“ฝ่าบาทเพคะ... ดึกดื่นป่านนี้ พระองค์ยังไม่วางใจในตัวหม่อมฉันอีกหรือ?”
สุ้มเสียงของไป๋หลินราบเรียบดั่งผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทว่าแววตาที่ช้อนมองจักรพรรดิหานจิ้นกลับวาวโรจน์ไปด้วยหยาดน้ำใสราวกับจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ เธอขยับกายถอยหลังเพียงเล็กน้อยจนแผ่นหลังบอบบางปะทะเข้ากับผนังไม้แกะสลักในห้องบรรทมส่วนพระองค์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวที่คล้ายดอกเหมยในฤดูหนาวอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษผู้ครองแผ่นดินให้พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม
หานจิ้นก้าวประชิด ข้อมือหนาคว้าเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือดี แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นรัวสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน
“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่มีหัวใจ ไป๋หลิน” เสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิแหบพร่า “แต่ทำไมทุกครั้งที่ข้าสัมผัสเจ้า... ร่างกายเจ้าถึงได้สั่นสะท้านราวกับกลัวข้าเช่นนี้ หรือจริงๆ แล้วเจ้าแค่กำลังหลอกล่อให้ข้ากลายเป็นคนโง่เง่าที่หลงทางอยู่ในกรงขังที่เจ้าสร้างขึ้นเองกันแน่?”
ไป๋หลินไม่หลบสายตา มือเรียวบางเลื่อนขึ้นไปแตะที่แผงอกแกร่งของชายผู้เคยพิพากษาประหารชีวิตเธอในอดีตสัมผัสที่ซ่อนความแค้นลึกล้ำไว้ภายใต้ความอ่อนหวาน “หากหม่อมฉันจะล่อลวงฝ่าบาทจริง... พระองค์ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยินยอมตกลงไปในหลุมพรางนั้นด้วยความสมัครใจไม่ใช่หรือเพคะ?”
เธอเขย่งเท้าขึ้น ประทับริมฝีปากลงบนซอกคอของเขาเบาหวิวราวกับขนนก ทว่ากลับสร้างความเสียวซ่านไปถึงสันหลัง หานจิ้นคำรามในลำคออย่างลืมตัว เขาประคองใบหน้านางแล้วประกบริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่สะสมมานานนับปีเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผา
เสื้อผ้าไหมตัวนอกหลุดร่วงลงสู่พื้นพรมอย่างไม่ไยดี ไป๋หลินยอมจำนนต่อสัมผัสที่รุกเร้า ราวกับนางกำลังใช้เรือนร่างนี้เป็นอาวุธสังหารที่นุ่มนวลที่สุด ปลายนิ้วของนางจิกลงบนแผ่นหลังของเขา ยามที่ลิ้นร้อนแลกเปลี่ยนความหวานล้ำภายในโพรงปาก เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังสะท้อนก้องทั่วห้อง
หานจิ้นช้อนตัวนางขึ้นแนบอก เดินไปยังเตียงมังกรที่ปูด้วยผ้าแพรเนื้อละเอียด เขาค่อยๆ วางนางลงอย่างทะนุถนอมราวกับนางคือสมบัติล้ำค่าที่เขาเคยทำลายทิ้งไปครั้งหนึ่งแล้ว ความรู้สึกผิดแผ่ซ่านในอก แต่ความลุ่มหลงกลับครอบงำเหนือเหตุผลใดๆ เขาถอดถอนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องที่ประดับด้วยรอยรักสีกุหลาบที่เขาเป็นคนฝากไว้
“มองข้า...” เขาบัญชา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนที่น่าสมเพช “มองดูว่าข้ากำลังทรมานเพียงใด... ทุกครั้งที่ข้าไร้ซึ่งเจ้า”
ไป๋หลินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีไปถึงดวงตา “ฝ่าบาท... คนเรามักจะเพิ่งรู้คุณค่าของสิ่งที่ทำหายไป เมื่อสิ่งนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วไม่ใช่หรือเพคะ”
นางดึงรั้งร่างหนาลงมา ก่อนจะขยับกายรับสัมผัสสอดประสานที่หนักหน่วงและเร่าร้อน หานจิ้นขยับเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ดิบ ความเจ็บปวดในอดีตของไป๋หลินถูกเปลี่ยนเป็นความสะใจที่นางเห็นเขาสูญเสียการควบคุมท่ามกลางกองกามราคะนี้ ร่างกายของนางบิดเร้าไปตามแรงสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อและเสียงครวญครางคือกลลวงที่นางถักทอขึ้นเพื่อให้เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งตัณหาจนถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง หานจิ้นซบหน้าลงกับลาดไหล่มน ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่ ในขณะที่ไป๋หลินลืมตามองเพดานด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
“ฝ่าบาทเพคะ...” ไป๋หลินกระซิบเบาๆ “หม่อมฉันมีเรื่องจะสารภาพ... เรื่องที่หม่อมฉันเก็บงำไว้ในใจมาตลอดตั้งแต่วันที่หม่อมฉันก้าวเข้ามาที่นี่”
หานจิ้นผละออกมองใบหน้านางอย่างตั้งใจ “เรื่องอะไร? บอกข้ามาเถิด ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าจะประทานให้ทั้งหมด”
ไป๋หลินยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวชี้ไปที่กล่องไม้ใบเก่าที่วางแอบอยู่หลังฉากกั้นห้อง ซึ่งเธอนำมาไว้ที่นี่ด้วยความตั้งใจ “เปิดมันดูสิเพคะ... แล้วพระองค์จะรู้ว่าเหตุใดหม่อมฉันถึงได้เย็นชากับพระองค์นัก”
หานจิ้นลุกขึ้นเดินไปที่กล่องไม้ด้วยความสงสัยระคนกังวล มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรืออาวุธ แต่เป็นชุดเสื้อผ้าเด็กที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และบันทึกประจำวันเล่มหนึ่งที่มีลายมือของเขาเองประทับตราอนุญาตให้ประหารนางกำนัลคนหนึ่งที่ 'ตั้งครรภ์โดยมิชอบ'
เขานิ่งอึ้ง หัวใจเหมือนถูกบีบจนแตกสลายเมื่อเห็นสิ่งของเหล่านั้น ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ใต้เสื้อผ้าเด็ก มันคือหลักฐานการสืบเชื้อสายที่ระบุชัดเจนว่าเด็กที่เขาเคยสั่งฆ่าในวันนั้น... คือเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของเขาและนาง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของนางกำนัลผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูพร้อมกับประโยคที่ทำให้หานจิ้นต้องตัวแข็งทื่อ “ฝ่าบาทเพคะ! เด็กน้อยที่พระองค์ทรงมีพระบัญชาให้ตามหา... บัดนี้ท่านแม่ทัพพากลับมาที่วังหลวงแล้วเพคะ!”
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กชายวัยห้าขวบที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากจักรพรรดิหานจิ้นอย่างไร้ที่ติ ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 6
คำสารภาพที่ไม่มีเสียง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!