นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 11

พายุเริ่มก่อตัว

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานกฤษณาแทรกซึมอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศภายในกลับหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋หลินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษร ร่างระหงภายใต้ชุดนางกำนัลชั้นสูงสีเขียวเข้มตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังฝนแท่งหมึกช้าๆ จังหวะนั้นสม่ำเสมอและเยือกเย็น ราวกับหัวใจของนางในยามนี้ที่ไร้ซึ่งคลื่นลม เบื้องบนตั่งมังกร จักรพรรดิหานจิ้นมิได้สนใจฎีกาที่กองสูงเป็นภูเขา พระเนตรคมกริบดั่งพญาราชสีห์จดจ้องร่างบางนั้นไม่วางตา ความเงียบงันระหว่างทั้งคู่ยืดเยื้อราวกับคมมีดที่ค่อยๆ กรีดลึกลงบนผิวเนื้อ ความบิดเบี้ยวในความสัมพันธ์ของพวกเขามันเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับบ่าว หรือแม้แต่ผู้เคยผูกพันในอดีต "เจ้ายังคงฝากฝังความแค้นไว้ในทุกย่างก้าวที่เดินเข้าหาเราสินะ... ไป๋หลิน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบลงอย่างสิ้นเชิง หานจิ้นลุกขึ้นจากแท่นประทับ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของโอรสสวรรค์หนักแน่นและทรงอำนาจ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความร้าวราญที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย่อหยิ่ง ไป๋หลินหยุดมือที่กำลังฝนหมึก เงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัวอย่างที่นางควรจะเป็น มุมปากอิ่มยกยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจคนมองให้เจ็บปวดเจียนตาย "หม่อมฉันเป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย จะกล้ามีความแค้นเคืองต่อฝ่าบาทผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไรเพคะ... เพียงแต่ทุกสิ่งที่หม่อมฉันทำ ย่อมเป็นไปเพื่อหน้าที่และความเหมาะสม" "หน้าที่งั้นรึ!" หานจิ้นคำรามในลำคอ มือหนาคว้าเข้าที่ปลายคางของนางอย่างแรง บังคับให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากพระองค์ แรงบีบไม่ได้มากจนถึงขั้นทำร้าย แต่เพียงพอให้รับรู้ถึงความคลุ้มคลั่งที่กำลังกัดกินวิญญาณของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ "เจ้าใช้ร่างกายนี้เข้าหาขุนนางชั่วเพื่อสืบข่าว เจ้าเอาตัวเข้าแลกกับความปลอดภัยของตัวเอง... เจ้าทำเพื่อบัลลังก์นี้ หรือทำเพื่อยั่วโมโหเรากันแน่!" "ฝ่าบาททรงคิดว่าหม่อมฉันมีค่าพอที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อยั่วยุพระองค์เชียวหรือเพคะ?" ไป๋หลินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด "ในเมื่อพระองค์เป็นผู้ผลักไสหม่อมฉันลงสู่ขุมนรกแห่งความเย็นชาเอง เหตุใดตอนนี้จึงทำราวกับว่า... ทรงหวงแหนของเล่นชิ้นนี้ขึ้นมาเล่าเพคะ" คำพูดนั้นเฉียบคมดั่งกริบน้ำแข็ง กรSNทsะแทกใจหานจิ้นจนพระองค์สะท้านเฮือก ความสำนึกผิดที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานระเบิดออกในเสี้ยววินาที พระองค์ไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว พระองค์ต้องการเพียงแค่ไออุ่นจากสตรีผู้ที่พระองค์เคยสั่งเนรเทศและเกือบเอาชีวิตด้วยน้ำมือตนเอง ดวงตาของหานจิ้นแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวน พระองค์ไม่รอช้าที่จะกระชากร่างบางเข้าสู่อ้อมกว้าง แรงปะทะทำให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของไป๋หลินโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกสะกดไว้เนิ่นนาน ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความโหยหาอันบ้าคลั่ง ไป๋หลินสะท้านเฮือก แต่นางมิได้ขัดขืน ปล่อยให้พระองค์ตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากที่เผยอรับอย่างจำยอม รสจูบที่เปลี่ยนจากความรุนแรงกลายเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามแผ่นหลังบอบบาง ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าเนื้อดีจนร่างระหงสั่นสะท้าน ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น เสียงครางต่ำในลำคอของหานจิ้นสะท้อนก้องความกระหายใคร่ ร่างของไป๋หลินถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องทรงอักษร ความเย็นเยียบของไม้แกะสลักตัดกับความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของจักรพรรดิที่สอดลูบไล้เข้าไปใต้ร่มผ้า เนื้อกายเนียนนุ่มราวน้ำนมสั่นระริกภายใต้การสัมผัสที่ทั้งดุดันและทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน หานจิ้นซุกพระพักตร์ลงกับซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อประทับตราความเป็นเจ้าของ ขณะที่มืออีกข้างปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างเร่งร้อน ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว รสชาติของความเจ็บปวดในอดีต และเพลิงสวาทที่ถูกจุดขึ้นอย่างไร้เหตุผล ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่านี่คือการลงทัณฑ์หรือการไถ่บาป ไป๋หลินแอ่นกายรับสัมผัสเร่าร้อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นัยน์ตาคมกวาดมองพระพักตร์ของชายผู้เป็นทั้งสามีและศัตรูที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยความสุขสม พระองค์มอบทั้งกายและใจให้แก่สตรีที่ตนเคยเหยียบย่ำอย่างน่าสมเพช เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันเบาๆท่ามกลางความเงียบงันของยามวิกาล หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของทั้งคู่ ความเปียกชื้นและความอบอุ่นหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางบทเพลงแห่งความใคร่ที่บรรเลงไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินเงียบๆ จากหางตาของไป๋หลิน—น้ำตาแห่งความแค้นที่แม้แต่ไฟสวาทก็ไม่อาจเผาให้มอดไหม้ลงได้ เมื่อพายุอารมณ์สงบลง หานจิ้นนอนทอดพระเนตรใบหน้าของสตรีในอ้อมกอดที่กำลังหลับตาลงอย่างอ่อนล้า พระองค์เอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากของนางด้วยความทะนุถนอมอย่างยิ่งยวด ทว่าในวินาทีที่พระองค์กำลังจะก้มลงจูบหน้าผากนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะรัวและน้ำเสียงตื่นตระหนกของขันทีคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาโดยไม่รออนุญาต "ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชปุจฉาเร่งด่วนจากแดนเหนือ และ... และสายสืบรายงานว่าพบเด็กชายผู้หนึ่งที่มีหน้าตาราวกับถอดแบบมาจากพระองค์เป๊ะๆ กำลังเดินทางมากับคาราวานพ่อค้าลับ!" หานจิ้นชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะกอน ขณะที่ไป๋หลินที่ควรจะหลับใหล กลับลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นราวน้ำแข็ง... ดั่งพายุที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นคำรามขึ้นแล้ว -------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%