นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 12

กับดักลวงตา

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายจางๆ ของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินยังคงลอยวนอยู่บนโต๊ะทรงอักษร ทว่าบรรยากาศรอบกายในตำหนักในกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก หานจิ้นชะงักกึก ดวงตาคมกราบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะกอน ขณะที่ไป๋หลินซึ่งควรจะหลับใหลไร้สติ กลับค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นและว่างเปล่า ดั่งน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตที่กล้าเข้าใกล้ "ฝ่าบาททรงตกพระทัยอันใดหรือเพคะ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรرดพรึงอย่างที่สตรีทั่วไปควรมีเมื่ออยู่เบื้องพระพักตร์โอรสสวรรค์ หานจิ้นรู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ภาพของสตรีในอดีตผู้เคยยอมก้มหัวแทบเท้าและร้องขอความเมตตาซ้อนทับขึ้นมา แต่มันถูกบดขยี้ด้วยแววตาคู่เดียวกันนี้... แววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและความแค้นฝังหุ่นที่เขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมากับมือ "เจ้า... เจ้าไม่ได้หมดสติไปหรอกหรือ?" หานจิ้นเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานพลุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก ลมหายใจของเขาติดขัดยามที่สบมองดวงพักตร์งดงามล่มเมืองที่บัดนี้ไร้ซึ่งไออุ่นแห่งความรัก ไป๋หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์แพรไหมสีเพลิงที่สวมใส่อยู่ขับเน้นให้ผิวเนื้อกายขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่น นางก้าวเข้ามาใกล้พระองค์ทีละก้าว เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับภูตผีที่ลอยมาจากขุมนรก ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไหวคือการบีบคั้นหัวใจของมหาราชผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินให้แหลกสลาย "หม่อมฉันจะมีสติหรือไร้สติ... ก็ล้วนอยู่ในกำมือของฝ่าบาทไม่ใช่หรือเพคะ" ไป๋หลินหยุดยืนเบื้องหน้าพระองค์ ระยะห่างระหว่างกันเพียงลมหายใจกั้น นางเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวแตะลงบนปกฉลองพระองค์ของหานจิ้นอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก ทว่ากลับทำให้กษัตริย์หนุ่มสะท้านไปทั้งร่าง "แต่ฝ่าบาทต่างหาก... ที่กำลังสูญเสียการควบคุม" หานจิ้นคว้าข้อมือนางไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ผิวเนื้อบอบบางขึ้นรอยแดง แต่ไป๋หลินหาได้แสดงอาการเจ็บปวดไม่ นางเพียงแต่แย้มสรسวลหยัน หยาดหยดความเย้ายوانที่เคลือบยาพิษถูกปล่อยออกมาเพื่อแผดเผาจิตใจเขาให้มอดไหม้ "เจ้าต้องการอะไรกันแน่ ไป๋หลิน! เจ้าทำลายทุกอย่าง... เจ้าสร้างความร้าวฉานขึ้นในราชสำนัก ขุนนางแตกแยก สนมเอกในวังหลวงต่างหวาดผวา เจ้าใช้เล่ห์กลอันใดปั่นหัวพวกเขากัน!" หานจิ้นคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า "หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรเลยเพคะ... หม่อมฉันก็แค่ 'ทำในสิ่งที่ฝ่าบาทเคยทรงทำกับหม่อมฉันในอดีต' ก็เท่านั้นเอง" คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของหานจิ้นราวกับมีดคมกริบ ความทรงจำอันโหดร้ายในวันที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนาง ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดและความปรารถนาอันบ้าคลั่งตีรวนกันจนแยกไม่ออก ร่างกายของเขาร้อนรุ่มดั่งถูกไฟแผดเผา ยามที่กลิ่นกายหอมหวานประหลาดจากเรือนร่างของนางลอยเข้าจมูก หานจิ้นไม่รอช้าอีกต่อไป มือหนากระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนไป๋หลินเซถลาปะทะแผงอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย ความโกรธเกรี้ยว ความโหยหา และความรู้สึกผิดระเบิดออกมาเป็นการกระทำอันป่าเถื่อนและเร่าร้อน ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากอิ่มสีชาดด้วยความหิวกระหาย ไป๋หลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเผยอยิ้มหยันในความมืด นางไม่ขัดขืน ปล่อยให้เขาตักตวงความหวานล้ำจากเรียวปากที่เคยปฏิเสธพระองค์ มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง พลิกเกมจากผู้ถูกกระทำกลายเป็นผู้ชี้นำความเร่าร้อนด้วยความช่ำชองที่จงใจแผדเผาให้เขาคลุ้มคลั่ง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวพัน ไล้เล็มความหวานที่นางจงใจมอบให้เพื่อล่อลวง รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามทำเอาสติของหานจิ้นหลุดลอย เสียงครางต่ำในลำคอของมหาราชผู้เย่อหยิ่งดังขึ้นด้วยความลุ่มหลง มือใหญ่กอบกุมสะโพกมนแล้วยกขึ้นอุ้มร่างบางให้นั่งทับลงบนตักแกร่งโดยไม่สน ธรรมเนียมพิธีใดๆ อีกต่อไป อาภรณ์แพรไหมเนื้อดีถูกกระชากด้วยเรี่ยวแรงอันดิบเถื่อนจนเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงตะเกียง เสียงผ้าขาดวิ่นประสานกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ บรรยากาศในห้องทรงอักษรเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกิเลសและตัณหาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลุมศพแห่งความตาย หานจิ้นซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ไป๋หลินแหงนเงยพระพักตร์ขึ้น ปล่อยให้เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสะใจและความสุขสมที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่อออก "ฝ่าบาท... ทรงโหยหาไออุ่นจากหม่อมฉันถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ?" นางกระซิบชิดริมพระโอษฐ์ น้ำเสียงเจือความเยาะหยันที่ยิ่งทำให้หานจิ้นขาดผึ่ง "เงียบซะ! เจ้ามันนางมารร้าย..." หานจิ้นคำรามลั่น ก่อนจะประทับรอยจูบลงไปหนักหน่วงยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและเพลิงสวาทโหมกระหน่ำซัดสาดเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายแนบชิดสนิทแนบจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียว ท่ามกลางเสียงหอบสะท้านที่ดังก้องไปทั่วตำหนักอันเงียบงัน ทว่า... ในจังหวะที่เพลิงสวาทกำลังแผดเผาถึงขีด เสียงฝีเท้ารat-a-tat ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบหน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงขันทีคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชองครักษ์พบ... พบพยานปากเอกและ 'จดหมายลับ' ที่เชื่อมโยงองค์สนมเอกกับกบฏแคว้นเว่ย ซ่อนอยู่ใต้แท่นบรรทมของพระสนมพ่ะย่ะค่ะ!" หานจิ้นชะงักกึกทันที ร่างกายที่กำลังร้อนระอุหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะกอน ขณะที่ไป๋หลินที่นอนอยู่ใต้ร่างของพระองค์ กลับแย้มสรسวลออกมาอย่างเยือกเย็น... ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของมหาราชผู้โง่เขลา ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นอันเร่าร้อนนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%