“เจ้าเป็นใคร... เหตุใดจึงมีใบหน้าเหมือนข้าเพียงนี้?”
สุรเสียงทุ้มต่ำของหานจิ้นสั่นพร่าขณะก้าวเข้าไปหาเงาร่างเล็กจ้อยที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูกั้นห้องบรรทม ไป๋หลินที่เพิ่งผละจากอ้อมกอดอันร้อนแรงของจักรพรรดิเมื่อครู่ พลันรู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งก้อนน้ำแข็งกระตุกวูบจนเจ็บร้าวไปถึงทรวงอก
นางรีบคว้าผ้าแพรเนื้อดีมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าครึ่งท่อนด้วยอาการลุกลี้ลุกลน ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาในเสี้ยววินาที นางก้าวข้ามผ่านร่างสูงใหญ่ของจักรพรรดิไปยืนขวางหน้าเด็กชายตัวน้อยเอาไว้
“ฝ่าบาท... ทรงจำผิดคนแล้วเพคะ” ไป๋หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายหนักอึ้ง “เด็กคนนี้เป็นเพียงบุตรชายของนางกำนัลในตำหนักที่ข้าอุปการะไว้ มิใช่ผู้ใดที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์”
หานจิ้นชะงัก สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่นาง ทว่ากลับมองทะลุผ่านไหล่บางของไป๋หลินไปยังดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดกลัวของเด็กชายคนนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสาแต่ทว่าเค้าโครงคิ้วและสันกรามนั้น... ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเยาว์อย่างน่าขนลุก!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องบรรทมราวกับถูกแช่แข็ง ไป๋หลินรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นที่ซึมอยู่ตามแผ่นหลัง นางรู้ดีว่าเวลานี้ ‘เกม’ กำลังเข้าสู่จุดแตกหัก หากนางแสดงพิรุธแม้เพียงนิด ความตายที่นางเคยหวาดกลัวในอดีตอาจย้อนกลับมาหาคนสำคัญที่สุดในชีวิตนาง
“ไป๋หลิน... เจ้ากล้าโกหกข้าหรือ?” หานจิ้นหรี่ตาลง แววตาสีเข้มดั่งนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยแรงโทสะปนความสับสน เขาไม่สนใจชุดคลุมมังกรที่หลุดลุ่ยของตนเองอีกต่อไป ก้าวเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนไป๋หลินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษที่แฝงไปด้วยอันตราย
ไป๋หลินแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพช นางเชิดหน้าขึ้นรับสายตาของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ “หม่อมฉันจะกล้าโกหกโอรสแห่งสวรรค์ได้อย่างไร? แต่หากฝ่าบาททรงต้องการหา ‘ทายาท’ เพื่อสืบราชบัลลังก์ที่ทรงสั่งสังหารสายเลือดตนเองจนหมดสิ้นไปเมื่อหลายปีก่อน... เกรงว่าเด็กคนนี้คงมิใช่คำตอบที่ทรงตามหาหรอกเพคะ”
คำพูดจี้จุดตายของนางราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงบนแผลเก่าของหานจิ้น ใบหน้าของจักรพรรดิกระตุกวูบ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียและความโหยหาที่กัดกินใจเขามาเนิ่นนานพลันปะทุขึ้นจนยากจะสะกดกลั้น
“เจ้ามันร้ายกาจเหลือเกินไป๋หลิน...” หานจิ้นพึมพำ เขาเอื้อมมือหนาไปเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้สบตากัน “เจ้าพยายามจะทำลายข้าให้ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยการยัดเยียดความรู้สึกผิดนี้เข้าสู่หัวใจข้า!”
นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงเคล้าไปตามริมฝีปากที่สั่นระริกของนาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตอย่างเร่าร้อนและดิบเถื่อน มันไม่ใช่จุมพิตแห่งความรัก แต่มันคือการลงทัณฑ์และการปลดปล่อยอารมณ์ที่พรั่งพรู ไป๋หลินไม่คิดขัดขืน นางปล่อยให้รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรุนแรงและโหยหานั้นไหลซ่านผ่านกาย นางยอมให้เขาบดขยี้ริมฝีปาก ยอมให้ความอบอุ่นของเขารุกรานจนลมหายใจขาดห้วง เพื่อกลบเกลื่อนความลับที่กำลังสั่นคลอนหัวใจของเด็กน้อยที่ยืนดูอยู่เบื้องหลัง
มือแกร่งกระชากอาภรณ์ของนางออกจนร่วงหล่นลงกับพื้น เผยให้เห็นผิวขาวผ่องดั่งหยกที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อจากการสัมผัส หานจิ้นอุ้มร่างบางขึ้นมาพาดบ่าอย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวตรงไปยังเตียงบรรทมที่ถูกปูด้วยผ้าไหมสีชาด เขาเหวี่ยงร่างของนางลงไปอย่างแรง ก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมทับ สัมผัสถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของทั้งสอง
“ดูให้ดี... ไป๋หลิน” เขาคำรามชิดริมฝีปากนาง “ไม่ว่าเจ้าจะซ่อนใครไว้ หรือโกหกอย่างไร... ร่างกายของเจ้าก็เป็นของข้าเพียงผู้เดียว และข้าจะทำให้เจ้าไม่มีทางหนีจากเงื้อมมือข้าไปได้ตลอดกาล!”
กิจกรรมเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงสั่นไหวของเตียงไม้แกะสลัก ไป๋หลินหลับตาลงรับสัมผัสจากบุรุษที่นางทั้งรักทั้งชัง ความเจ็บปวดในอดีตถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้ แต่นางก็รู้ดีว่าภายใต้ความเร่าร้อนนี้ คือการต่อสู้ที่นางต้องกำชัยให้ได้
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง หานจิ้นทิ้งตัวลงข้างนาง กอดกระชับร่างเปลือยเปล่าเข้าหาอกแกร่ง ไป๋หลินลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาของนางเลื่อนไปมองทางประตูที่บัดนี้ว่างเปล่า... เด็กชายคนนั้นหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นจากหน้าประตูพร้อมกับเสียงรายงานด้วยอาการลนลาน
“ฝ่าบาท... ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนพ่ะย่ะค่ะ! แต่ขุนนางฝ่ายขวาเพิ่งนำหลักฐานชิ้นสำคัญมาถวาย... มันคือตราประทับลับที่หายไปจากตำหนักของอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ... และมีรายงานว่าพบ ‘เด็กชาย’ คนหนึ่งที่ได้รับความช่วยเหลือจากสายสืบของท่านไป๋หลินหนีออกไปทางประตูทิศเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ไป๋หลินตัวเย็นเฉียบ หานจิ้นที่เพิ่งผ่อนคลายพลันลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุจสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากภวังค์
“ไป๋หลิน...” เขาหันมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ปะทุขึ้นใหม่ “เจ้ากล้าใช้เด็กคนนั้นเป็นเครื่องมือล่อลวงข้าอย่างนั้นหรือ? ถ้าข้าจับตัวเขาได้เมื่อไหร่... ข้าจะให้เจ้าเห็นกับตาว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร!”
เขากระโดดลงจากเตียง สวมฉลองพระองค์อย่างรวดเร็วและก้าวออกไปจากห้อง ทิ้งให้นางนอนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะปิดประตูไปนั้น เขาก็หยุดชะงักและหันกลับมามองนางอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก
“อ้อ... ข้าลืมบอกไป... คนที่ข้าส่งไปคุมตัวเด็กคนนั้น ไม่ใช่ทหารทั่วไป... แต่เป็นคนที่เจ้าพยายามจะฆ่าทิ้งเมื่อสามปีก่อน... พี่ชายของเจ้าอย่างไรล่ะ ไป๋หลิน”
หัวใจของไป๋หลินแทบหยุดเต้น นางพยายามจะลุกขึ้นแต่กลับพบว่าขาของตนเองอ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้น... เกมนี้... นางไม่ได้เป็นผู้คุมชะตาเพียงคนเดียวเสียแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ มิคายามวิกาล
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 23
สนมผู้กุมชะตา
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!