอลเลกชันที่จะมาตบหน้าซีอีโอผู้ไร้ความสามารถอย่างคุณในงานแฟชั่นวีคเดือนหน้า"
คินน์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาอยากจะทุบทำลายข้าวของตรงหน้าให้แหลกสลายเพื่อระบายความอัดอั้น แต่ทว่า เขากลับทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังบางที่หันให้ด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ราบคาบ ร่างสูงหมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องพร้อมกับแรงกระแทกของประตูที่ปิดลงอย่างรุนแรง
ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง เรย์รินถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะสั่นเทาเล็กน้อย ความเข้มแข็งที่เธอแสดงออกไปเมื่อครู่ล้วนแลกมาด้วยหยาดน้ำตาในอดีตที่เธอต้องกลืนมันลงคอไปนับครั้งไม่ถ้วน
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้พักผ่อนหย่อนใจจากสงครามประสาทเมื่อครู่ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเบาๆ สามครั้ง ตามด้วยร่างของเลขาฯ สาวหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ด้วยสีหน้าซีดเผือด
"คุณเรย์รินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาฯ สาวละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คือ... คือมีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง... เอ่อ... เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง พยายามจะพังประตูเข้ามาหาคุณข้างนอก เขาบอกว่า... เขาบอกว่าเป็นลูกชายของคุณ... และ... และหน้าตาของเด็กคนนั้น..."
เรย์รินชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
"...หน้าตาถอดแบบมาจากคุณคินน์ราวกับแกะเลยค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับบทนี้ด้วยกันนะคะ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในเกมเอาคืนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงได้เลยค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 6
กฎเหล็กของความพ่ายแพ้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!