"ฝ่าบาททรงโปรดหยุดการกระทำอันน่าสมเพชนี้เถอะเพคะ"
สุ้มเสียงของไป๋หลินราบเรียบทว่าบาดลึก ดั่งเศษแก้วที่ถูกโปรยลงบนผืนผ้าแพรต่วนราคาแพง ภายในตำหนักชั้นในที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกำยานราตรี ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดิน
จักรพรรดิหานจิ้นทรงหอบหายใจหนักหน่วง พระเนตรคมกราบาดลึกจ้องมองแผ่นหลังนวลเนียนที่ปราศจากอาภรณ์ปกปิดของนาง รอยแผลเป็นสีเงินยาวเป็นทางพาดผ่านผิวเนียนละเอียด—ร่องรอยแห่งความทารุณที่พระองค์เองเป็นผู้ประทับมันไว้ด้วยคมดาบแห่งความไร้ปรานีเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายในอดีต หากแต่เป็นโซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณของโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ให้จมดิ่งลงสู่ขุมนรกแห่งความสำนึกผิด
"ไป๋หลิน... เจ้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นอีกแล้ว" หานจิ้นตรัสด้วยพระสุ้มเสียงที่สั่นเครือ พระHateและสำนึกผิดตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก พระองค์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปราวกับภาพมายา มือหนาที่เคยสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วนสั่นเทาขณะเอื้อมไปหมายจะสัมผัสรอยแผลเป็นนั้น
"อย่าแตะต้องหม่อมฉันด้วยมือคู่นั้น"
ไป๋หลินสะบัดตัวหลบอย่างไม่ใยดี นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยไร้ซึ่งประกายความหวาดกลัว มีเพียงความว่างเปล่าเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งหัวใจของบุรุษตรงหน้าให้แหลกสลาย
"เจ้าเกลียดข้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ..." หานจิ้นแค่นหัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง พระองค์ทรงคุกเข่าลงเบื้องหน้าสตรีที่ตนเคยเหยียบยยี่ศักดิ์ศรี ยอมลดทอนเกียรติภูมิแห่งโอรสสวรรค์ลงราบคาบ "ข้าทำลายทุกสิ่งของเจ้า... ข้าพรากครอบครัว พรากศักดิ์ศรี และเกือบพรากชีวิตเจ้าไป ทว่าสิ่งที่ทรมานข้าที่สุดในยามนี้ คือการที่ข้าไม่สามารถเรียกหัวใจของเจ้ากลับคืนมาได้เลย"
"ฝ่าบาททรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ" ไป๋หลินโน้มตัวลงกระซิบชิดพระthe ear ของผู้เป็นสไตรด์ ร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นพระศอทำให้หานจิ้นสะท้านเฮือก "หม่อมฉันไม่ได้เกลียดพระองค์... ความเกลียดชังมันเป็นอารมณ์ของผู้ที่มีหัวใจ แต่สำหรับฝ่าบาท... หม่อมฉันมีเพียงความว่างเปล่า และความปรารถนาเดียวในยามนี้ คือการได้เห็นพระองค์ทรมานจนกว่าจะสิ้นลมหายใจต่างหากเพคะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจจักรพรรดิหนุ่ม หานจิ้นมิได้โกรธเกรี้ยว ตรงกันข้าม ความเจ็บปวดร้าวรานกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น พระองค์พุ่งเข้าคว้าเอวคอดกิ่วของนางเข้ามารัดแน่นในอ้อมพระกร ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการโหยหาที่ผสมปนเปกันจนแทบขาดใจ
ไป๋หลินผ่าวร้อนขึ้นวูบหนึ่ง นางมิได้ขัดขืน ปล่อยให้พระองค์ตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากของนางตามอำเภอใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาสำรวจความชื้นฉ่ำภายใน กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นสุราจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องบรรทมร้อนระอุขึ้นเป็นทวีคูณ มือเรียวบางของนางเลื่อนขึ้นโอบรอบลำพระศอแกร่ง ก่อนจะแกล้งจิกเล็บลงบนผิวเนื้อจนเกิดรอยแดงเพื่อระบายความคับแค้นที่สุมอก
หานจิ้นคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจปนทรมาน พระองค์อุ้มร่างระหงขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมให้ริมฝีปากผละออกจากกันแม้แต่น้อย ก้าวตรงไปยังแท่นบรรทมมังกรอย่างมั่น The heavy canopy ปิดทิ้งโลกภายนอกไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงไฟปรารถนาที่แผดเผาทั้งสองให้หลอมละลายรวมกัน
อาภรณ์ทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางแสงเทียนที่ไหววูบ ผิวเนื้อขาวเนียนตัดกับอาภรณ์สีเข้มที่กองอยู่บนพื้น บัดนี้ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้สิ่งกีดขวาง ไป๋หลินหอบสะท้านยามที่ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและระมัดระวังราวกับนางคือแก้วตาดวงใจ ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความโหยหาที่ไม่อาจอดกลั้น
"หลินเอ๋อร์... เจ้าคือไฟที่แผดเผาข้า" หานจิ้นกระซิบชิดซอกคอขาวผ่อง ริมฝีปากร้อนผ่าวพรหมจูบไล่ตั้งแต่ลาดไหล่เนียนลงมาถึงรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการใช้ความอบอุ่นจากร่างกายไถ่บาปให้กับความเจ็บปวดที่เคยกระทำ
"ถ้าเช่นนั้น... ก็จดจำความเจ็บปวดนี้ไว้ให้ดีเพคะ"
ไป๋หลินเอ่ยเสียงพร่า ยามที่ร่างกายของทั้งสองประสานเข้าหากัน ความรู้สึกวาบหวามและเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความรัญจวนใจที่ขับเคลื่อนด้วยแรงแค้นและเสน่หาทำให้บทรักครั้งนี้ทั้งดุดันและลึกซึ้งเกินกว่าจะต้านทาน เสียงครางต่ำของบุรุษเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจขาดห้วงของสตรีใต้ร่าง หยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายและไรผมของนาง ราวกับสายฝนที่โปรยปรายลงบนผืนป่าที่กำลังลุกไหม้ ท่ามกลางบทเพลงแห่งความสุขสมที่ยาวนานและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์สงบลง...
หานจิ้นนอนหอบหายใจอยู่เคียงข้างร่างบาง พระองค์ทอดพระเนตรมองไป๋หลินที่หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ทว่ามุมปากของนางกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่ทำให้พระองค์รู้สึกหนสันหลังวาบ
ในขณะที่จักรพรรดิหนุ่มกำลังจะดึงนางเข้ามากอดแนบกาย สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากซอกหมอนของไป๋หลินที่กระเด็นตกพื้นระหว่างบทรักอันดุเดือด
มันคือจดหมายลับจากชายแดนเหนือ... และลายมือที่ปรากฏบนนั้น ทำให้พระเนตรของโอรสสวรรค์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 5
รอยประทับบนแผ่นหลัง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!