กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในห่อผ้ากำมะหยี่สีเลือดนกนั้น ไม่ได้ทำให้ไป๋หลินสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางปรายตามองหานจิ้นที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันในห้องทรงอักษรยามค่ำคืนราวกับจะกรีดแทงลงบนผิวเนื้อ
“ฝ่าบาท... นี่คือของขวัญที่หม่อมฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้พระองค์” ไป๋หลินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ นางคลี่ผ้าออกเผยให้เห็น ‘ตราประทับลัญจกรปลอม’ และ ‘บัญชีรายชื่อขุนนาง’ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบเลือดสดๆ ของหัวหน้าองครักษ์ผู้ทรยศที่เพิ่งถูกจัดการไปเมื่อครู่
หานจิ้นก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยอำนาจยามนี้กลับซีดเผือด สายตาที่เขามองนางไม่ใช่ความรักใคร่ แต่เป็นความพรั่นพรึงที่ปนเปไปกับความหลงใหลอย่างประหลาด เขาเห็นเพียงความเหี้ยมหาญในแววตาของสตรีที่เขาเคยสั่งให้ ‘ตาย’ ไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
“เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่ ไป๋หลิน” เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่า หานจิ้นพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงความปั่นป่วนในใจที่เขาสั่งให้หยุดไม่ได้ “เหตุใดจึงต้องเลือกวิธีที่เลือดเย็นเช่นนี้? เจ้าต้องการให้ข้าพังพินาศไปพร้อมกับบัลลังก์นี้เลยหรืออย่างไร!”
ไป๋หลินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน กลิ่นกายหอมเย็นของนางยั่วยวนจนหานจิ้นสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับคนจมน้ำที่พยายามคว้าอากาศเฮือกสุดท้าย
“บัลลังก์ของฝ่าบาทเปื้อนเลือดมานานเท่าไหร่แล้วเพคะ? การกวาดล้างครั้งนี้... ไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการชำระล้าง” มือเรียวบางลูบไล้ไปตามแผงอกของเขาผ่านเนื้อผ้าชั้นดี “หรือพระองค์กลัว? กลัวว่าหากขุนนางฉ้อฉลพวกนี้ตายหมด พระองค์จะเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีใครให้เหยียบย่ำอีกต่อไป”
หานจิ้นคำรามในลำคอ เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันสนิท ปากหนาประกบจูบลงมาอย่างดุดัน ไร้ความอ่อนโยน มีเพียงความโหยหาที่แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรง เขาขบเม้มริมฝีปากของนางจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
นิ้วมือแกร่งกระชากอาภรณ์ของไป๋หลินอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในอดีตมอดไหม้ไปกับความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ร่างกายของไป๋หลินอ่อนระทวยภายใต้สัมผัสที่เร่าร้อน แต่นางไม่ยอมแพ้ มือเรียวเล็กจิกเข้าที่ไหล่กว้างของจักรพรรดิ เล็บคมครูดไปตามผิวเนื้อเป็นการตอบโต้ การสอดประสานดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยไออารมณ์แห่งการแก้แค้น
เขากดร่างของนางลงบนโต๊ะทรงอักษรที่เต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของทั้งสองเสียดสีกันจนเกิดความร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์ หานจิ้นกระแทกกระทั้นกายเข้าหานางด้วยจังหวะที่ดุดันและเชื่องช้าในคราเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาสอดประสาน มันคือการประกาศกร้าวถึงความต้องการจะครอบครองจิตวิญญาณของนางอีกครั้ง
“บอกข้า... ว่าเจ้ายังเป็นของข้า” เขาคำรามชิดใบหู
ไป๋หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาดุจน้ำแข็งสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งเดิม “หม่อมฉันเป็นของความตาย... และพระองค์เองก็กำลังจะตายไปพร้อมกับอำนาจที่เหลืออยู่”
ในจังหวะที่อารมณ์พุ่งถึงขีดสุด หานจิ้นโน้มตัวลงมาประทับจูบปิดริมฝีปากของนางอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างหอบหายใจรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้านเป็นจังหวะเดียวกับที่ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วห้องทรงอักษรที่มืดมิด
หลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไป หานจิ้นในสภาพที่อาภรณ์หลุดลุ่ยทรุดตัวลงนั่งข้างนาง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าบนโต๊ะ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่ร่วงออกมาจากห่อผ้าที่เปื้อนเลือด... จดหมายนั้นมีตราประทับลับที่เขารู้จักดี และข้อความด้านในที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดกึก
ดวงตาของหานจิ้นเบิกกว้างเมื่ออ่านจบ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังแต่งกายอย่างใจเย็น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่มันหมายความว่าอย่างไร ไป๋หลิน... เด็กคนนี้... ลูกของข้ากับเจ้า... ยังมีชีวิตอยู่?”
ไป๋หลินหยุดชะงัก สายตานางแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้และร่วมเป็นพยานในโชคชะตาที่กำลังจะพลิกผันนะคะ มิคายามวิกาล
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 16
มรสุมวังหลัง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!