ปลายกระบี่คมกริบจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของมือสังหารจากตำหนักบูรพา ทว่าไป๋หลินกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอกรีดแทงจิตใจของพวกมันยิ่งกว่าคมอาวุธ ความลับที่เธอเพียรปกปิดมาตลอดนับแรมปี... บัดนี้ถูกกระชากหน้ากากออกท่ามกลางวงล้อมของเหล่าขุนนางโง่เขลาที่คิดว่าตนเองกำชัยชนะไว้ในมือ ศัตรูเหล่านี้ไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ยิ่งพวกมันเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งเดินเข้าสู่ปากหลุมฝังศพของตนเองเร็วขึ้นเท่านั้น
"คิดว่ากุมความลับของข้าไว้ แล้วเจ้าจะรอดออกไปจากตำหนักเย็นแห่งนี้ได้งั้นหรือ?"
น้ำเสียงของไป๋หลินราบเรียบ เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคู่คมกวาดมองบุรุษที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในอดีต บัดนี้ จักรพรรดิหานจิ้นกำลังยืนมองสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาสั่นระริก ความคลุ้มคลั่งและสำนึกผิดฉายชัดในหน่วยตาคมคู่นั้น เขาจำรอยแผลเป็นบนหัวไหล่เปลือยเปล่าของนางได้แม่นยำ... ร่องรอยที่เกิดจากฝ่ามืออำมหิตของเขาเองในคืนที่สั่งเนรเทศนางอย่างไร้เยื่อใย
หานจิ้นก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจคมดาบของศัตรู รัศมีแห่งผู้ครองบัลลังก์แผ่ซ่านกดดันจนมือสังหารเหล่านั้นต้องถอยร่น หัวใจของโอรสสวรรค์บีบรัดจนเจ็บแปลบ ภาพสตรีตรงหน้าซ้อนทับกับภาพเงาที่เขาเฝ้าฝันหาและร่ำไห้หาทุกค่ำคืน นางไม่ใช่ 'นางกำนัล' ชั้นต่ำอีกต่อไป แต่คือนางพญาผู้ซ่อนพิษร้ายไว้ในรอยยิ้ม
"ถอยไป..." หานจิ้นตวาดกร้าว เสียงนั้นต่ำลึกและทรงพลังจนแผ่นดินสะเทือน
ก่อนที่พวกมันจะได้ขยับตัว ปลายกระบี่ในมือของไป๋หลินก็พลิกตวัดอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีขาวนวลของนางให้กลายเป็นสีชาด ความงดงามที่เยือกเย็นผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือด ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต จนหานจิ้นแทบคลั่ง เขาพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางของนางเข้ามารัดแนบกายโดยไม่สนว่าคมกระบี่จะเฉียดผ่านผิวเนื้อของตนเองหรือไม่
"เจ้า... ไร้หัวใจยิ่งนัก ไป๋หลิน" หานจิ้นกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเหยียดรอยยิ้มเย้ยหยัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาปะปนกับกลิ่นอายเลือด ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกด
ทับไว้ให้ออกมาแผดเผา
"ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือว่า หม่อมฉันตายไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วเพคะ" ไป๋หลินเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูเขา ดวงตาสื่อความหมายเย้ยหยันชัดเจน มือเรียวเล็กไม่ได้ผลักไส แต่วางทาบลงบนแผงอกกว้างของอดีตสวามี สัมผัสที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความแค้นสุมอกจุดประกายเพลิงอารมณ์ให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางซากศพของมือสังหารที่นอนเกลื่อนกลาด บรรยากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น หานจิ้นก้มลงบดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการอันบ้าคลั่ง รสชาติของเลือดและหยาดน้ำตาผสมผสานกันจนแยกไม่ออก ไป๋หลินสะท้านเฮือก เรียวลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาทำให้สมองของนางขาวโพลนชั่วขณะ ความโกรธแค้นในอดีตถูกปลุกเร้าให้กลายเป็นแรงปรารถนาอันรุนแรง
นางไม่ปฏิเสธ... กลับตวัดเรียวลิ้นตอบรับการจู่โจมนั้นอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน มือบางจิกทึ้งลงบนเส้นผมสีดำสนิทของเขาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ แรงดึงทึ้งสะท้อนความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ไออุ่นจากกายหนาแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อเย็นเยียบของนาง ปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยดับมอดให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกคราในสถานที่อับทึบและไร้ผู้คน
หานจิ้นอุ้มร่างเพรียวบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมละริมฝีปากออกแม้แต่น้อย ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเร่าร้อน เขาวางนางลงบนแท่นบรรทมเก่าคร่ำคร่าในห้องลับหลังตำหนัก อาภรณ์เนื้อดีถูกกระชากทึ้งด้วยมือที่สั่นเทาจากความต้องการ ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกขาวปรากฏต่อสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด
"เจ้าคือของข้า... ไป๋หลิน เจ้าเป็นของข้าผู้เดียว" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเอמהพร่ำเพ้อข้างใบหู ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรมจูบไปทั่วซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยรักสีแดงก่ำไว้เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสของเขาทั้งหนักหน่วง รุนแรง แต่แฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปในอากาศ
ไป๋หลินแหงนเงยลำคอขึ้นรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างเต็มใจ ดวงตาสองสีทอประกายวับวามในความมืด นางปล่อยให้เขาลูบไล้เรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีต รอยแผลที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ บัดนี้ รอยแผลเหล่านั้นกลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดกำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าของนาง คร่ำครวญขอความรักจากสตรีที่เขาเคยเหยียบยละทิ้งอย่างไม่ใยดี
แรงเสียดทานจากกายหนาที่เคลื่อนเข้าหา ทำให้เสียงครางหวานหลุดรอดจากริมฝีปากของไป๋หลิน ความเจ็บปวดแปลบปลาบผสมผสานกับความสุขสมทางอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ การสอดประสานที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเงาจันทร์ที่ทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาสาด12ส่องเรือนร่างที่เกาะเกี่ยวกันแน่นหนา หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของทั้งคู่ ลมหายใจกระชั้นถี่สะท้อนถึงความเร่าร้อนที่ไร้การยับยั้งชั่งใจ ไป๋หลินจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของหานจิ้นจนเกิดรอยเลือดซิบ เป็นสัญลักษณ์แห่งการแก้แค้นที่เจ็บปวดและหอมหวานที่สุดในคราเดียวกัน
ในห้วงเวลาแห่งความสุขสมที่ระเบิดออกอย่างรุนแรง หานจิ้นซบใบหน้าลงบนไหล่บางของนาง ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบผิวเนื้อของไป๋หลิน... น้ำตาของโอรสสวรรค์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวลงมาปกคลุมหลังจากบทรักอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง ไป๋หลินที่นอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากรอยแยกของประตูห้องลับที่ปิดไม่สนิท
เงาร่างเล็กจ้อยของเด็กชายคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่เบื้องนอก... เด็กน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากหานจิ้นราวกับพิมพ์เดียวกัน และดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยความหวาดกลัว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 22
เงาจันทร์ที่เฝ้ามอง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!